รู้จัก Alchemist อาวุธลับเรื่องดาต้าของ Rabbit Digital Group

ทำความรู้จักกับ Alchemist บริษัทใหม่ในเครือ Rabbit Digital Group ที่จะเข้ามาเสริมแกร่งในเรื่องดาต้า ที่มองว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญในตลาดต่อไปในอนาคต

Alchemist คืออะไร

Alchemist เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน Data Activation หรือการนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้ามารวมในแพลตฟอร์มเดียวกันเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างข้อมูล และวิเคราะห์เพื่อหาอินไซต์ของข้อมูล  และสร้างผลิตภัณฑ์จากข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้

ก่อตั้งโดย “ไชยณัฐ สัจจะปรเมษฐ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลเคมิสท์ จำกัด แต่เดิมอยู่ในฐานะ “ลูกค้า” ของเอเยนซี่มาโดยตลอด ทำงานด้านการตลาดด้านกลยุทธ์ที่บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์ จำกัด แต่มีความสนใจเรื่องเทคโนโลยีในเรื่องดาต้าเป็นอย่างมาก และมองว่าดาต้าจะเป็นอนาคตของทุกสิ่ง จึงตัดสินใจออกมาเปิดบริษัท

ซึ่งคำว่า Alchemist มีความหมายว่า “นักเล่นแร่แปรธาตุ” เป็นศาสตร์โบราณ สื่อถึงดาต้าแบบกลายๆ ว่ามีการแปรจากโลหะเป็นทอง มองดาต้าเป็นโลหะ ที่จะทำอย่างไรให้เป็นทองมีมูลค่าในอนาคตได้

แต่ Alchemist ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในเครือของ Rabbit Digital Group เข้ามาเสริมเป็นธุรกิจที่ 5 เสริมทัพทางด้านดาต้าให้แกร่งยิ่งขึ้น สามารถเรียกได้ว่าเป็นเอเยนซี่รายแรกๆ ที่มีการนำดาต้ามาใช้งานอย่างจริงจัง สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมได้

ถ้าถามถึงจุดเริ่มต้นในการที่เข้ามาเป็นส่วนหนึง่ของครอบครัว Rabbit Digital Group ไชยณัฐได้เริ่มเล่าว่า “ทั้ง 2 ฝ่ายมีการเห็นภาพใหญ่ที่ตรงกัน เห็นว่ายุคนี้เป็นยุคที่ Data Overload หาข้อมูลได้เต็มไปหมด มีการทำงานยากขึ้น ประสบการณ์ระหว่างการทำออนไลน์ และออฟไลน์มันไร้รอยต่อแล้ว เป็นโจทย์ที่มองว่าจะเอาดาต้ามาสร้างประสบการณ์ได้อย่างไร”

ประกอบกับทาง Rabbit Digital Group มีวิสัยทัศน์ว่าภายใน 2020 อยากเป็น Data-Driven Company เพราะการทำงานระหว่างลูกค้ากับเอเยนซี่เปลี่ยนไป มีโจทย์เข้ามามากขึ้น และบรีฟจากลูกค้าก็ไม่ได้มาจากดาต้า 100% จะมีคำว่าบรีฟ มีโจทย์อย่างนี้ ปัญหาอย่างนี้ แต่ถ้ามาดูที่มาที่ของบรีฟว่าไม่ได้มาจากดาต้า 100% มาจากผลวิจัยที่มีการทำซ้ำๆ แต่ตอนนี้ได้ยินการทำดาต้าเยอะขึ้น ที่จริงดาต้าเข้ามาเปลี่ยนเกมการทำงานของสองฝั่งมากขึ้น ดาต้ากระจายไปหมด เป็น A Single Source of Truth ใครใช้ก็เหมือนกัน ไม่มีลำเอียงเหมือนผลวิจัย

“ได้คุยกับทาง RDG ตั้งแต่ต้นปี แต่เพิ่งมาเริ่มทำจริงๆ ตอนไตรมาส 3 มีการคุยกันเรื่องวิสัยทัศน์ว่าเอเยนซี่ต้องเปลี่ยนไป ดาต้าจะเข้ามาแน่ๆ ตัวเองเป็นฝั่งลูกค้ามาก่อนได้เห็น Pain Point หลายอย่างว่าเรื่องดาต้าสำคัญ มีดาต้าแต่ไม่รู้จะใช้อย่างไร ตอนนี้ก็มองทั้งสองมุมทั้งเอเยนซี่ และลูกค้า”  

ในอดีตมีการเอาดาต้ามาใช้อย่างยุ่งยาก

ด้วยความที่ไชยณัฐเคยทำงานอยู่ฝั่ง “ลูกค้า” มาก่อน เห็นว่าดาต้าในการตลาดมีความยาก 2 เรื่อง 1. ใช้ข้อมูลเยอะมาก 2. ได้ข้อมูลยากมาก และยิ่งกับในองค์กรที่เป็นระบบบังคับบัญชามีหลายขั้น เวลาจะใช้ข้อมูลแต่ละครั้งก็ต้องไปขอข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการหวงข้อมูลกันเองอีก บางทีได้มาก็ใช้ไม่ได้ ไม่มีการวางโครงสร้างที่ดี หน้าตาไม่เหมือนกันใช้ไม่ได้ รวมกันไม่ได้

สุดท้ายก็ต้องไปหา Third Party ให้ช่วยทำรีเสิจ ซึ่งรีเสิจมีข้อเสียเยอะ ไม่ค่อยเที่ยงตรง ไม่ว่าจะมีโฟกัสกรุ๊ป หรือการสำรวจ ต้องใช้เวลานานอย่างต่ำครึ่งปี แล้วกว่าจะเอามาทำบรีฟ หรือแคมเปญพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปแล้ว

การใช้ดาต้าในด้านการตลาดไม่ใช่เรื่องของขนาด แต่ต้องตั้งโจทย์ก่อนว่าเก็บดาต้าเพื่ออะไร ธุรกิจมีปัญหาอะไร ดาต้าแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ต้องมาวางกลยุทธ์ใหม่ว่าจะเก็บอย่างไร และใช้อย่างไร

Alchemist ทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าถามว่า Alchemist ให้บริการด้านดาต้าในรูปแบบไหน เป็นการทำ Data Activation เป็นการเอาดาต้ามาทำการวิเคราะห์ เพื่อนำดาต้ามาใช้อย่างเหมาะสม โดยมี 3 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่

  1. Data In เป็นการนำเอาดาต้ามารวมอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทำการจัดระเบียบต่างๆ
  2. Value Unlocked เริ่มทำการวิเคราะห์หาความหมายของข้อมูลต่างๆ เหล่านั้น
  3. Impact Out แล้วหยิบเอาดาต้ามาสร้างอิมแพ็คด้วยการเน้นสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า เป็นการสร้างโปรดักส์จากข้อมูลด้วย

Data Activation จะครอบคลุมบริการตั้งแต่ให้คำปรึกษา วิเคราห์ข้อมูลดาต้า วางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ให้ลูกค้า ไปจนถึงการสร้าง Data-Driven Products ที่จะช่วยสร้างอิมแพ็ค หรือสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค อาจจะเป็นการทำแอพพลิเคชั่น หรือแชทบอท เชื่อมต่อ API ที่ช่วยในการสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภคได้

ตอนนี้ Alchemist อยู่ในช่วงกำลังฟอร์มทีม คาดว่าภายในไตรมาส 1 ปีหน้าจะมีทีมงานเข้ามาเพิ่ม 20 คน ซึ่งก็เป็นความท้าทายในการหาบุคลากรทางด้านนี้ โดยที่โครงสร้างของทีมแบ่งเป็น 3 ส่วน กลยุทธ์, Technology Developer และครีเอทีฟ จะไม่เหมือนการทำงานเอเยนซี่ทั่วไป ไชยณัฐบอกว่าคนของ Alchemist ต้องบาล๊านซ์สมองซีกซ้ายและขวา โลจิกต้องแม่น เข้าใจเทคโนโลยี และต้องครีเอทีฟด้วย

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา