ทำไมหุ้นในตลาดหุ้นจีน ที่ได้เข้าดัชนี MSCI ถึงมีความสำคัญอย่างมาก

Brand Inside รวมเหตุผลสำคัญๆ ว่าทำไมการที่หุ้นจีนเข้าสู่ดัชนี MSCI ถึงมีความสำคัญต่อจีนเป็นอย่างยิ่ง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนหลายๆ อย่างในประเทศจีนด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการเงิน ประกันภัย หรือแม้แต่ธุรกิจจัดการกองทุนรวม ซึ่งมีผลกระทบต่อนักลงทุนที่ลงทุนในประเทศไทยด้วย

ภาพจาก Shutterstock

ในช่วงที่ผ่านมาทางการจีนพยายามทำให้ตลาดทุนของจีนเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เช่น ช่องทางการซื้อขายผ่าน HK-Shanghai connect แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่นัก หรือความพยายามที่จะเชื่อมกับตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน แต่ก็เป็นแค่กระแสข่าวที่มาแล้วก็จากไป

แต่การที่หุ้นจีนติดดัชนีของ MSCI หลังจากมีการประกาศออกมา ถือว่าสำคัญกว่านั้นมาก

ทำไม MSCI ถึงมีความสำคัญมากขนาดนี้?

MSCI เป็นบริษัทจัดอันดับดัชนีที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน รวมไปถึงสถาบันการเงินให้ความเชื่อถืออย่างมาก โดยมีเม็ดเงินลงทุนที่เลือกใช้ดัชนีของ MSCI ในการบริหารจัดการสูงถึง 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยเรา หลายๆ กองทุนก็ลงทุนอิงตามดัชนี MSCI Thailand เช่นกัน

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าถ้าหากหุ้นจีนจำนวนกว่า 234 หุ้น ที่ได้ติดดัชนีของ MSCI เม็ดเงินอีกจำนวนมหาศาลจะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นจีนทั้ง 2 ตลาด ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยงไฮ้ หรือ เซิ่นเจิ้น โดยเบื้องต้น MSCI คาดว่าเม็ดเงินจะไหลเข้าจีนประมาณ 540,000 ล้านบาท

เรื่องนี้ยังสำคัญกับทางการจีนอีกด้วย เพราะว่าทางการจีนนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาตลาดทุนในประเทศจีนให้ทัดเทียมกับฝั่งตะวันตกหรือแม้แต่ให้ดีกว่าทางฮ่องกง หรือ ญี่ปุ่น ด้วยซ้ำ การที่หุ้นจีนติดดัชนีของ MSCI จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของทางการจีนอีกเรื่อง

แล้วเรื่องนี้มีความสำคัญกับนักลงทุนยังไงบ้าง?

สำหรับนักลงทุนชาวไทยแล้ว กองทุนรวมในประเทศไทยที่เน้นลงทุนโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets ครั้งนี้กองทุนหลักที่ท่านๆ ถืออยู่จะมีการเพิ่มหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ในประเทศจีนเข้าไปอีกมากพอสมควร

ส่วนกองทุนที่เน้นลงทุนในประเทศจีนอาจได้ผลดีมากขึ้นไม่มากก็น้อย เพราะว่าเม็ดเงินที่ได้ไหลเข้าไปอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรก

ยังไม่นับรวมว่ากำไรของบริษัทจีนที่ค่อนข้างเติบโตไปตามเศรษฐกิจจีนอีกต่างหาก ทำให้อาจเป็นผลดีสองต่อก็เป็นได้

แล้วทำไมหุ้นจีนหลายๆ ตัวพึ่งได้ติดดัชนีนี้?

MSCI ปฏิเสธหุ้นจีนไม่ให้ติดในดัชนีของ MSCI เพราะปัญหาในอดีตของจีนคือเรื่องของสภาพคล่องที่น้อย การที่เป็นชาวต่างชาติแล้วเข้าไปซื้อหุ้นในจีนได้ต้องเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ ต้องผ่านการตรวจสอบของทางการจีน และรวมไปถึงในอดีตยังมีโควต้าในการซื้อขายจำกัดต่อวันอีกด้วย

เรื่องใหญ่ที่สำคัญอีกเรื่องคือการควบคุมเงินทุนไหลเข้าออกประเทศจีน ทำให้สถาบันการเงินต่างประเทศถึงแม้ว่าจะเห็นหุ้นจีนดีแค่ไหน แต่ถ้าเจอแบบนี้ก็ต้องขอลาจาก

จนเมื่อทางการจีนเริ่มผ่อนปรนและผ่อนคลายนโยบายในเรื่องของโควต้าการซื้อหุ้น รวมไปถึงเงินทุนที่ไหลเข้าออกซึ่งดีกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ทำให้ MSCI เริ่มนำหุ้นจีนมาติดในดัชนี ซึ่งก่อนหน้าถ้าหุ้นจีนที่ติดดัชนีส่วนใหญ่มักจะเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดฮ่องกง

MSCI เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน

ปัญหาใหญ่อีกเรื่องของการถือครองหุ้นจีนโดยชาวต่างชาติคือเรื่องเพดานการถือครองหุ้นที่ทางการจีนยังจำกัดไว้ ทำให้ MSCI ยังให้น้ำหนักในการถือหุ้นจีนน้อยมากๆ

เมื่อเดือนที่ผ่านมาทาง MSCI ได้ออกจดหมายว่ายินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าหากทางการจีนเริ่มขยายเพดานการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น และเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนให้กับหุ้นจีน

ไม่เช่นนั้นแล้วจะมีกรณีเหมือนหุ้นที่ตลาดเวียดนามที่ประสบกับปัญหาเพดานการถือครองของชาวต่างชาติเต็ม ทำให้ซื้อขายกันลำบาก และเหมือนหุ้นไทยบางตัวที่ไม่ติดในดัชนี MSCI เพราะว่าสภาพคล่องน้อยเกินไปด้วย

ภาพจาก Facebook ของ Moutai Australia

มีหุ้นน่าสนใจตัวไหนที่ติดบ้าง

โดยหุ้นเด่นๆ ในตลาดหุ้นจีนที่ติดรายชื่อของ MSCI คราวนี้ยกตัวอย่างเช่น บริษัทเหล้าชื่อดังอย่างเหมาไถ Kweichow Moutai ซึ่งเป็นบริษัทเหล้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนไปแล้ว หรือบริษัทผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่ของจีนอย่าง Hangzhou Hikvision โดยรายชื่อหุ้นเต็มๆ อยู่ที่นี่

โดยหุ้น 234 ตัวจะอยู่ตามดัชนีของ MSCI ยกตัวอย่างเช่น MSCI China Index, MSCI Emerging Markets หรือแม้แต่ MSCI All Country World Index ซึ่งมีหุ้นทั่วโลกอยู่ในดัชนีนี้

ที่มาBloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ