ครบรอบ 3 ปี Shanghai-HK Connect กับปริมาณการซื้อขายสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ครบรอบ 3 ปีที่ทางตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงจับมือกันเพื่อเชื่อมต่อตลาดหุ้นเข้าด้วยกัน ทำให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่นั้นสามารถที่จะซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ การที่ทั้ง 2 ตลาดเชื่อมต่อกันครบรอบ 3 ปีนั้นมีข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจมากๆ

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงนั้นได้เผยแพร่สถิตินี้นั้นเกิดจากการเก็บข้อมูลการซื้อขายของการเชื่อมต่อนี้ไว้ในรอบ 3 ปี โดยปริมาณการซื้อขายนั้นถือว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ ปีเลยทีเดียว และยังเปิดเผยหุ้นที่นักลงทุนทั้งสองฝั่งชอบลงทุนมากที่สุดด้วย

มารู้จัก Shanghai-Hong Kong Stock Connect กันสักหน่อย

Shanghai-Hong Kong Stock Connect นั้นเริ่มในปี 2014 จากความคิดของนายกรัฐมนตรี Li Keqiang ในเดือนเมษายน เปิดให้เชื่อมต่อจริงๆ ในวันที่ 17 พฤษจิกายน 2014 ส่วนของตลาดหลักทรัพย์เซิ่นเจิ้นนั้นเปิดให้เชื่อมต่อในวันที่ 5 ธันวาคมโดยมีรูปแบบดังนี้

  • ถ้าหากนักลงทุนอยู่ที่ฮ่องกงแล้วต้องการจะซื้อหลักหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้หรือเซิ่นเจิ้นนั้นเราจะเรียกว่า (Northbound)
  • ถ้าหากนักลงทุนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้หรือเซิ่นเจิ้นแล้วต้องการจะซื้อหลักหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงนั้นเราจะเรียกว่า (Southbound)

หุ้นของทั้ง 2 ตลาดที่นักลงทุนซื้อขายกันมากที่สุด

ก่อนหน้านั้นมีการคาดเดาว่าหุ้นที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมากที่สุดนั้นอาจคือ Tencent  โดย 6 อันดับแรกนั้นมีรายชื่อดังต่อไปนี้

  1. HSBC
  2. China Construction Bank
  3. ICBC
  4. Tencent
  5. Sunac China
  6. Geely Auto

โดย HSBC นั้นมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 75,800 ล้านฮ่องกงดอลลาร์ ส่วนทางด้านของทางฝั่งนักลงทุนฮ่องกงได้ซื้อขายหลักทรัพย์ของ Kweichow Moutai ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสุราชื่อดัง โดยมีมูลค่าการซื้อขายที่ 46,000 ล้านหยวน

ปริมาณการซื้อขายที่เติบโตขึ้นทุกปี

โดยมูลค่าการซื้อขายจากจีนแผ่นดินใหญ่ (Southbound) ปัจจุบันนั้นมีมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านฮ่องกงดอลลาร์ เมื่อเทียบกับในปี 2014 ที่มีมูลค่าซื้อขายเพียงแค่ 13,000 ล้านฮ่องกงดอลลาร์ เติบโตถึง 60 เท่า ส่วนมูลค่าการซื้อขายจากฮ่องกง (Northbound) นั้นมีมูลค่าซื้อขาย 491,000 ล้านหยวน โดย Charles Li ประธานตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงหวังว่าด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างกันที่สูงมากขนาดนี้จะทำให้บริษัทจากทางจีนแผ่นดินใหญ่นั้นเข้ามา IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินหรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยี ที่ในจีนแผ่นดินใหญ่นั้นเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างมาก

ที่มาCaixin Global, Bloomberg

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา