ต้องรอด Bill Gates แนะยุทธศาสตร์รับมือไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเป็นภัยคุกคามโลก

Bill Gates แนะนำว่า บทบาทผู้นำนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนักนี้ เขาเขียนบทความไว้ใน GatesNotes บอกทางสว่างให้ผู้นำทั่วโลกรับรู้และเข้าใจตรงกันว่า ต้องรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร

Bill Gates ภาพจาก GatesNotes

ในภาวะวิกฤต ผู้นำมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ 2 เรื่องหลักๆ ทั้งสองเรื่องนี้มีความสำคัญพอๆ กัน นั่นก็คือต้องแก้ปัญหาทันทีและพยายามป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก Gates บอกว่าในสถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 ระบาดอยู่นี้ โลกต้องรักษาชีวิตผู้คนให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางรับมือกับไวรัสระบาดด้วย

Gates มองว่าปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดนี้ ถือเป็นความท้าทายในระยะยาว เราต้องพัฒนาทั้งศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไวรัสกำลังระบาด ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขถกเรื่องนี้กันมาหลายปีแล้ว จากนั้น Gates ก็เล่าถึงไข้หวัดใหญ่สเปน (1918 influenza epidemic) ที่เป็นโรคระบาดเคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H1N1

ลักษณะของโรคระบาดในศตวรรษที่ 20 ภาพจาก WHO

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เคยเป็นสาเหตุทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่สเปน Spanish Flu ที่ระบาดกันไปทั่วโลก หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (แต่มีที่มาจากสเปน จึงเรียกว่าไข้หวัดใหญ่สเปน แต่ไม่ระบุพื้นที่แน่ชัด) อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 2%-3% มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกมหาศาลถึง 20-50 ล้านราย คนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ส่งผลให้ GDP ติดลบ อยู่ที่อัตรา -16.9% ถึง 2.4%

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H2N2 ถูกเรียกว่า Asian Flu คือไข้หวัดใหญ่เอเชีย เกิดขึ้นบริเวณจีนตอนใต้ ระหว่างปี 1957-1958 อัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า 0.2% มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 1-4 ล้านราย คนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเด็ก ส่งผลให้ GDP ติดลบ อยู่ที่อัตรา -3.5% ถึง 4%

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H3N2 ถูกเรียกว่า Hong Kong Flu คือไข้หวัดฮ่องกง เกิดขึ้นบริเวณจีนตอนใต้ ระหว่างปี 1968-1969 อัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า 0.2% มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 1-4 ล้านราย คนที่ได้รับผลกระทบคือคนทุกช่วงวัย ส่งผลให้ GDP ติดลบอยู่ที่ -0.4% ถึง -1.5%

อัตราการตายจาก H1N1 Spain Influenza ภาพจาก courtesy of the National Museum of Health and Medicine, Armed Forces Institute of Pathology, Washington, D.C., United States

ไข้หวัดใหญ่ระบาดเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลกและสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้อีก WHO หรือองค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคระบาดไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แล้ว ตารางด้านบนชิ้นแรกสะท้อนให้เห็นว่ามันเกิดขึ้นซ้ำได้อีกภายใน 50 ปี

โรงพยาบาลทหารที่ตั้งขึ้นฉุกเฉิน สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ภาพจาก courtesy of the National Museum of Health and Medicine, Armed Forces Institute of Pathology, Washington, D.C., United States.

Gates บอกว่า มูลนิธิของเขาได้รับปากไว้ว่าจะช่วยโลกรับมือกับปัญหานี้ นี่คือความท้าทายระยะยาว สถานการณ์จากไวรัสโควิด-19 เริ่มแย่ลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนทำให้พวกเราเป็นกังวล และเขาก็หวังว่ามันจะไม่แย่ลงไปกว่าเดิม เขาบอกว่ามันมี 2 เหตุผลที่ทำให้เห็นว่า COVID-19 คือภัยคุกคาม

ไวรัส COVID-19 คือภัยคุกคามโลก?

ประการแรก มันสามารถพรากชีวิตเด็กที่มีสุขภาพดีไปจนถึงคนสูงวัยที่สุขภาพมีปัญหาได้ ไวรัสมีความเสี่ยงที่ทำให้คนเสียชีวิตราว 1% (ย้อนกลับไปดูตารางด้านบน แม้จะอยู่ในอัตราการตายที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ไข้หวัดสเปนในช่วงปี 1918 มีอัตราการตายอยู่ที่ราว 2-3% แต่เสียชีวิตมากราว 20-50 ล้านราย ขณะที่การตายจากไข้หวัดเอเชียในระดับ 0.2% ในช่วงปี 1957 มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 1-4 ล้านราย)

ประการที่สอง การแพร่เชื้อมีประสิทธิภาพมาก ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อต่อได้อีก 2-3 ราย มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และคนที่ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการให้เห็นด้วย Gates บอกว่าสิ่งนี้ อาจหมายความว่า COVID-19 อาจจะรุนแรงกว่าโรคเมอร์ส หรือโรคซาร์สด้วยซ้ำ เพียงไตรมาสเดียว ไวรัส COVID-19 แพร่เชื้อมากกว่าโรคซาร์สถึง 10 เท่า

(โรคซาร์สและโรคเมอร์สแสดงอาการให้เห็นชัดเจนกว่า ที่สำคัญโรคซาร์สมีคนติดเชื้อราว 26 ประเทศ ในจำนวน 8,000 กว่ารายเมื่อปี 2003 แต่ไวรัสโควิด-19 นั้น ล่าสุดติดเชื้อรวม 86,983 ราย)

Gates บอกว่า ข่าวดีของเรื่องนี้ก็คือ รัฐบาลท้องถิ่น ประเทศต่างๆ ไปจนถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถรับมือได้โดยใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ จึงทำให้การระบาดมีอัตราช้าลง Gates บอกว่า การให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองของประเทศต่างๆ เพื่อรับมือกับโรคระบาด การบริจาคของภาครัฐ และการเตรียมพร้อมของประเทศรายได้ปานกลางในการรับมือนี้ทำให้อัตราการแพร่กระจายของไวรัสช้าลง และทำให้สามารถรักษาชีวิตผู้คนในประเทศที่ยากจนได้ด้วย

Gates ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3,000 ล้านบาทในการให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศในแอฟริกาและเอเชียใต้ โดยสรุป Gates พยายามเรียกร้องให้โลกช่วยเร่งมือกันทำงานเพื่อให้การรักษาผู้คนตลอดจนผลิตวัคซีนในการรับมือกับไวรัส COVID-19 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามพัฒนาวัคซีนอยู่

ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันใช้แล้วได้ผลและปลอดภัยในสัตว์ ก็น่าจะนำมาขยายการใช้งานได้ในระดับที่กว้างมากขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทั้งหมดที่ว่านี้ Gates บอกว่า เราต้องทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งระบบเพื่อที่จะรับมือกับโรคระบาดครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไปได้

Bill Gates ภาพจาก GatesNotes

Gates บอกว่า มันเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องช่วยให้ประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางไปจนถึงรายได้ต่ำ มีระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง ประเทศเหล่านั้นต้องมีคลินิก ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อต่อสู้กับโรคระบาด ต้องมีการฝึกอบรมคนทำงานด้านสาธารณสุขมากขึ้น เพื่อที่จะรับมือกับโรคระบาดตั้งแต่มันเกิดขึ้นได้ในระยะเริ่มต้น

ต้องช่วยประเทศที่มีรายได้น้อยและประเทศที่มีศักยภาพทางการแพทย์ต่ำ

โลกต้องลงทุนกับการควบคุมโรคมากขึ้น รัฐบาลต้องเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งผู้นำระดับท้องถิ่น ผู้นำระดับโลก ข้อมูลควรเชื่อมโยงถึงกันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดได้อย่างทันท่วงที สำหรับความท้าทายเรื่องไวรัส Gates มองว่าจำเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างปลอดภัย เพราะวิถีเก่าๆ แบบเดิมที่ทำมามันมีกระบวนการที่เชื่องช้า ต้องทำให้ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำ และทำให้ได้ในระดับใหญ่

การแก้ปัญหาเชิงเทคนิค Gates บอกว่าเราจำเป็นต้องใช้ความพยายามทางการทูตในการขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเฉพาะในส่วนของการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาวัคซีน ควรมีกระบวนการที่ช่วยให้รับมือกับโรคระบาดได้รวดเร็ว แพลตฟอร์มดังกล่าวนั้นก็ควรมีองค์กรที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลักๆ เช่น องค์การอนามัยโลก เครือข่ายวิจัยทางการแพทย์ด้านโรคติดเชื้อระหว่างประเทศ และโครงการความร่วมมือระดับโลกว่าด้วยโรคติดเชื้อ

เป้าหมายก็เพื่อให้มีการทดลองเพื่อป้องกันที่สามารถเห็นชอบได้ภายใน 3 เดือนหรือน้อยกว่านั้นโดยที่คนป่วยก็ได้รับความปลอดภัยด้วย ควรจะมีกองทุนสำหรับรัฐบาลเกี่ยวกับด้านนี้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและบริษัทยาต้องการเงินทุนที่จะลดความเสี่ยงในการทำงาน ซึ่งเงินทุนที่จะต้องทุ่มเทเกี่ยวกับการรับมือโรคระบาดต้องใช้ต้นทุนสูงทั้งรัฐบาลและอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องทำความตกลงกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส และทำให้ระยะการแพร่เชื้อสั้นลง

นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำ แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการรับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้น ผู้นำจะต้องลงมือทำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ควรเสียเวลาอีกต่อไป

*หมายเหตุ*

องค์การอนามัยโลกระบุ ระยะการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งออกเป็น 6 ระยะหรือ 6 เฟส แต่มีการรับมือแบ่งเป็นหลายช่วง ดังนี้

PANDEMIC INFLUENZA PHASES (2009) ภาพจาก WHO
  • เฟสที่ 1 คือเฟสที่มีการพบการติดเชื้อในสัตว์ แต่ยังไม่มีการรายงานว่าพบการติดเชื้อในมนุษย์
  • เฟสที่ 2 พบว่ามีการติดเชื้อในสัตว์และเริ่มพิจารณาว่าไวรัสนั้นอาจแพร่เชื้อมายังมนุษย์ได้
  • เฟสที่ 3 พบว่ามีการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน เริ่มมีการแพร่ระบาดการติดเชื้อจากคนสู่คน

ทั้งเฟส 1 ถึง เฟส 3 นี้ถูกประเมินว่าเป็นช่วงที่มีความไม่แน่นอนในการแพร่ระบาด (Uncertain) ต้องมีการเตรียมพร้อมและมีแผนรับมือฉุกเฉินสำหรับโรคระบาดนี้

  • เฟสที่ 4 การระบาดของไวรัสอยู่ในระดับกลางไประดับสูง (Medium to High) มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนรวดเร็ว มีการจำแนกไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคระบาดได้ ระยะนี้ต้องมีการควบคุมอย่างรวดเร็ว ต้องร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกเพื่อจำกัดการแพร่เชื้อให้อยู่ในอัตราที่ช้าลง
  • เฟสที่ 5 คือการระบาดของไวรัสในระดับสูง (High to certain) มีการแพร่ระบาดของไวรัสและพบว่า มีอย่างน้อย 2 ประเทศแพร่ระบาดไวรัสไปยัง 1 ภูมิภาค
  • เฟสที่ 6 อยู่ในภาวะระบาดใหญ่ (Pandemic in progress)

ทั้งเฟส 5 และเฟส 6 แต่ละประเทศต้องมีแผนการรับมือในระดับประเทศ ทั้งสองเฟสนี้ต้องเตรียมพร้อมรับมือ เริ่มเข้าสู่ภาวะอันตราย

  • Post-Peak Period ระยะนี้คือช่วงที่มีการระบาดไข้หวัดใหญ่ในหลายประเทศ ในอัตราที่ลดลง เป็นช่วงประเมินการตอบสนอง ช่วงฟื้นฟู และช่วงเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่การระบาดที่จะกลับมาอีกครั้ง
  • Possible New Wave หลังผ่านการระบาดช่วงพีคคือช่วงที่ 5 และช่วงที่ 6 ไปแล้ว ผ่านช่วงหลังของการระบาดระดับสูงสุดไปแล้ว จะเข้าสู่การระบาดอีกครั้งหนึ่ง ช่วงนี้หลายประเทศต้องจับตา เฝ้าระวังการแพร่ระบาดไวรัสอีกครั้ง ช่วงนี้ ถือเป็นช่วงเตรียมรับมือ
  • Post-Pandemic Period ช่วงนี้ถือเป็นช่วงสุดท้ายคือหลังการกลับมาระบาดของไวรัสอีกครั้ง ระดับของไข้หวัดใหญ่จะเข้าสู่ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ช่วงนี้เป็นช่วงประเมินและเป็นช่วงฟื้นฟู
สถานการณ์ล่าสุดของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ภาพจาก Coronavirus COVID-19 Global Cases by Johns Hopkins CSSE

สถานการณ์ล่าสุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ติดเชื้อจำนวน 86,983 ราย เสียชีวิต 2,978 ราย รักษาหาย 42,139 ราย เบื้องต้นสามารถระบุพื้นที่มีการติดเชื้อไวรัสราว 74 ประเทศ มีอีกราว 705 เคสที่ยังไม่สามารถระบุพิกัดพื้นที่

ในไทย อธิบดีกรมควบคุมโรคเผย มีผู้เสียชีวิตชายไทยคนแรก อายุ 35 ปี ก่อนหน้านั้นป่วยเป็นไข้เลือดออก รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ต่อมาตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 เป็นโรคที่สอง ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลสถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ทีมแพทย์รักษาเต็มที่จนไม่พบเชื้อโควิด-19

แม้ไม่พบเชื้อแล้ว แต่การรักษาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ด้วยสภาพปอดที่เสื่อม หัวใจและอวัยวะภายในทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลว (Multiorgan failure) จนเสียชีวิตในที่สุด

ที่มา – GatesNotes, WHO (1), (2), PLOS BIOLOGY, Coronavirus COVID-19 Global Cases by Johns Hopkins, ทำเนียบรัฐบาล

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา