ในอดีตไทยเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของโลกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะค่าแรงต่ำ และงานออกมามีคุณภาพสูง แต่ตอนนี้ค่าแรงที่สูงขึ้น ทำให้ไทยต้องปรับกระบวนการคิดใหม่ จากรับผลิต เป็นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาเพื่อแข่งขันในตลาดโลก
นวัตกรรมคือแรงผลักดันให้ตลาดเติบโต
ทุกอุตสาหกรรมในตอนนี้ต้องปรับแนวคิดเรื่องความเป็นเจ้าของกิจการ และการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ ซึ่งตัวอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ปัจจุบันมีมูลค่ารวมในประเทศไทยราว 2 แสนล้านบาท และเป็นหนึ่งในสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกที่สำคัญ แต่หากยังเน้นการรับผลิตอยู่ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องหากจะสนองนโยบาย Thailand 4.0
เซิ่น จุ้น ชิน กรรมการผู้จัดการ จีอีพี สปิ่นนิ่ง จำกัด เล่าให้ฟังว่า การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า หรือ Value Added เป็นเรื่องจำเป็นในตอนนี้ แต่จะทำได้บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐต้องช่วยกันปรับความคิด และสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมให้กับผู้ทำธุรกิจสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มก่อน

“การพัฒนานวัตกรรมเครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอต้องเริ่มจากระดับเส้นใย เพราะถ้าจะไปแข่งเรื่องดีไซน์ เราคงต้องพัฒนาอีกระยะหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องเส้นใย เราแค่ใช้กระบวนการทางวิทยาศาตร์ เพื่อพัฒนาเส้นใยให้มีจุดเด่นมากขึ้น และไม่ใช่แค่เป็นวัตถุดิบเริ่มต้นในการทอผ้า”
จากคอลลาเจนใช้ดื่ม สู่การนำมาใช้ในสิ่งทอ
สำหรับ จีอีพี สปิ่นนิ่ง ได้คิดค้นเส้นใยแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Filagen (ฟิลาเจน) โดยนำคอลลาเจนที่สกัดจากเกล็ดปลาทะเลเข้าไปในเส้นใยวิสโคสเรยน เพื่อสร้างคุณสมบัติพิเศษ 4 อย่างที่เส้นใยธรรมดาทำไม่ได้ เช่นรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว, กำจัดกลิ่นกาย, ป้องกันรังสี UV และให้อุณหภูมิที่เย็นสบาย

แบรนด์ไทยโอกาสในตลาดโลก แต่ต้องทำให้เป็น
พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ Asava เสริมว่า นวัตกรรมก็ถือเป็นหนึ่งในเรื่องจำเป็น เพราะงานออกแบบเครื่องนุ่งห่มแบรนด์ไทยนั้นไม่เป็นรองใครในโลก แต่การจะเติบโตได้ในระดับนั้น ต้องมีความคิดสร้างสรรคืที่มากกว่าเดิม ประกอบกับต้องทำสินค้าที่มี High Value เพื่อเพิ่มมูลค่าในการแข่งขัน
สรุป
แม้อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มจะมีโอกาส แต่ด้วยอัตราการเติบโตเพียงเล็กน้อย หรือแค่เลขหลักเดียวต่อปี ทำให้ถ้าจะเติบโตกว่านี้ หรือสามารถแข่งขันได้มากกว่าแค่รับผลิตเหมือนบังคลาเทศ การมีนวัตกรรม และเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับอุตสาหกรรมนี้จึงจำเป็นมากที่สุด
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา