มารู้จักกับ FinTech ชื่อว่า Chime ที่ผู้ก่อตั้งเชื่อว่าธนาคารไม่ควรมีค่าธรรมเนียม

ในยุคที่อุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทยกำลังสู่ยุคธนาคารไร้ค่าธรรมเนียม แต่ที่สหรัฐอเมริกาก็ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมบางรายการที่ค่อนข้างโหดร้าย ซึ่ง FinTech รายหนึ่งที่เชื่อว่าธนาคารไม่ควรจะมีค่าธรรมเนียมอีกต่อไป

FinTech ดังกล่าวชื่อว่า Chime ซึ่งก่อตั้งในปี 2014 โดยล่าสุดนั้นได้รับเงินลงทุนก้อนใหญ่ถึง 70 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่า Chime จะไม่ใช่ FinTech รายแรกๆ ที่ให้บริการธนาคารบนมือถือ แต่คอนเซปต์ของ Chime นั้นคือ ไร้ค่าธรรมเนียม

Chris Britt ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Fortune ว่า “ธนาคารในสหรัฐทำกำไรในการเก็บค่าธรรมเนียมเวลาเบิกเงินเกินบัญชีได้มหาศาลมากๆ (เพราะว่าบางทีผู้ใช้คิดว่ามีเงินในนั้น) แต่เขาเชื่อว่าบัญชีธนาคารไม่ควรมีค่าธรรมเนียม และเราก็ไม่ให้คุณเบิกเงินเกินบัญชีแน่นอน เพราะว่าเงินไม่มีอยู่ในบัญชี” ซึ่งเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้ใช้ด้วย

ฟรีค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมที่ Chime ไม่เก็บซึ่งเป็นจุดเด่นได้แก่ ค่ารักษาบัญชี ค่าธรรมเนียมถ้าหากฝากเงินน้อยกว่าขั้นต่ำบัญชีธนาคาร และค่าธรรมเนียมเวลาโอนเงินไปต่างประเทศอีกด้วย

ข้อดีอีกเรื่องคือการผูกบัญชีข้ามระหว่างธนาคารในสหรัฐ แล้วยังสามารถโอนเงินเข้าออกได้ฟรีอีกต่างหาก แถมยังสามารถถอนเงินสดได้จากตู้ ATM ในเครือข่ายที่ Chime ใช้คือ MoneyPass กว่า 40,000 ตู้ซึ่งสามารถดูได้จากแผนที่ใน Application ได้เลย

แต่บางคนอาจสงสัยว่าแล้วให้บริการฟรีค่าธรรมเนียมแล้วจะหารายได้มาจากไหน โดยบริษัทได้รายได้จากธุรกรรมที่ทำกับ Visa ซึ่งรายได้ของ Chime ได้ 1.5% จากมูลค่าธุรกรรม โดยตอนนี้มูลค่าธุรกรรมอยู่ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

Chime นั้นยังเป็น FinTech ที่เติบโตสูงมากๆ ในปี 2016 มีผู้ใช้บริการ Chime อยู่ที่ 75,000 บัญชี ปัจจุบันมีบัญชีผู้ใช้งานถึง 750,000 บัญชี จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเงินลงทุนรอบใหม่ถึงเพิ่มขึ้นมหาศาล

ที่มาFortune, PYMNTS, Techcrunch, Chime Bank

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ