สะเทือนตลาดรองเท้ากีฬา ASICS พุ่งเป้าใส่เทคโนโลยีลดการสูญเสียพลังงาน สร้างแบรนด์ทางเลือกของนักวิ่ง

หากพูดถึง ASICS (เอสิคซ์) สาวกแบรนด์ญี่ปุ่นต้องรู้จักเป็นอย่างดี  เอสิกซ์มองโอกาสการสร้างแบรนด์สู่อันดับ 3 เป็นทางเลือกนอกเหนือจาก Nike และ Adidas โดยพุ่งเป้าพัฒนารองเท้า ด้วยเทคโนโลยี ประเดิมด้วย”Energy Saving”ลดการสูญเสียพลังงานของผู้ใส่

สำหรับ ASICS  เป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานาน 70 ปี เป็นผลิตภัณฑ์กีฬาและรองเท้ากีฬาสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1949 โดย คิฮะชิโระ โอะนิซุกะ ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทรองเท้ากีฬาของตนเอง

รองเท้าแบรนด์แรก คือ โอนิซึกะไทเกอร์ (Onitsuka Co., Ltd.) โดยการผลิตรองเท้าบาสเกตบอลจากห้องนั่งเล่นของตนเองในเมืองโกเบะ ประเทศญี่ปุ่น

และในปี 1977 ได้เลือกใช้ชื่อ ASICS เป็นชื่อสำหรับบริษัทของตน หมายความว่า “จิตใจที่แจ่มใสย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” และต่อมาได้เปิดตลาดสหรัฐอเมริกา จนได้รับความนิยมทั่วโลก

ยาสุฮิโตะ ฮิโรตะ ประธานบริการและประธานฝ่ายปฏิบัติการ ASICS (เอสิคซ์)

ยาสุฮิโตะ ฮิโรตะ ประธานบริการและประธานฝ่ายปฏิบัติการ ASICS (เอสิคซ์) เล่าว่า วิสัยทัศน์ที่ ASICS ให้ความสำคัญ คือ “Create Quality Lifestyle through Intelligent Sport Technology” หรือการสร้างไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพผ่านเทคโนโลยีกีฬาอันชาญฉลาด

และพันธกิจที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีและเติมเต็มการดำเนินชีวิตของคนทั่วโลก ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรมทางการตลาด การเปิดตัวสินค้า นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทาง ASICS ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะครองใจ สร้างความแตกต่าง และดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจในแบรนด์

แน่นอนว่าการแข่งขันในตลาดเมื่อเทียบกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก Nike และ Adidas ทั้งสองรายแทบจะกินรวบตลาดรองเท้ากีฬาอยู่แล้ว การเข้ามาของ Asics ในประเทศไทยหรือในตลาดอาเซียน โฟกัสการทำตลาดในเซ็กเมนต์ที่แบรนด์มีความโดดเด่นน่าจะง่ายกว่า ดังนั้น Asics ประกาศบุกตลาดรองเท้าวิ่ง

ซีรี่ส์ใหม่ Glideride เทคโนโลยี “Energy Saving” อยู่ใน GUIDESOLE

ชู 3 กลยุทธ์การตลาด

  1. การนำเทคโนโลยี และอินโนเวชั่นเข้ามาพัฒนาสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาด ประเดิมเปิดตัว ซีรี่ส์ใหม่ Glideride ด้วยใช้เทคโนโลยี “Energy Saving” อยู่ใน GUIDESOLE™ ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
  2. สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ ทางการตลาดแบบ O2O หลังจากที่มีการนำร่องแล้วในปีนี้ เป้าหมายรายได้ช่องทางอีคอมเมิร์ซ 40% เทียบเท่ากับประเทศจีน
  3. การโฟกัสรองเท้าวิ่ง (Running) สร้างแบรนด์ผ่านการเข้าสนับสนุนงานวิ่งมาราธอนรูปแบบต่างๆ

“ASICS ก็มีความตั้งใจในการพัฒนาประสิทธิภาพและนวัตกรรมของสินค้ารวมถึงบริการเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งอย่างแท้จริง ทั้งยังสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การวิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคน”

สภาพตลาดรองเท้ากีฬาทั่วโลกในปัจจุบัน พัฒนาไปไกลมาก ล้วนแข่งขันกันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งสิ้น ทุกแบรนด์ปลุกปั้นจุดแข็งผ่านเทคโนโลยี ทั้งการทำให้ผู้สวมใส่สบาย น้ำหนักเบา กระชับเท้า และอื่นๆ อีกเพียบ ซึ่งไม่ได้แข่งกันที่การดีไซน์แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

สปอนเซอร์ซีเกมส์ปั้นแบรนด์บุกอาเซียน

การแข่งขันซีเกมส์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2562 จัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ ASICS ถือว่าโอกาสเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อนำแบรนด์ ASICS สู่สายตลาดประชากรในอาเซียนที่กว่า 600 ล้านคน 

ข้อดีของการเป็นสปอนเซอร์ 

  1. สร้าง Touch Point ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และเกิดการ Remind แบรนด์
  2. ตอกย้ำ Brand Image และทำให้ผู้บริโภครับรู้ เข้าใจ Brand Attitude เป็นแบรนด์ที่เข้มแข็งสร้างแรงบันดาลใจ
  3. กระตุ้นเพิ่มยอดขาย

“การสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง วางเป้าหมายการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักต่อเนื่องอีก 5 ปี เพื่อสร้างฐานของแบรนด์ในภูมิภาคอาเซียนให้แข็งแกร่งมากขึ้น”

พร้อมกับถือโอกาสในช่วงการแข่งขันโอลิมปิค ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม 2563 นั้น ASICS เตรียมออกคอลเลคชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่น Retro Tokyo และ Modern Tokyo เรียกว่าเป็นการโหนกระแส ออกคอลเลคชั่นสร้างแบรนด์ ซึ่งจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่ง 200 ประเทศ และจำนวนนักกีฬาราว 12,000 คน

ฮิโรตะ  เล่าว่า ตลาดหลักในอาเซียนสำหรับ ASICS สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในภูมิภาคอาเซียนสัดส่วนยอดขาย 5% ของยอดขายทั่วโลก เป้าหมาย 3-5 ปีข้างหน้าสัดส่วนยอดขายขยับเพิ่มเป็น 10%

ดีไซน์ช็อปตอบโจทย์นักกีฬากับไลฟ์สไตล์

สำหรับในประเทศไทยการดีไซน์ช็อป ASICS ใช้กลยุทธ์แบ่งโซน มีรองเท้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์และขณะเดียวกันก็มีโซนรองเท้าสำหรับนักกีฬาพันธ์แท้ เพราะต้องไม่ลืมว่ารองเท้ากีฬาในตอนนี้ผู้ใส่แบ่งเป็นสองกลุ่ม ทั้งการสวมใส่ลำลอง และใส่สำหรับเล่นกีฬา โดยวางแผนเปิดให้ครบ 16 สาขา 

สรุป :

  • ไทยถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตที่ดี ในช่วง 5 ปี การเติบโตของรองเท้าวิ่งและเสื้อผ้ากีฬามีมูลค่า 3,000 ล้านบาท และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่สำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคอาเซียน
  • การสร้างแบรนด์ผ่านสปอนเซอร์การแข่งขันซีเกมส์ เพื่อแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
  • ASICS โฟกัสตลาดเซ็กเมนต์ที่โดดเด่นอย่างรองเท้าวิ่ง ค่อยๆ กินส่วนแบ่งและต่อยอดสู่เซ็กเมนต์ใหม่
  • ตลาดรองเท้ากีฬาต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำ เพราะรองเท้าธรรมดาขายได้น้อยลง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา