Aeon ผนึก Ocado ผู้ค้าออนไลน์สัญชาติอังกฤษ รับมือ Walmart ขยายอี-คอมเมิร์ซญี่ปุ่น

ธุรกิจอี- คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งญี่ปุ่น ถึงเวลาที่ “อิออน” ต้องปรับตัวครั้งใหญ่รองรับคู่แข่งที่เข้ามาทำตลาดอย่าง Walmart 

บริษัท อิออน ซูเปอร์มาร์เก็ต ประเทศญี่ปุ่น กำลังหาทางที่จะขยายธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) จึงจับมือร่วมกับ Ocado ผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตผ่านทางออนไลน์สัญชาติอังกฤษ โดยจะใช้เทคโนโลยีของ Ocado สำหรับการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ

การจับมือกับพันธมิตรอย่าง Ocado จะช่วยให้ Aeon สามารถใช้ประโยชน์จาก Ocado Smart Platform (OSP) และซอฟต์แวร์อื่น ๆ รวมถึงบริการด้านวิศวกรรมและการสนับสนุนของ Ocado เพื่อเปิดธุรกิจร้านขายของชำออนไลน์ใหม่ครอบคลุมลูกค้าหลายล้านคนทั่วญี่ปุ่น
เป้าหมายการขับเคลื่อนในครั้งนี้ เพื่อปลุกปั้นยอดขาย 600 ล้านเยน (5.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการขายภายในปี 2573 และในอีก 5 ปีถัด ยอดขายต้องเพิ่มเป็น 1 ล้านล้าน (9.13 พันล้านดอลลาร์) 
นอกจากนี้การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามในการป้องกันคู่แข่งในภูมิภาค อย่างวอลมาร์ทที่ร่วมมือกับ Seiyu จากญี่ปุ่นรุกทำตลาดทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและขายผ่านทางออนไลน์ 

ทั้งนี้ดีกรีของธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Ocado ในอังกฤษสร้างรายได้ 8.1 พันล้านปอนด์ (10.46 พันล้านดอลลาร์) และมีส่วนแบ่งตลาดของร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต 1.4%

สำหรับญี่ปุ่นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านอีคอมเมิร์ซและมีตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลีกแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากอีคอมเมิร์ซ

อุตสาหกรรมค้าปลีกของญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโต 2.6 % ต่อปี จากคาดว่าจะมีมูลค่า 969.1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ และเพิ่มเป็น 1.10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566

ในขณะเดียวกันยอดค้าปลีกออนไลน์ในญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโต 10.1 % หรือมีมูลค่า 102.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566

สรุป

การแข่งขันธุรกิจที่รุนแรงมากขึ้นในญี่ปุ่นจากการที่ Walmart เข้ามาจับมือร่วมกับ Seiyu ดังนั้น Aeon จึงต้องหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายโดยเฉพาะ Smart Platform (OSP) และซอฟต์แวร์อื่น ๆ เพิ่มเติมเต็มธุรกิจให้แข็งแกร่งแข่งขันได้ ซึ่งสะท้อนว่ายุทธศาสตร์ของ Aeon ว่าหลังจากนี้ขาธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะทวีความสำคัญมากขึ้น 

ที่มา : Inside Retail Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา