อย่าสงสารคนตายเลยแฮร์รี สงสารประเทศไทยที่กำลังจะสู้กับเวียดนามเรื่องการท่องเที่ยวไม่ได้ดีกว่า

แม้ ‘ประเทศไทย’ จะเพิ่งเลือกตั้งครั้งใหญ่ไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 แต่ ‘Patrick Torres’ รองประธานฝ่ายจัดหาโรงแรม ภูมิภาค MEAPAC ประจำ HBX Group มองว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่า คือการแข่งขันกับ ‘เวียดนาม’
Torres เผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในไทยลดน้อยลงมาเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนแล้ว เนื่องจาก ‘นักท่องเที่ยวจีน’ ไม่ค่อยเดินทางมา นับตั้งแต่มีข่าวเรื่องการลักพาตัวเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน Torres กล่าวว่า เวียดนามกลับเป็น ‘ทางเลือก’ ที่ดีและน่าจะเป็น ‘คู่แข่ง’ ที่น่ากลัวที่สุดของไทยในเวลานี้ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวคล้ายๆ กัน ทั้งในแง่ชายหาดหรือธรรมชาติอันสวยงาม ไปจนถึงรากวัฒนธรรมที่ร่ำรวย ซึ่งนักท่องเที่ยวปัจจุบันก็กำลังมองหาอะไรใหม่ๆ ด้วย
ประเทศไทยต้องไม่ผูกขาดกับแพลตฟอร์มจองโรงแรมเพียงไม่กี่เจ้า

เอาจริงๆ นี่อาจไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไร เพราะตั้งแต่ปี 2025 เราก็เห็นกันมาตลอดว่า การท่องเที่ยวในเวียดนามนั้นเติบโตไวขนาดไหน
แต่สิ่งที่น่าสนใจจากมุมมองของ Torres คือ หากประเทศไทยอยากสู้กับเวียดนามจริงๆ พวกเราต้องเลิกพึ่งพาดีมานด์จาก ‘Online Travel Agency’ (OTA) ที่มีเพียงไม่กี่เจ้าก่อน
Torres อธิบายว่า ปัจจุบัน การท่องเที่ยวไทยถูกครอบงำโดย OTA ประมาณ 2-3 ราย และแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็เป็นตัวแปรในการควบคุมดีมานด์ไปจนถึงราคาห้องพัก ทำให้โรงแรมไทยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ยากขึ้น
Torres ชี้ว่า ความต้องการท่องเที่ยวในไทยนั้นยังมีอยู่ แต่ว่าโรงแรมต่างๆ มักแพนิคมากเกินไป ทำให้เทราคาห้องพักบ่อยครั้ง จนผู้ที่จองล่วงหน้าหลายเดือนเริ่มไม่มั่นใจ แล้วมองหาทางเลือกอื่นแทน
ทางที่ดี Torres แนะนำว่า ประเทศไทยควรแบ่งตลาดให้ชัดเจนไปเลยว่าต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มไหน และหา ‘พาร์ทเนอร์’ เพื่อตอบโจทย์การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นๆ โดยไม่มัวแต่ดัมพ์ราคา แล้วหว่านไปเรื่อย ด้วยการพึ่งดีมานด์จาก OTA อย่างเดียว
แต่ไม่ได้แปลว่าประเทศไทยต้องเลิกใช้บริการ OTA นะ เพราะ Torres มองว่า มันคือเครื่องมือที่ดีในการสร้าง ‘กำไร’ และเวียดนามเองก็ดึงประโยชน์จากตรงนี้มาใช้เหมือนกัน แต่ต้องหาพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศแบบระยะยาวด้วย
“เพราะถ้าคุณสร้างฐานลูกค้าไว้ล่วงหน้าประมาณ 6-12 เดือนแล้ว ยอด Traffic ในช่วงนาทีสุดท้าย จะมาช่วยเรื่องการขับเคลื่อนกำไรและราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจโรงแรมต้องการ” Torres กล่าว
Gen Z ก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ เน้นตามหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่

ขณะเดียวกัน ‘Mark Antipof’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโตของ HBX Group มองว่า ‘Gen Z’ ก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ และไทยควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนกลุ่มนี้ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์แปลกใหม่
เมื่อช่วงต้นปี 2026 ‘HBX Group’ ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ก็เพิ่งรายงานไปว่า Gen Z มีความต้องการในการท่องเที่ยวไม่เหมือนคนรุ่นอื่นๆ เพราะพวกเขาเน้นประสบการณ์ที่ ‘เฉพาะตัว’ มากกว่า
Antipof อธิบายว่า Gen Z ต้องการตามหาแหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือน ‘เพชร’ เม็ดงามที่ซ่อนไว้ มากกว่าจะไปเที่ยวตามสถานที่ที่ใครๆ ก็ไปกัน
อินไซต์นี้ถือว่าดีสำหรับ ‘เมืองรอง’ บ้านเราเลย โดย ‘Javier Cabrerizo’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงของ HBX Group เผยว่า ประเทศไทยมีจังหวัดอีกมากมายที่น่าสนใจ แต่คำถามคือ จะทำอย่างไรให้ Gen Z เดินทางมายังสถานที่เหล่านั้นจริงๆ?
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา Cabrerizo เล่าว่า บริษัทมักเสียลูกค้ารุ่นใหม่ในช่วงเวลาก่อนการจอง เพราะ Gen Z เป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดียและประสบการณ์ไร้รอยต่อ
ดังนั้น เมื่อพวกเขาเกิดแรงบันดาลใจที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ลึกลับแล้ว การจองที่พักหรือกิจกรรมต่างๆ ต้องดำเนินการได้อย่างลื่นไหลด้วย
“นี่คือเจนเนอเรชันที่ต่างจากคนรุ่นอื่นๆ พวกเขาเป็นรุ่นที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกภายในตนเองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของแรงบันดาลใจ ดังนั้น เมื่อไรที่เกิดแรงบันดาลใจแล้ว พวกเขาก็จะผันตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวในทันที” Cabrerizo กล่าว
ต้องทำความเข้าใจนักท่องเที่ยว เพื่อสรรหาประสบการณ์มาตอบโจทย์อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ Torres บอกว่า ไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และสามารถตอบโจทย์นักเดินทางที่มีความต้องการแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ในแง่ประสบการณ์ลักชูรี ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ดังนั้น Torres เชื่อว่า หากสามารถเข้าใจนักท่องเที่ยวว่าพวกเขาต้องการอะไร หรือมาที่นี่ทำไม พวกเราก็จะสามารถรังสรรค์ประสบการณ์ให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยเฉพาะ แถมเป็นการเปิดโอกาสในการดึงนักเดินทางมายังสถานที่ต่างๆ มากขึ้นด้วย
ด้าน Cabrerizo ยกตัวอย่างว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเดินทางมาไทย โดยมีความต้องการชัดเจน เช่น อยากพักโรงแรม 5 ดาว หรืออยากสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแบไทยๆ แต่แทนที่เราจะไปแนะนำหัวเมืองใหญ่เดิมๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบมา เราอาจเปลี่ยนเป็นนำเสนอเมืองรองอื่นๆ ที่ตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าวเหมือนกันแทนก็ได้
จากข้อมูลโดย HBX Group ทั้งหมดนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ปัญหาการท่องเที่ยวไทยอาจไม่ได้เป็นเพราะนักท่องเที่ยวไม่อยากบ้านเรา หรือเวียดนามแย่งนักเดินทางไปทั้งหมด
แต่เป็นเพราะประเทศไทยขาดความเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว ชาวต่างชาติต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใด และยังติดหล่มพึ่งพาดีมานด์ระยะสั้นจากแพลตฟอร์มไม่กี่ราย จนไม่สามารถรักษานักท่องเที่ยวไว้ได้อย่างยั่งยืนต่างหาก
- ‘มุยเน่ เวียดนาม’ ขึ้นเบอร์ 1 เมืองฮิต ยอดจองโตสุดในปี 2025 ไทยไม่ติดโผนี้ แต่ยังเป็น ‘บ้านหลังที่ 2’ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
- คิดยังไง? เมื่อ Nikkei บอก ‘เวียดนาม’ อาจแซงไทยได้เร็วสุดภายในปีนี้
- แม้ตอนนี้จะตามหลัง ‘ไทย’ หลายเรื่อง แต่ ‘เวียดนาม’ กล้ายอมรับความจริง-ลุยปฏิรูปประเทศ
ที่มา: HBX Group
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา