BOI จับมือ ส.อ.ท. ดันผู้ประกอบการไทยท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจการค้ายุคใหม่

ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความผันผวนของเศรษฐกิจโลกไปอีก คำถามใหญ่ของไทยไม่ใช่แค่จะดึงเงินลงทุนได้เท่าไหร่ แต่จะทำอย่างไรให้ ‘ผู้ประกอบการไทย’ ยืนได้ด้วยตัวเองในซัพพลายเชนโลก

ประเด็นนี้ ‘สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน’ (BOI) จับมือกับ ‘สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย’ (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม และสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคปฏิบัติ

เป้าหมายคือ ปรับมาตรการให้ตอบโจทย์ธุรกิจไทยได้ ‘เร็ว’ และ ‘ชัดเจน’ ขึ้น

ทั้งสองฝ่ายมองตรงกันว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนเร็ว ทั้งจากสงคราม การเมืองระหว่างประเทศ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ไทยจึงต้องทำให้อุตสาหกรรม ‘ลดการพึ่งพาต่างประเทศ’ ลง พร้อมกับดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น

‘นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์’ เลขาธิการ BOI อธิบายว่า ไทยต้องไม่เป็นแค่ ‘ฐานการผลิต’ อีกต่อไป แต่ต้อง ‘สร้างมูลค่าเพิ่ม’ ในประเทศให้มากขึ้น โดยมี 3 เรื่องที่ต้องเร่งทำ ดังนี้:

  1. ผลักดัน ‘Made in Thailand’ และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการจากผู้ประกอบการไทย หรือ ‘Local Content’ ให้มากขึ้น BOI เตรียมใช้มาตรการจูงใจนักลงทุน เพื่อลดการนำเข้า และทำให้ซัพพลายเชนในประเทศแข็งแรงขึ้น ก่อนหน้านี้มีมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า และอยู่ระหว่างหารือกับสภาอุตสาหกรรมเพื่อปรับกลไกให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น
  2. เปิดทางให้เกิดการร่วมทุน และจับคู่ธุรกิจระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างผู้เล่นไทยที่แข่งขันได้ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ ‘รับจ้างผลิต’
  3. ยกระดับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้หันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล AI หรือเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใครที่เข้าร่วมก็จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และมีทางเลือกเรื่องเงินทุนผ่านสถาบันการเงินพันธมิตร โดยประสานงานผ่านเครือข่ายของสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

ฝั่ง ‘เกรียงไกร เธียรนุกุล’ ประธาน ส.อ.ท. มองว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการคือ มาตรการที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าในประเทศ และเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือกับต่างชาติในรูปแบบที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาเทคโนโลยี และความสามารถในการแข่งขันจริง

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา