รู้จักวิธีป้องกันพัสดุถูกขโมยจากยักษ์ E-Commerce อย่าง Amazon ผู้ส่งสินค้าหลายล้านชิ้น

แม้ Amazon จะไม่เปิดเผยจำนวนการส่งสินค้าทั้งหมดในแต่ละปี แต่แค่จำนวนการส่งลูกค้าสมาชิก Prime ทั่วโลกก็ถึง 5,000 ล้านชิ้น แล้วอย่างนี้ Amazon จะจัดการกับเรื่องพัสดุหายอย่างไร Brand Inside จะเล่าให้ฟัง

การส่งของใน Amazon.com

เราวัดความซื่อสัตย์ ไม่ได้วัดเรื่องใครจะขโมย

เป็นปกติของธุรกิจค้าปลีก ไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้า หรือโลก E-Commerce ที่เสี่ยงต่อการถูกพนักงานขโมยของ เพราะยิ่งทำงานใกล้ชิดสินค้ามากเท่าไร มันก็ล่อตาล่อใจคนที่อยากมีอยากได้มากเท่านั้น แต่ Amazon เลือกที่จะจัดการปัญหานี้ด้วยการวัดความซื่อสัตย์ของพนักงาน

อดีตพนักงานระดับผู้จัดการด้านการขนส่งของ Amazon เล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่พนักงานขนส่งพัสดุนำพัสดุต่างๆ โหลดเข้ามาในรถบรรทุก ก็จะทำการสแกนโค้ดบนกล่องพัสดุเพื่อรู้ว่าต้องไปส่งที่ไหน แต่ Amazon จะนำกล่องพัสดุปลอม ที่ภายในไม่มีของมีค่าอะไร พร้อมกับแปะโค้ดในการขนส่งเหมือนกับพัสดุปกติ

พัสดุของ Amazon // ภาพจาก Shutterstock

“ถือเป็นการตรวจสอบความซื่อสัตย์ของผู้ส่งพัสดุมากกว่า เพราะเวลาเขาสแกนพัสดุที่เราแอบใส่เข้ามา มันก็จะมี Error Message ขึ้นมา และมันหมายความว่า พัสดุนั้นไม่ได้อยู่ในระบบของ Amazon คราวนี้ก็อยู่ผู้ส่งแล้วว่าจะเอามันไปเลย หรือเลือกติดต่อหัวหน้า ไม่ก็เอาของมาเก็บที่คลังเหมือนเดิมเพื่อเช็คความถูกต้อง”

อย่างไรก็ตาม Amazon ก็เริ่มหาวิธีส่งสินค้าแบบใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกผู้ส่งขโมยพัสดุ เช่นการเข้าไปส่งพัสดุภายในบ้าน หรือรถยนต์ของผู้สั่ง ขณะเดียวกันยังมีการแสดงภาพวงจรปิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีพนักงานขโมยสินค้าภายในคลังสินค้า เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องความซื่อสัตย์ให้กับพนักงานทุกคน

คลังสินค้าของ Amazon // ภาพ amazon.com

สำหรับการขโมยสินค้านั้นไม่ได้เกิดแค่ Amazon แต่คือค้าปลีกทั่วไปด้วย และมีการคาดการณ์ว่าปัญหาการถูกขโมย หรือพัสดุมีปัญหา นั้นสร้างความเสียหายกว่า 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีคนทำแบบสอบถามแล้วพบว่ามีทำแบบสอบถามถึง 31% เคยเจอปัญหาเกี่ยวกับการถูกขโมยพัสดุด้วย

สรุป

ถือเป็นอีกตัวอย่างที่ดีสำหรับการจัดการเรื่องความซื่อสัตย์ เพราะผู้ส่งพัสดุก็ไม่รู้ตัวว่าพัสดุนั้นมีจริงหรือไม่ และทาง Amazon ก็คงรออยู่แล้วว่า ถ้าคนส่งคนนั้นเอาไป เขาก็เท่ากับโจร และไม่มีความซื่อสัตย์ใดๆ แต่ถ้าไม่เอาไปก็น่าจะมีการให้ความเชื่อใจกับพนักงานคนนั้นในอนาคตก็ได้

อ้างอิง // Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments