เส้นทาง Bra By Beer ร้านขายชุดชั้นใน 300 ล้าน ที่เริ่มต้นจาก ‘สาวสวนยาง’ รับของมาขาย เอากำไรตัวละ 20 บาท

ถ้าคุณชอบซื้อชุดชั้นในบน TikTok ก็ต้องรู้จัก Bra by Beer ร้านขายชุดชั้นในที่มียอดขายบน TikTok Shop อย่างเดียวมากกว่า 1.7 ล้านออเดอร์ และเคยทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวดสินค้าแฟชันมาแล้ว เรียกได้ว่า Bra by Beer เป็นขวัญใจของสาวๆ มากมายหลายช่วงวัย

แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เจ้าของอย่าง ‘เบียร์-วรรณวิภา พงษ์ปั๋น’ เริ่มต้นธุรกิจนี้จากวันที่ต้องย้ายไปอาศัยในสวนยาง จากการเอาส่วนต่างแค่ตัวละ 20 บาท และค่อยๆ สะสมทุน สร้างเนื้อสร้างตัวมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงวันที่มีรายได้ทะลุ 300 ล้านอย่างในวันนี้

เรื่องราวของเธอและ Bra by Beer เป็นยังไง Brand Inside จะเล่าให้ฟัง

สาวสวนยาง ขายชุดชั้นใน เอาส่วนต่างตัวละ 20 บาท

ย้อนกลับไป 11 ปีก่อน ‘เบียร์’ ในเวลานั้นได้แต่งงานสร้างครอบครัว ย้ายไปอยู่บ้านแฟน โดยอาชีพหลักของครอบครัวในเวลานั้นคือ ‘สวนยางพารา’ ซึ่งกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ 

นั่นจึงเป็นเหตุผลทำให้เบียร์อยากจะหารายได้เสริมมาช่วยจุนเจือครอบครัวอีกทาง แต่ด้วยความที่อาศัยอยู่ในสวน อยู่ในป่า จะออกไปหางานอย่างอื่นทำก็ลำบาก เบียร์จึงมองว่า ‘ขายของออนไลน์’ น่าจะเป็นทางที่ตอบโจทย์

แต่ทำไมถึงเป็น ‘ชุดชั้นใน’ นั้น เบียร์บอกว่า จุดเริ่มต้นมาจาก เบียร์ บังเอิญไปพบ ร้านขายชุดชั้นในราคาดีบนแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่ง นอกจากซื้อให้ตัวเองแล้ว เบียร์เลยซื้อมาฝากญาติพี่น้องราวๆ 20 ตัวด้วย เพราะเห็นว่าเป็นสินค้าราคาถูกมาก ซึ่งญาติพี่น้องหลายคนก็ชอบจริงๆ

ทำให้เบียร์เห็นโอกาสในการรับชุดชั้นในมาขายต่อ มองว่าน่าจะทำกำไรจากส่วนต่างได้ อย่างน้อยวันละ 2-3 ร้อยบาทก็ยังดี เบียร์จึงเริ่มต้นรับสินค้ามาขาย 40-50 ตัวก่อน เน้นโพสต์ขายสินค้าบน Facebook ได้ส่วนต่างสินค้าประมาณ 20 บาทต่อตัว ขายได้ 10 ตัวก็ได้กำไร 200 บาท

แต่เส้นทางการค้าของเบียร์เองก็มีอุปสรรค์ เพราะสวนยางพาราที่อาศัยอยู่ในเวลานั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี บางวันเบียร์ถึงขนาดต้องขึ้นเขาไปเคาะหาสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อขายสินค้าเลยทีเดียว

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ภาพจากเพจ ‘ชุดชั้นในซาบีน่า วาโก้ บ้านแม่เบียร์ -Bra By Beer Topsecret’ ในอดีต

ขายแบบถูกๆ ขายแบบบ้านๆ ขายแบบตรงไปตรงมา

เวลาต่อมาเบียร์มีโอกาสได้ไปเจอ ‘เซลล์ของแบรนด์ชุดชั้นใน’ ดังกล่าวในงานวัดงานหนึ่งในจังหวัดเชียงราย มีโอกาสได้พูดคุยกัน และรู้ว่าราคารับซื้อจากเซลล์จะถูกกว่าซื้อจากแม่ค้าคนกลาง ตอนนั้นเบียร์จึงเปลี่ยนมารับซื้อจากเซลล์โดยตรง

ตอนนั้นเบียร์เองไม่ได้มีทุนเยอะ มีแค่บัตรประชาชนใบเดียวกับเงินติดตัวอยู่ราว 40,000-50,000 บาทเท่านั้น แต่เซลล์ของบริษัทใจดีมาก ให้ของเบียร์มาขายมูลค่ามากถึง 200,000 บาท โดยบอกกับเบียร์ว่า “ขายได้แล้ว ค่อยเอาทุนไปคืน”

สุดท้ายเบียร์ก็ทำสำเร็จจริงๆ ขายสินค้ามูลค่า 200,000 บาทนั้นหมดภายในสัปดาห์เดียว

โดยเคล็ดลับของเบียร์ก็ไม่มีอะไรนอก นอกจาก “เราขายถูก ขายแบบบ้านๆ ตรงไปตรงมา ไม่ได้มีพร็อพอะไรมากมาย ไม่มีสกิลถ่ายรูปอะไรเลย แม้แต่ออเดอร์ยังต้องจดด้วยมือ 400-500 ออเดอร์ต่อวัน” 

นั่นจึงเป็นเหตุให้เบียร์เชื่อว่า เวลาอยากทำอะไรให้ลงมือทำได้เลย ไม่ต้องรอ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ภาพจากเพจ ‘ชุดชั้นในซาบีน่า วาโก้ บ้านแม่เบียร์ -Bra By Beer Topsecret’ ในอดีต

เข้า TikTok ได้ 4 ปี ยอดขายทะยานสู่หลักร้อยล้าน

พอเวลาผ่านไปได้ 1-2 ปี เบียร์ย้ายลงมาอยู่กรุงเทพเรียบร้อย เพราะธุรกิจสวนยางพาราเจ๊งไปเรียบร้อยแล้ว โดยธุรกิจร้านขายชุดชั้นในของเบียร์เริ่มขยายใหญ่มากขึ้น จนเบียร์ตัดสินใจกู้ธนาคารมาลงทุนเพิ่ม

ตอนนั้นเบียร์มีโอกาสได้คุยกับพี่เซลล์ของแบรนด์อีกครั้ง และสอบถามว่า ตัวเองสามารถไปรับสินค้าจากโรงงานโดยตรงเลยได้ไหม ปรากฎว่าได้ เบียร์จึงเริ่มรับสินค้าตรงจากโรงงานเลยตั้งแต่นั้น ทำให้เบียร์สามารถสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง 

แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เบียร์ก็ยังคงรับสินค้ามูลค่าหลักล้านจากโรงงาน แล้วนำไปขาย พร้อมๆ กับปล่อยต่อให้กับเพื่อนๆ แม่ค้าด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแม่ค้าส่งทั้งหมดในมือ Bra by Beer ตอนนี้

4 ปีก่อน Bra by Beer ถึงได้เริ่มเข้าสู่แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TikTok Shop โดยก่อนจะเข้าสู่ TikTok นั้น Bra by Beer ทำรายได้เดือนละประมาณ 3 ล้านบาท 

แต่หลังจากเข้ามาเปิดการขายใน TikTok ยอดขายของเบียร์ในช่วงปีแรกคือ 5 ล้านบาทต่อเดือน ในปีที่สองก็เติบโตไปแตะหลัก 10 ล้านต่อเดือน และในปีที่ 3 แตะหลัก 20 ล้านต่อเดือนได้ในที่สุด

เคล็ดลับของเบียร์คือ ดูแลครีเอเตอร์ในโปรแกรม Affiliate ให้ดี คุยกันอย่างตรงไปตรงมา สินค้าชิ้นไหนสามารถแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ได้มากก็ให้ อันไหนให้ไม่ได้ก็ช่วยๆ กันไป เน้นดูแลลูกค้าให้ก่อน

สินค้าที่ขายดีที่สุดบน TikTok คือ กางเกงในผ้าทอ ที่ขายไปกว่า 200,000 ตัว 

โดย BrabyBeer มียอดขายรวมกว่า 300 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

 

เส้นทางใหม่ ทำแบรนด์ตัวเอง ไม่ทับไลน์แบรนด์เก่า

สำหรับแม่ค้ารับมาขายอย่าง ‘เบียร์’ ตอนนี้มีแผนใหม่อย่างการทำแบรนด์ตัวเองภายใต้ชื่อ Choann Brand 

โดยเบียร์ได้คุยกับเจ้าของแบรนด์เดิมที่ตัวเองรับมาขายต่อเนื่องหลายปี ว่าจะทำแบรนด์โดยไม่ทับไลน์สินค้ากัน เลือกผลิตสินค้าคนละตัว เพราะไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง แต่อยากที่จะมีสินค้าในร้านครอบคลุมตลาดชุดชั้นในทั้งหมด

ตอนนี้สินค้าของ Choann Brand ประกอบไปด้วย ชุดชั้นในไร้ขอบ ไร้ตะเข็บ ใส่สบาย ยกกระชับ อกใหญ่ใส่แล้วมีร่อง อกเล็กใส่แล้วดูแพง ในช่วงราคาตั้งแต่ 250-299 บาท

ส่วนกางเกงในจะเน้นแก้ปัญหาของผู้หญิงเรื่องกลิ่นอับ เข้าวิน กดเจ็บ กดทับ เป็นกางเกงในที่ผลิตมาแก้ปัญหานี้โดยตรง ทำให้ใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่ แต่ลูกค้าบางกลุ่มบอกว่า มันเบาเกินไป ใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่ Choann Brand เลยทำสินค้ารุ่นมีขอบด้วย สินค้ากลุ่มกางเกงในจำหน่ายในช่วงราคาราว 79-100 บาท 

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "α CHOANN CHOA SHOP SHOPNOW NOW"

เทรนด์เน้นสบายมากขึ้น ไม่ต้องดูม ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

เบียร์ เล่าต่อว่า เทรนด์ชุดชั้นในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก ย้อนกลับไป 5-6 ปีก่อน สาวไทยนิยมชุดชั้นในดูมๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ไม่มีหน้าอกก็จะเน้นใส่ชุดชั้นในค่อนข้างหนา แต่ตอนนี้สาวๆ ส่วนใหญ่เน้น ‘ความสบาย’ มากขึ้น หันมาเลือกชุดชั้นในที่ใส่สบายในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องดูมมาก

นอกจากนั้น ‘ชุดชั้นในแฟชัน’ ที่สามารถสวมใส่ภายนอกได้ ไม่ต้องซ่อนอยู่ด้านในก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเหมือนกัน

อีกประเด็นคือ เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ไม่ได้ติดแบรนด์ เน้นสินค้าใส่สบาย ใส่แล้วคุ้มค่า ทำให้สินค้าของเบียร์สามารถขายให้ลูกค้าหลากหลายวัย ตั้งแต่เด็กวัยเรียน วัยรุ่น ไปจนถึงผู้หญิงวัย 45-50 ปี

โดย ‘เบียร์’ บอกว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายยอดขายเอาไว้ 1,000 ล้านบาท ด้วยอยากจะตั้งเป้าหมายให้สูง และทำให้เต็มที่ ไปให้ใกล้ยอดพีระมิดที่สุด

จากเส้นทางของเบียร์ เราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าช่วงเวลาในชีวิตตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ขอแค่เรามองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ และกล้าที่จะลงมือทำ ไม่ต้องรอเก่ง ไม่ต้องรอโอกาส เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา