รู้จักธุรกิจสอนภาษาอังกฤษผ่านมุมมอง Wall Street English กับแผนปั้นรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท

ปัจจุบันคนไทยเริ่มเห็นความจำเป็นของทักษะภาษาอังกฤษมากขึ้น ทำให้กลุ่มโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนั้นได้อานิสงส์ไปเต็มๆ หนึ่งในนั้นคือ Wall Street English เบอร์หนึ่งของตลาดที่ตั้งเป้ารายได้เติบโตก้าวกระโดด

Wall Street English // ภาพจาก Wikipedia

ตลาดที่แข่งขันกันด้วยคุณภาพไม่ใช่ราคา

เมื่อภาษาอังกฤษจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะมุมหน้าที่การงาน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนยอมลงทุนกับเรื่องนี้ และตัดสินใจด้วยคุณภาพมากกว่าเรื่องราคา ตัวตลาดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษระดับพรีเมียมเช่น Inlingual, A.U.A. และ Wall Street English จึงมีอัตราการเติบโตในแง่เม็ดเงินที่มากขึ้น

แมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการ วอลล์สตรีท อิงลิช ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตลาดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในไทยนั้นมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษระดับพรีเมียม (มีสาขา และรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย) ราว 1,800 ล้านบาท ที่เหลือเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษทั่วไป

ซึ่งตลาดนี้เติบโตราว 30%/ปี เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษนั้นมีมากขึ้น ผ่านปัจจัยเรื่องการเปิด EEC รวมถึง AEC ถ้าไม่เร่งเพิ่มทักษะทางด้านนี้ ก็มีโอกาสที่จะถูกประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแย่งงานได้ และจุดนี้เองทาง Wall Street English ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

เร่งเพิ่มสาขาผ่านเฟรนไชส์เพื่อรองรับ Demand

“ตอนนี้เรามีแชร์ในตลาดราว 38% คิดเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ผ่าน 14 สาขาในประเทศไทย แต่ถ้ายังหยุดแค่นี้ก็คงเสียโอกาสในการเติบโต ทำให้บริษัทตัดสินใจเดินหน้ากลยุทธ์เฟรนไชส์เพื่อเพิ่มสาขาในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว”

สำหรับการเปิดเฟรนไชส์นั้นผู้สนใจจะต้องลงทุนตั้งแต่ 3-10 ล้านบาท แล้วแต่ขนาดของสาขา และสามารถปรับรูปแบบระยะเวลาการให้บริการได้เอง โดยทางบริษัทจะให้ระบบบัญชี รวมถึงมีการส่งครูมืออาชีพ เพื่อให้ตัวธุรกิจสามารถเดินหน้าได้เหมือนกับที่บริษัททำเอง

ทั้งนี้ Wall Street English ตั้งเป้าการขยายสาขาผ่านรูปแบบเฟรนไชส์ไว้เบื้องต้น 10 สาขา และภายใน 2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสาขาเป็น 28 แห่ง หรือ 2 เท่าจากปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่น กัมพูชา และลาว เพราะผู้บริโภคที่นั่นก็มีความต้องการเรื่องทักษะภาษาอังกฤษเช่นกัน

ตั้งไทยเป็นศูนย์กลางในการทำตลาดอาเซียน

ขณะเดียวกันการทำตลาดหลังจากนี้ Wall Street English มีแผนพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในการทำตลาดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพราะปัจจุบันไทยมีสาขาเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชีย โดยเป็นรองแค่ในประเทศจีนเท่านั้น รวมถึงถ้านับในระดับโลก จำนวนสาขาของไทยก็ติดอยู่ใน 5 อันดับแรก

“บริษัทแม่ค่อนข้างให้ความสำคัญสาขาในประเทศไทย เพราะมีแนวโน้มเติบต่อเนื่อง สังเกตจากปีนี้ที่ตัวธุรกิจเติบโต 30% ในแง่รายได้ และยังมีแผนขยายสาขาในรูปแบบเฟรนไชส์อีก ดังนั้นการที่เรามีพนักงาน และครูกว่า 400 คน รวมถึงนักเรียนที่เรียนอยู่ตอนนี้กว่า 10,000 คน ก็มาจากการลงทุนในแง่มุมต่างๆ ตลอดเวลา”

อย่างไรก็ตามการทำตลาดในประเทศไทยปีนี้จะใช้งบประมาณ 60-70 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ และทำโปรโมชั่น โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่คนรุ่นใหม่ และให้ความสำคัญกับช่องทาง Online เนื่องจากทิศทางของกลุ่มผู้เรียนนั้นมีอายุน้อยลง และกลุ่มคนเหล่านี้ก็อยู่บนโลก Online มากกว่า Offline

สรุป

โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษระดับพรีเมียมนั้นยังสามารถเดินอยู่ในตลาดประเทศไทยได้ไม่ยาก เพราะปัจจุบันยังมีผู้บริโภคหลายคนยังไม่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดีเพียงพอ ประกอบกับกำลังซื้อของพวกเขาที่มีมากขึ้นก็ทำให้การลงทุนเรื่องภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments