ตบหน้า Facebook! ทำความรู้จัก Vero แพลตฟอร์มที่บอกว่าเป็น “โซเชียลมีเดียของแท้” ไม่มีโฆษณา

หรือว่า Vero จะเป็นทางเลือกใหม่ของโซเชียลมีเดีย? ในยุคที่ Facebook สั่งปรับอัลกอริธึ่มครั้งใหญ่ เล่นเอาคนทำเพจ แบรนด์ สื่อ และรวมถึงผู้ใช้งานไม่พอใจเป็นจำนวนมาก ลองมาทำความรู้จักทางเลือกใหม่ที่กำลังมาแรงนี้ดู

Vero
Vero

Vero คืออะไร?

Vero (เวโร่) คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่กำลังมาแรงในโลกตะวันตก ความน่าสนใจคือการบอกว่าเป็นแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดียของแท้ ส่วนชื่อของ Vero มาจากภาษาละติน แปลว่า ความจริง (truth)

Business Insider รายงานว่า Vero ขึ้นอันดับหนึ่งแอพพลิเคชั่นบน App Store ของสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ จำนวนกว่าครึ่งของผู้ที่ดาวน์โหลดมีอายุระหว่าง 21-40 ปี

ความโด่งดังของ Vero ในชั่วข้ามคืนทำให้หลายคนมองว่า นี่คือแพลตฟอร์มที่เป็นขั้วตรงข้ามของ Facebook และอาจจะฆ่าโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Instagram ลงได้อีกด้วย

เราไปทำความรู้จัก Vero กันให้มากกว่านี้ดีกว่า

Vero
Vero

Vero แพลตฟอร์มที่บอกว่าเป็น โซเชียลมีเดียของแท้

Vero เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2015 แต่เพิ่งมาดังจริงๆ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คือในต้นปี 2018 นี้เอง

บนแพลตฟอร์มของ Vero จะมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่รวบรวมความเป็นโซเชียลไว้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การแชร์รูปภาพ, แชร์ลิ้งค์จากเว็บไซต์, แชร์เพลงจากแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง, ภาพยนตร์, รายการทีวี, หนังสือ และสถานที่

Vero
ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Vero

ในแถลงการณ์ของ Vero (VERO MANIFESTO) บอกไว้ชัดเจนว่า เราทุกคนต่างต้องการเชื่อมต่อกับคนอื่น แต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเดิมที่เราใช้กันมาเป็นสิบๆ ปี ทำให้พวกเราเหงา และโดดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราไม่สามารถควบคุมการโพสต์ได้อย่างแท้จริง

บนแพลตฟอร์มของ Vero ทุกคนจะสามารถควบคุมการมองเห็นโพสต์ได้ถึง 4 ระดับ

  1. ตั้งโพสต์นี้ให้เพื่อนสนิท (close friend) เท่านั้นที่เห็น
  2. ตั้งโพสต์นี้ให้เพื่อน (friend) ของคุณเห็น
  3. ตั้งโพสต์นี้ให้คนแปลกหน้า (acquaintance) ของคุณเห็น
  4. ตั้งโพสต์นี้ให้ผู้ที่ติดตามคุณ (followers) ของคุณเห็น

การโพสต์จะไล่ระดับความสำคัญจาก 1 ไปถึง 4 เช่น คุณจะไม่สามารถตั้งค่าให้โพสต์เห็นเฉพาะคนแปลกหน้าได้ เพราะเพื่อนและเพื่อนสนิทสำคัญกว่า พวกเขาจะเห็นโพสต์ของคุณเป็นลำดับแรกก่อน

ไม่มีโฆษณา

Vero ประกาศตัวชัดว่า จะเป็นโซเชียลมีเดียที่ไม่มีโฆษณา แต่ถ้าถามว่าจะอยู่ได้อย่างไร คำตอบคือ ให้สมาชิกจ่ายเงินค่า subscription เป็นรายปี ซึ่ง Vero บอกว่าจะเก็บในราคาที่เล็กน้อย ไม่สูงจนเกินไป เพราะต้องการสร้างโซเชียลมีเดียที่แท้จริง แต่ในระหว่างนี้ หากใครที่เข้าไปสมัครบัญชีของ Vero ทัน 1 ล้านรายแรก จะได้สิทธิฟรีตลอดชีพ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (ผมเองก็เพิ่งสมัครไปเมื่อคืน ของฟรีจะรอช้าได้อย่างไร จริงไหม?)

ไม่มีอัลกอริธึ่ม

โซเชียลมีเดียที่ใหญที่สุดในโลกอย่าง Facebook มีสิ่งที่เรียกว่า “อัลกอริธึ่ม” มาจัดการมองเห็นโพสต์ต่างๆ ของคุณบนหน้า News Feed แต่สำหรับ Vero ระบุไว้ชัดเจนว่า ทุกโพสต์บนแพลตฟอร์มจะขึ้นมาตามลำดับเวลา (chronological order) ฉะนั้น หมดปัญหากับการถูกตามหลอกหลอนด้วยโพสต์ที่คุณไม่ต้องการเห็นไปได้เลย

ไม่มีให้บูสท์โพสต์

ด้วยความที่ไม่มีโฆษณา ไม่มีอัลกอริธึ่ม Vero จึงไม่มีให้บูสท์โพสต์ (boost post) เพราะฉะนั้นแบรนด์ต่างๆ ที่จะเข้ามาใช้งาน Vero จึงไม่มีช่องทางลัดในการเข้าถึงผู้บริโภค

แต่มีฟีเจอร์ Buy Now ให้ซื้อสินค้าได้

ในเมื่อไม่มีโฆษณา ไม่มีอัลกอริธึ่ม ไม่มีให้ซื้อบูสท์โพสต์ แล้วแบรนด์ต่างๆ ควรจะเข้ามาเล่นบนแพลตฟอร์ม Vero นี้หรือไม่?

Vero ระบุไว้ว่า แบรนด์ต่างๆ ก็ไม่มีสิทธิพิเศษ ต้องโพสต์เหมือนๆ กับผู้งานทุกคนบนแพลตฟอร์ม แต่จะมีฟีเจอร์ Buy Now ให้ โดยถ้าต้องการขายสินค้า ฟีเจอร์นี้จะทำให้เกิดการซื้อขายบนแพลตฟอร์มได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ใช้งานจะเป็นคนที่เข้ามาซื้อเอง เพราะถ้าไม่ได้ติดตามแบรนด์นี้ โพสต์ของแบรนด์ก็จะไม่ปรากฎบนหน้า Feed ของผู้ใช้งานรายนั้นๆ

ใครที่สนใจ ให้รีบสมัคร เพราะถ้าเกิน 1 ล้านคนแรก จะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมรายปีเป็นการ subscription ตามที่ Vero ได้บอกไว้ในแถลงการณ์

ข้อมูล – VeroFast Company, Business InsiderPortlandmercury

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

ธงชัย ชลศิริพงษ์ | Content Editor ของ Brand Inside | ชอบอ่าน ชอบเขียน เลยมาสมัครงานข่าว พระเจ้าให้ทำมาหลายปีแล้ว หลังๆ ชอบพูด เลยทำวิดีโอและรับงานพิธีกร ตอนนี้สนใจประเด็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับ "อนาคต" ของโลกธุรกิจ-ไอที นอกเหนือจากงาน ชอบอ่านการเมืองและปรัชญา | ไม่ค่อยเล่น Facebook ติดตามได้ที่: https://twitter.com/ThongchaiBoyd | เริ่มเขียน blog ลง Medium ติดตามได้ที่: https://medium.com/@thongchaicholsiripong | มีข้อแนะนำ-ติชม-วิพากษ์วิจารณ์ข่าว/บทความ ส่งมาได้ที่: Th.cholsiripong@gmail.com