คุณคิดว่าการจะทำธุรกิจเป็นของตนเอง ต้องรู้จัก ‘บริหารคน’ แค่ไหน?

‘โทฟุซัง’ คือแบรนด์น้ำเต้าหู้-นมถั่วเหลืองออร์แกนิกที่มีขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ รวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ โดยเกิดขึ้นจากคำพูดที่ว่า “โรงงานอาหารไม่กล้ากินสินค้าที่ตัวเองผลิต เพราะว่าลดต้นทุนจนคุณภาพไม่ดี”
คำพูดนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์อยากผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ แถมยังมีปรัชญาประจำองค์กรคือ “มุ่งเน้นคุณภาพ รักษามาตรฐาน มีจริยธรรมในการผลิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อการบริโภค สอดคล้องต่อข้อกำหนดของกฎหมาย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ร่วมพัฒนาสังคม”
ด้วยแนวคิดที่ใส่ใจผู้บริโภค มันจึงไม่แปลกที่รายได้ของ ‘บริษัท โทฟุซัง จำกัด’ จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา โดย
- 2020: 506 ล้านบาท
- 2021: 538 ล้านบาท
- 2022: 598 ล้านบาท
- 2023: 838 ล้านบาท
- 2024: 1,204 ล้านบาท
- 2025 (คาดการณ์): 1,700 ล้านบาท
1. ต้องสื่อสารได้ว่าเราทำไปทำไม?

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาแค่เพราะมาตรฐานการผลิต แต่ ‘สุรนาม พานิชการ’ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งโทฟุซัง เล่าภายในงาน ‘SCALE FAST – Business Accelerator Summit 2025’ ว่า ในปีแรกของกิจการ บริษัทมีรายได้เพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งที่มีวันนี้ ก็มาจาก ‘กลยุทธ์การบริหารคน’ ที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ โดยข้อแรกคือ ผู้นำที่ดีต้องสื่อสารดี
สำหรับ ‘สุรนาม’ แล้ว เวลาสื่อสารอะไรกับลูกทีม เขาจะเริ่มจาก ‘WHY?’ ก่อน เพราะหากตนเองสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ว่า “เราทำสิ่งนี้ไปทำไม?” นั่นแสดงว่าเราเองก็เข้าใจในสิ่งที่กำลังทำเป็นอย่างดีเช่นกัน ส่งผลให้ลูกน้องไม่ต้องวกกลับมาถามบ่อยๆ
จากการทำงาน สุรนามเรียนรู้ว่า มนุษย์เรามีความสามารถในการคุยกับคนได้แค่ 8 คนต่อวัน ส่งผลให้เขาจะไปสื่อสาร WHY? แค่กับคน 8 คน แล้วให้คนเหล่านี้ไปสื่อสารต่อกับอีก 8 คนที่อยู่ภายใต้การดูแลเป็นทอดๆ ฉะนั้น การเข้าใจว่าเรากำลังทำไปทำไมตั้งแต่ต้น จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
หลังจากนั้น สุรนามก็ปล่อยให้ลูกทีมทำหน้าที่ของตนเองตามสบาย โดยเขาจะคอยกลับไปเช็กอยู่เป็นระยะ แต่ไม่จู้จี้จุกจิก เพราะมองว่าเป็นคุณลักษณะของหัวหน้าที่ไม่ดีและไม่เชื่อใจลูกน้อง
2. ความเชื่อมั่นในทีมคือบ่อเกิดนวัตกรรม

ถัดมา กลยุทธ์การบริหารคนข้อที่ 2 ของสุรนามคือ ‘ความเชื่อใจ’ (Trust) เพราะเขามองว่า สิ่งนี้คือตัวแปรที่จะเชื่อมทีมเข้าด้วยกัน จนนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมต่างๆ ภายในองค์กร
“เราจะไม่สามารถทำอะไรใหม่ได้เลย และเราก็จะไม่สามารถสเกลได้เลย ถ้าไม่มี Trust ในองค์กร ผมเอาหน่วยงานนึงที่มีคำอธิบายเรื่อง Trust ได้ดีที่สุดคือ ‘Navy Seals’ หน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกา Seals มีโค้ดอยู่โค้ดหนึ่ง เป็น Code of Conduct คือ Two is one, one is none.”
โทฟุซังจึงมีเกณฑ์การประเมินบุคลากรผ่านแกน Trust ด้วย ไม่ใช่แค่ผลงานอย่างเดียว ซึ่งสุรนามเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรที่เติบโตแบบไม่ยั่งยืนคือ การมีพนักงานเก่งแต่ไว้ใจแทบไม่ได้
“อย่าเริ่มสร้างตอนท้ายๆ นะ เพราะว่าคุณจะมีท็อกซิกเต็มองค์กร คุณจะมีการเมืองเต็มไปหมด คุณเริ่มสร้างตั้งแต่คุณเล็กๆ แต่ค่อยๆ ทำไป เรื่องนี้เป็นมาราธอน มันคือวิ่งไปเรื่อยๆ วิ่งไม่ต้องเร็วที่สุด แต่วิ่งสม่ำเสมอ”
3. ไม่รู้ก็ต้องยอมรับว่าไม่รู้

กลยุทธ์สุดท้ายในการบริหารคนของสุรนามคือ ผู้นำที่ดีต้องรู้จักถ่อมตน เพราะในยุคที่ AI เริ่มมีบทบาทในวัฒนธรรมการทำงานมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่มันยังทำไม่ได้แน่ๆ คือการเป็น ‘คนน่ารัก’
คนน่ารักไม่ได้หมายถึงการมีหน้าตาจิ้มลิ้ม น่าเอ็นดู แต่หมายถึงการมีบุคลิกภาพที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชอบ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘Likeability’ ซึ่งสุรนามมองว่า การจะเป็นคนแบบนี้ ต้องเริ่มจากการถ่อมตนนี่ล่ะ
“ถ้าเราเป็นเจ้านายเอง เป็นลีดเดอร์เอง แล้วเราไม่รู้ ผมว่าเราก็ต้องกล้าที่จะบอกว่าไม่รู้ แล้วเราก็เรียน แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องถ่อมตน เราต้องกล้ารับฟังคำติชม ถ่อมตนยอมรับว่าต้องพัฒนา และที่สำคัญคือเราต้องมีวินัยในการที่จะลงมือทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ”
หากใครอ่านมาถึงตรงนี้ สุรนามฝากว่า ถ้าคุณยังรับฟังเขาได้ ก็ควรลองฟังความคิดเห็นจากทีมและใจของตนเองด้วย เพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจให้ต่อยอดไปข้างหน้าไม่ต่างจากโทฟุซัง
- จากร้านเดียวโดดๆ สู่ 60 สาขาทั่วโลก ‘นารากรุ๊ป’ ทำยังไง? ขายอาหารไทยได้ 2 พันล้าน
- ขายปลาร้าได้ 1,000 ล้าน! เจาะกลยุทธ์ ‘แม่บุญล้ำ’ สองตายายจากกาฬสินธุ์ ผู้ส่งปลาร้าไทยไปโกอินเตอร์
- ‘ศรีฟ้าเบเกอรี่’ ขายเค้กฝอยทอง จนเซเว่นเอาไปวางขาย ปีนี้คาดรายได้เกิน 1,000 ล้าน
ที่มา: โทฟุซัง, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา