ถอดรหัสความเป็นไปได้ของ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 โอกาสของร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ

หลังจากปิดฉากโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 1” ไปเมื่อสิ้นปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายที่กลับมาคึกคัก ข้อมูลจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนให้เห็นว่า เป็นโครงการที่มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค และยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ร้านอาหารรายย่อยมียอดขายที่ดีขึ้น และยังสร้างรายได้ให้กับไรเดอร์ได้ทั่วประเทศ

จนหลายคนเกิดคำถามว่า มีโอกาสมากน้อยแค่ไนที่ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” จะตามมาในช่วงปี 2569 ซึ่งผลลัพธ์และบทเรียนจากเฟสแรก น่าจะมีส่วนช่วยให้คำตอบเราได้เป็นอย่างดี

ย้อนรอยเฟสแรก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 8.4 หมื่นล้าน

จากข้อมูลสรุปผลโครงการโดยกรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่าเฟส 1 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายโดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • เม็ดเงินสะพัด รวมกว่า 84,185.73 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปและร้านอาหารเป็นหลัก
  • ตัวเลขดังกล่าว ช่วยดัน GDP ปี 2568 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ
  • มีร้านค้าเข้าร่วม 999,350 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายย่อยและร้านอาหารขนาดเล็ก (SMEs) รวมถึงร้านที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Food Delivery อีกเกือบ 9 หมื่นราย

ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะถูกถามถึงขึ้นมาทันที ลองมาดูกันว่า จะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นบ้าง

สภาพคล่องที่มาพร้อม ‘โอกาส’ สำหรับร้านอาหารรายย่อย

สำหรับร้านอาหาร SME ขนาดเล็ก ปัญหาใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือ “กำลังซื้อ” ที่ถดถอย การมีเฟส 2 จะมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างชัดเจน เงินคนละครึ่งที่รัฐบาลอุดหนุน 200 บาทต่อวัน  ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้นในการเลือกเข้าร้านอาหารที่ร่วมโครงการ 

และแน่นอนว่าสำหรับร้านอาหาร ที่คือกระแสเงินสดที่เข้ามาช่วยสำหรับเป็นรายจ่ายหมุนเวียนค่าใช้จ่าย ค่าวัตถุดิบในร้านได้ ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการดึงให้ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เข้าสู่ระบบมากขึ้น สร้างฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่แท้จริงให้กับภาครัฐ

ภาพจาก Shutterstock

รายได้ที่เพิ่มขึ้นของไรเดอร์ทั่วประเทศ

จากคนละครึ่งพลัสเฟสแรกที่กระจายการใช้งานไปทั่วประเทศ ทำให้ไรเดอร์มีออเดอร์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยจากข้อมูลพบว่า การใช้จ่ายผ่าน Food Delivery มีสัดส่วน ประมาณ 3,000 ล้านบาท ดังนั้นเชื่อว่า ถ้ามีเฟส 2 จะช่วยให้มีออเดอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากแนวโน้มการสั่งอาหารที่บ่อยขึ้น

และเชื่อว่า จะมีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการมากขึ้นด้วย ทำให้เกิดการส่งอาหารในระยะใกล้ (Short Distance) ซึ่งช่วยให้ไรเดอร์ทำรอบได้ไวขึ้นและประหยัดน้ำมัน

ช่วยลดภาระให้ผู้บริโภคท่ามกลางเศรษฐกิจไม่แน่นอน

แน่นอนว่า ผู้บริโภคที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการช่วยลดภาระค่าครองชีพ ประหยัดค่าอาหารได้ 200 บาทต่อวัน สำหรับกลุ่มคนทำงาน นี่คือสัดส่วนที่สูงมากต่อรายได้ต่อวัน และทำให้ผู้บริโภคสามารถอุดหนุนร้านอาหารได้หลากหลายในชุมชนได้มากขึ้นด้วย

และย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะทุก 1 บาทที่รัฐบาลอุดหนุน ประชาชนจะออกเพิ่มอีก 1 บาท สูงสุด 200 บาทต่อวัน ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจหลายรอบ เงินไม่ไหลไปกระจุกตัว แต่กระจายไปยังร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศ

ภาพจาก Shutterstock

บทสรุป คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่ทุกคนรอคอย

มาตรการคนละครึ่ง พลัส เป็นการเติมกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยประชาชนออกครึ่งหนึ่ง รัฐบาลออกครึ่งหนึ่ง เมื่อนำมาผสมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ Quick Big Win สามารถทำให้เงินเข้าไปสู่ระบบ เกิดการหมุนของเงินหลายรอบ ทำให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP โตขึ้นได้ และยังเป็นมาตรการจำเป็นที่จะต้องดำเนินต่อไป ช่วงปี 2569-2572 เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน 

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการระยะสั้นที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานราก เพิ่มยอดขายสร้างรายได้ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ได้ตรงจุด ประโยชน์เกิดขึ้นทั่วประเทศ สิ่งที่รัฐบาลอาจต้องศึกษาให้ละเอียด คือ การกำหนดโควต้าผู้รับสิทธิ์ที่ต้องให้มีความทั่วถึงและเท่าเทียมที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา