เอาไว้สู้ Amazon ในศึกค้าปลีก! Walmart ประกาศรับคนไอทีเข้าทำงานอีก 2,000 ตำแหน่งในปีนี้

ยุคนี้ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานหรืออุตสาหกรรมใดๆ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการ “คนไอที” เพราะยุคนี้เทคโนโลยีครองโลก ล่าสุด Walmart ประกาศแผนรับสมัครพนักงานไอทีเพิ่ม 2,000 คนในปีนี้ จากแต่เดิมที่มีอยู่แล้วถึง 6,000 คน

Walmart
Photo: Shutterstock

ค้าปลีกยุคใหม่ ต้องการคนไอทีจำนวนมาก มาเสริมแกร่งธุรกิจ

Walmart ประกาศรับสมัครพนักงานสายไอทีเพิ่ม 2,000 คนในปีนี้ เพื่อสู้ศึกค้าปลีกและต่อกรกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon

พนักงานไอทีจำนวน 2,000 คนที่ Walmart ต้องการมีทั้งที่เป็นพนักงานประจำและ part-time โดยคนไอทีเหล่านี้จะต้องเข้าไปทำงานใน Walmart Labs ที่ตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, ในรัฐอาร์คันซอ, ในรัฐเวอร์จิเนียหรือในประเทศอินเดีย

อันที่จริง ในปัจจุบัน Walmart มีพนักงานที่เป็นคนไอทีมากอยู่แล้วถึง 6,000 คน (ถ้าจบสิ้นปีนี้และเป็นไปตามแผนที่วางไว้ นั่นหมายความว่า Walmart จะมีพนักงานไอทีในบริษัทถึง 8,000 คน) พนักงานไอทีของ Walmart มีตั้งแต่ที่เป็นวิศวกรไอที, Data Scientists ไปจนถึง Product Managers หน้าที่หลักคือการดูแลธุรกิจฝั่งอีคอมเมิร์ซทั้งหมด แต่ทว่าแค่นี้ยังไม่พอ เพราะในปีนี้ Walmart ต้องการขยายแผนงานให้ครอบคลุมไปฝั่งส่งของสดออนไลน์ (grocery online) ให้แข็งแกร่งมากขึ้น

Walmart
Photo: Shutterstock

แน่นอนว่า Walmart ไม่อยากแพ้ในศึกครั้งนี้ ดังนั้นการเดินเครื่องเพิ่มคนไอทีเข้ามาในบริษัทจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะชนะศึกครั้งนี้ได้ เพราะการส่งของสดออนไลน์ต้องจัดการทั้งออร์เดอร์ออนไลน์, จัดการเรื่องคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ จนถึงการส่งของเดลิเวอรี่ และสำหรับ Walmart ด้วยความที่แข็งแกร่งออฟไลน์ คือมีหน้าร้านจำนวนมาก ก็มีบริการให้ลูกค้าไปรับของที่สาขาไหนก็ได้ แถมในปีนี้ Walmart ยังมีแผนที่จะขยายพื้นรับของสดผ่านหน้าร้าน (หรือที่เป็นตู้อัตโนมัติก็หน้าตาประมาณนี้) จากเดิมที่ให้บริการอยูอยู่ 1,500 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ก็จะเพิ่มเป็น 2,100 แห่ง เรียกได้ว่า Walmart ต้องการคนไอทีเข้ามาทำงานในบริษัทจำนวนมากจริงๆ

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ Walmart ประสบอยู่ก็คือ คนไอทีจำนวนมากยังมองไม่เห็นว่า Walmart เป็นบริษัทไอที เพราะยังคงติดภาพที่เป็นเพียงบริษัทค้าปลีกทั่วไปอยู่นั่นเอง

ที่มา – Venturebeat

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments