Toyota เตรียมหล่นเป็นเบอร์ 3 ในเรื่องยอดขายรถยนต์ทั่วโลก พ่าย Volkswagen และกลุ่ม Nissan

อุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลกกลับมาเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง หลัง Volkswagen ล้างมลทินการโกงค่าไอเสียไปเกือบหมด ไหนจะกลุ่ม Nissan ที่ได้ Mitsubishi มาอีก เล่นเอาอดีตเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota เหนื่อยหนักเลยทีเดียว

ภาพ pixabay.com

ยอดขายตก และโอกาสฟื้นยังยาก

ปี 2559 คือปีแรกที่ Toyota หล่นจากบัลลังก์เบอร์หนึ่งยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่ครองมา 4 ปีซ้อน เพราะพ่ายแพ้ให้กับกลุ่ม Volkswagen ที่เริ่มล้างมลทินจากการโกงค่าไอเสียของรถยนต์เครื่องดีเซลไปได้เกือบหมดแล้ว แต่ใช่ว่าปี 2560 ทาง Toyota จะกลับมาทวงบัลลังก์ กลับหล่นยิ่งกว่าเดิม

เพราะคู่แข่งที่แข็งแกร่งรายใหม่อย่างกลุ่มพันธมิตร Nissan-Renault ที่ได้ Mitsubishi มาเสริมทัพเมื่อต.ค. 2559 น่าจะเข้ามาแทนที่ในอันดับที่ 2 ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2560 เนื่องจากยอดขายประมาณการณ์ใน 11 เดือนแรกของปี 2560 กลุ่ม Volkswagen ยังนำเป็นอันดับหนึ่งที่ 9,743,400 คัน เติบโต 3.9%

รองลงมาเป็นกลุ่มพันธมิตร Nissan-Renault-Mitsubishi เป็นเบอร์สองที่ 9,601,916 คัน ส่วน Toyota เป็นอันดับสามที่ 9,474,000 คัน เติบโต 2.8% จากปีก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วทาง Toyota นั้นตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ที่ 10,353,000 คัน แต่ดูท่าจะทำได้ยาก เพราะตัวเลขยอดขาย 11 เดือนของตอนนี้ยังห่างอีกไกล

สำหรับเหตุผลที่ Volkswagen กลับมาแข็งแกร่งได้ นอกจากเรื่องล้างมลทิน ยังมีเรื่องการทำตลาดในจีน และยุโรปที่เดินหน้าไปด้วยดี ส่วนฝั่ง Nissan-Renault-Mitsubishi เองก็มียอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่งมาก แม้ในญี่ปุ่นเองจะเพิ่งเจอปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ไป

ในทางกลับกัน Toyota ที่ทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นได้เติบโตตามเป้าหมาย แต่ยอดขายในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นอีกตลาดสำคัญกลับแทบไม่เติบโต หลังราคานำมันที่นั่นลดลงมาต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ทำให้รถยนต์ SUV และกระบะคันใหญ่ ได้รับความนิยมกว่ารถยนต์นั่งแบบ Sedan ที่ทางแบรนด์เน้นทำตลาด

สรุป

เชื่อว่าในปี 2561 ก็ยังเป็นปีที่ยากลำบากของ Toyota อยู่ดี เพราะคู่แข่งเหล่านี้ก็เดินเกมในตลาดที่ตัวเองแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมาถึง ทาง Toyota เองก็ยังไม่ได้มีความชัดเจนในการพัฒนาเรื่องนี้มากนัก ต่างกับ Volkswagen และกลุ่มพันธมิตร Nissan ที่มีแผนเรื่องนี้กันเป็นอย่างดีด้วย

อ้างอิง // Japan Today

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา