
‘การ์มิน’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ตวอตช์ระดับโลก เปิดตัว Forerunner 70 และ Forerunner 170 สมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งมือใหม่โดยเฉพาะ
สำหรับการเปิดตัวสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่นี้ ใช้แนวคิด “คู่หูเพื่อเริ่มต้นการฝึกซ้อม” (Running Smartwatch with Everything You Need to Get Started) มาพร้อมฟีเจอร์ครบครันสำหรับการติดตามสุขภาพ การฝึกซ้อม และการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังช่วยให้การออกวิ่งก้าวแรกเป็นเรื่องที่ง่าย สนุก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
รองรับไลฟ์สไตล์ของนักวิ่งรุ่นใหม่ที่มองหาการออกกำลังกายที่ผสานทั้งสุขภาพ เทคโนโลยี และสไตล์เข้าไว้ด้วยกัน เป็นการชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกับสะท้อนความเข้าใจต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อีกด้วย
มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “Forerunner 70 และ Forerunner 170 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทุกสิ่งที่นักวิ่งต้องการ โดยเฉพาะนักวิ่งมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางการวิ่ง ด้วยการนำฟีเจอร์สำหรับการวิ่งและการฝึกซ้อมระดับพรีเมียม รวมถึงเมตริกด้านสุขภาพและสุขภาวะยอดนิยมจากสมาร์ตวอตช์ Forerunner รุ่นที่สูงกว่า มาผสานไว้ใน Forerunner 70 และ Forerunner 170”
“เพื่อช่วยให้นักวิ่งมือใหม่และผู้ที่อยากเริ่มต้นวิ่งสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าเป้าหมายของแต่ละคนจะเป็นการเริ่มออกกำลังกาย หรือการสร้างวินัยในการฝึกซ้อม สมาร์ตวอตช์ทั้งสองรุ่นนี้พร้อมเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวไปสู่เป้าหมายของตัวเอง และทำให้ทุกก้าวมีความหมายมากยิ่งขึ้น”

สมาร์ตวอตช์ที่ออกแบบมาเพื่อเป็น “คู่หูเพื่อเริ่มต้นการฝึกซ้อม” กับฟีเจอร์อัจฉริยะที่รองรับทุกเทรนด์การวิ่ง
ที่ผ่านมาคอมมูนิตี้นักวิ่งและ Social Run Club ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างมากสู่กระแสวัฒนธรรมระดับแมส การวิ่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ social lifestyle ที่คนรุ่นใหม่ต้องการมีส่วนร่วม
โดยข้อมูลจริงบน Garmin Connect ชี้ให้เห็นว่าการวิ่งคือกิจกรรมอันดับ 1 ด้วยจำนวนเซสชันกว่า 20 ล้านครั้ง และเมื่อเปรียบเทียบปี 2567-2568 พบว่า Track Running เติบโตสูงถึง 82% และ Treadmill Running เพิ่มขึ้น 34%
จากข้อมูลนี้เองที่นำมาสู่การเปิดตัว Forerunner 70 และ Forerunner 170 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งที่มองการวิ่งเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของ social lifestyle ที่สะท้อนตัวตน ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ของตนเอง ทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัย สวมใส่ได้ทั้งระหว่างออกกำลังกายและในชีวิตประจำวัน
ทำให้การ์มินสามารถตอบโจทย์ทั้ง performance และ modern lifestyle ของคนรุ่นใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแผน ติดตาม และพัฒนาการวิ่งของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านสุขภาพ การฝึกซ้อม และการติดตามผลแบบ real-time เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจพัฒนาการของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ต่างๆ ยังใช้แนวคิดด้านวิทยาศาสตร์มาออกแบบ เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย และสนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถรักษาความต่อเนื่องในการฝึกซ้อมได้ในระยะยาว

Forerunner 70 รุ่นเริ่มต้นที่ครบครันกว่าที่คิด ให้ทุกก้าวเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
Forerunner 70 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.2 นิ้ว สีสันสดใส พร้อมระบบสัมผัสที่ตอบสนองรวดเร็ว และดีไซน์ 5 ปุ่มควบคุมตามแบบฉบับ Forerunner เพื่อการใช้งานที่สะดวกในทุกสถานการณ์ แบตเตอรี่อายุการใช้งานสูงสุด 13 วันในโหมดสมาร์ตวอตช์ และตัวเลือกสี ได้แก่ Citron, Soft Pink, Tidal Blue, Cool Lavender, Black และ Whitestone
โดย Forerunner 70 เตรียมวางจำหน่ายใน ราคา 8,990 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์จำเป็นสำหรับนักวิ่งทุกระดับ เช่น
- ฟีเจอร์พื้นฐานครบครันสำหรับการวิ่ง ทั้งจีพีเอสในตัว รวมถึงข้อมูลเวลา ระยะทาง เพซ และการวัดอัตราการเต้นหัวใจจากข้อมือ
- “Quick Workouts” ฟีเจอร์ล่าสุดที่ช่วยให้การเริ่มต้นฝึกซ้อมเป็นไปได้อย่างง่ายดาย สร้างคำแนะนำการออกกำลังกายให้เหมาะกับผู้ใช้งาน เพียงตั้งค่าระยะเวลาที่ต้องการและระดับความเข้มข้นของการฝึกซ้อม
- ฟีเจอร์ “Garmin Coach” แผนการฝึกซ้อมที่ปรับเปลี่ยนในแต่ละวันตามข้อมูลสุขภาพและการฟื้นตัว รองรับการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันและการบรรลุเป้าหมายส่วนตัวอื่นๆ พร้อมเพิ่มแผนการฝึกใหม่ใน “Garmin Run Coach” เพื่อการฝึกซ้อมตามความเหมาะสมสำหรับนักวิ่งมือใหม่ด้วยแผนการฝึกซ้อมแบบวิ่งสลับเดิน
- คำแนะนำการออกกำลังกายในแต่ละวัน (Daily Suggested Workouts) ที่รวมถึงแผนการฝึกซ้อมใหม่แบบวิ่งสลับเดิน ซึ่งจะถูกปรับเปลี่ยนหลังการวิ่งทุกครั้งให้เหมาะสมกับสมรรถนะและการฟื้นตัวของผู้ใช้งาน
- ฟีเจอร์เพื่อการฝึกซ้อมขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจาก Garmin Human Performance Lab อาทิ คะแนนความพร้อมในการฝึกซ้อม สถานะการฝึกซ้อม การวัดพลังงานขณะวิ่งจากข้อมือ (Running Power) และไดนามิกการวิ่ง (Running Dynamics) อีกทั้งยังมี โหมดกีฬาอีกกว่า 80 รายการ ครอบคลุมทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เวตเทรนนิง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
- การติดตามสุขภาพและสุขภาวะตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการติดตามการนอนหลับขั้นสูง โค้ชการนอนหลับ (Sleep Coach) ความแปรปรวนของการหายใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV) ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox) การบันทึกไลฟ์สไตล์ และ Health Status
- ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ กับการรองรับการแจ้งเตือนอัจฉริยะ ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ฟีเจอร์ LiveTrack และอื่นๆ

Forerunner 170 รุ่นอัปเกรดที่เติมเต็มทั้งการวิ่งและไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน
Forerunner 170 ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Forerunner 70 โดยเพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานระหว่างวันและไลฟ์สไตล์ของนักวิ่งรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น มาพร้อมกับแบตเตอรี่อายุการใช้งานสูงสุด 10 วันในโหมดสมาร์ตวอตช์
โดย Forerunner 170 มีให้เลือกทั้งสี Black ที่มาพร้อมสายสี Black และ Amp Yellow อีกทั้งยังมีสี Whitestone ที่มาพร้อมสายสี Whitestone และ Cloud Blue เตรียมวางจำหน่ายใน ราคา 9,990 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว Forerunner 170 Music สมาร์ตวอตช์ที่สามารถจัดเก็บและเล่นเพลงได้โดยตรงผ่านหูฟังไร้สาย ที่ได้มีการเพิ่มตัวเลือกสี ได้แก่ สี Teal Green ที่มาพร้อมสายสี Teal Green และ Citron ทั้งยังมีสี Red Pink ที่มาพร้อมสายสี Red Pink และ Mango เตรียมวางจำหน่ายใน ราคา 12,490 บาท
อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์เพิ่มเติมนอกเหนือจากฟีเจอร์ใน Forerunner 70 ที่จะช่วยให้การวิ่งและการใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกและสนุกยิ่งขึ้น เช่น
- ฟีเจอร์ “Garmin Pay™” ระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัสด้วยสมาร์ตวอตช์ผ่านบัตรและเครือข่ายการชำระเงินที่รองรับ ชำระเงินจากข้อมือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
- ฟังเพลงพร้อมวิ่งไปกับ “Forerunner 170 Music” รองรับการดาวน์โหลดเพลง พอดแคสต์ และคอนเทนต์เสียงอื่นๆ โดยต้องสมัครแพ็กเกจการใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถฟังเพลงได้แบบไม่ต้องพกโทรศัพท์ ผ่านการเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สายได้อย่างอิสระ
Forerunner 70, Forerunner 170 และ Forerunner 170 Music จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา