บลจ. บัวหลวงเปิดกองทุนใหม่ B-CHINE-EQ เน้นลงทุนหุ้นจีนหลากหลายตลาด

เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ บลจ.บัวหลวง ในการเปิดตัวกองทุนใหม่ B-CHINE-EQ เน้นลงทุนในประเทศจีนเป็นหลัก โดยชูจุดเด่น คือลงทุนในหุ้นจีนทุกตลาดหลักทรัพย์ และรวมไปถึงลงทุนในหุ้นที่มีอนาคตไกลรองรับเทรนด์ของเศรษฐกิจจีนที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบ

ภาพจาก Shutterstock

หลังจากประสบความสำเร็จในการออกกองทุนใหม่ๆ ที่มีธีมการลงทุนที่เน้นไปเฉพาะทางอย่างกองทุนหุ้นเอเชีย หรือแม้แต่กองทุนชื่อดังอย่าง บัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ คราวนี้ บลจ. บัวหลวง ไม่พลาดที่จะนำเสนอกองทุนหุ้นจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งการเปิดตัวกองทุน B-CHINE-EQ ย่อมไม่ธรรมดา

ไม่ใช้ Feeder Fund

ปกติกองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนส่วนใหญ่มักจะไปลงทุนกับกองทุนเจ้าอื่นๆ ที่ลงทุนในประเทศจีนหรือที่เรียกกันว่า Feeder Fund แต่ B-CHINE-EQ จะใช้การ Outsource ให้ Allianz Global Investor ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุนให้กับทาง บลจ. บัวหลวง แต่ถ้าทาง บลจ. บัวหลวง จะลงทุนเองก็สามารถทำได้ สร้างความแตกต่างให้กับกองทุนที่ลงทุนหุ้นจีนในประเทศไทย แต่ในช่วงแรกนั้นจะให้ทาง Allianz Global Investor ทำหน้าที่ในการเป็นผู้จัดการกองทุนไปก่อน

ลงหุ้นจีนในทุกตลาดหลักทรัพย์

จุดเด่นของกองทุน B-CHINE-EQ คือ การลงทุนในหุ้นจีนแบบเต็มรูปแบบ แตกต่างกับกองทุนอื่นๆ ที่มักจะลงทุนในหุ้นจีนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงหรือสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยการจับมือกับทาง Allianz Global Investor จะทำให้ผู้ถือกองทุน B-CHINE-EQ ได้เปรียบกว่าคือ

  • สามารถลงทุนใน A-Share ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซิ่นเจิ้นโดยซื้อขายเป็นเงินสกุลหยวน
  • สามารถลงทุนใน H-Share ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
  • สามารถลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ เช่นไต้หวัน สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ที่มีบริษัทจีนที่น่าสนใจอยู่ในกระดาน

โดยจุดเด่นทั้งของการลงทุนได้หลายตลาดในจีนหรือแม้แต่นอกจีนจะทำให้สามารถกระจายการลงทุนไปได้ เช่นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ มีหุ้นกลุ่ม Consumer ที่เด่นๆ มาก ทางฝั่งของฮ่องกงก็จะมีกลุ่มการเงินและรวมไปถึงเซิ่นเจิ้น ที่มีหุ้นบริษัทเทคโนโลยีตัวเล็กที่น่าสนใจ เป็นต้น

Kelvin Lam จาก Allianz Global Investor บอกว่า จำนวนหุ้นในพอร์ตการลงทุนของ B-CHINE-EQ มีประมาณ 50 ตัว โดยไม่ได้เน้นว่าจะต้องเป็นหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก แต่การเลือกจะเน้นไปยัง Theme การลงทุนและรวมไปถึงเรื่องของการทำกำไรของหุ้นแต่ละตัวมากกว่า

ภาพจาก Shutterstock

เน้นเด่นไปที่ธีมการลงทุน

Kelvin Lam ชู 3 ธีมเด่นหลักๆ ที่ทำให้กองทุน B-CHINE-EQ ไม่เหมือนใครดังต่อไปนี้

  1. Industrial Upgrade จีนได้เปลี่ยนการผลิตมาเน้นการผลิตแบบขั้นสูงมากขึ้น เช่น ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ รถยนต์ไฟฟ้า
  2. Consumption Upgrade ชาวจีนมีรายได้มากขึ้น ชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้มีการใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวของชาวจีน เรื่องของสุขภาพ เป็นต้น
  3. Policy Benefits โดยทาง Allianz Global Investor มองว่ารัฐบาลจีนจะเน้นเรื่องสภาพสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้หลายๆ บริษัทได้ประโยชน์อย่าง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

B-CHINE-EQ จะเปิดขายกองทุนครั้งแรก 27 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคมนี้ โปรโมชั่นของกองทุนที่เปิดขายครั้งแรกคือค่าธรรมเนียมซื้อกองทุนเหลือเพียงแค่ 0.5% เท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมบริหารรายปีอยู่ที่ประมาณ 1.75%

Note: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนในกองทุนต้องทำความเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ที่ลงทุน และรวมไปถึงการอ่านข้อมูลของทุนอย่างเช่น Fact Sheet ของกองทุนอย่างละเอียดด้วย

ที่มาBBLAM

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ