หลายคนอาจเพิ่งรู้จักชื่อ ‘HONGQI’ (หงฉี) จากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า ‘E-HS9’ ในประเทศไทย แต่สำหรับชาวจีนแล้ว แบรนด์นี้ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตรถยนต์หรู แต่ยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์การเมืองและการทูตจีนมายาวนานกว่า 60 ปี

ตั้งแต่ยุคของ ‘เหมา เจ๋อตง’ จนถึงประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ รถยนต์ HONGQI คือรถประจำตำแหน่งของผู้นำจีนทุกยุค และยังถูกใช้ในการต้อนรับประมุขและผู้นำจากทั่วโลกในวาระสำคัญหลายครั้ง จนถูกเรียกว่าเป็น ‘Crown Jewel’ หรือ ‘เพชรยอดมงกุฎ’ ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน
วันนี้ รถยนต์ที่เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของรัฐจีน กำลังเริ่มต้นบทใหม่ในฐานะแบรนด์รถยนต์พรีเมียมที่ตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศ และประเทศไทยคือประเทศแรกของโลกที่ได้รับรถรุ่นพวงมาลัยขวา โดยจับมือกับ ‘เมโทร กรุ๊ป’ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจยานยนต์ไทยมากว่า 70 ปี เพื่อทำตลาดอย่างเป็นทางการ
Brand Inside มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวครั้งนี้ เพื่อทำความรู้จักว่าเหตุใดรถยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำจีน จึงเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดแรกของโลกสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวา
จากโรงงานรถยนต์แห่งแรกของจีน สู่รถประจำตำแหน่งผู้นำประเทศ
เรื่องราวของ HONGQI เริ่มต้นหลังการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 เมื่อรัฐบาลจีนต้องการสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของตนเอง จึงก่อตั้ง ‘FAW Group’ (เอฟเอดับเบิลยู กรุ๊ป) ขึ้นที่มณฑลจี๋หลิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมเหล็กแข็งแกร่ง ก่อนจะพัฒนา HONGQI ขึ้นในฐานะรถยนต์สำหรับผู้นำประเทศ
HONGQI แปลตรงตัวว่า ‘ธงแดง’ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของรัฐจีนอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ประธาน ‘เหมา เจ๋อตง’ ผู้นำจีนรุ่นแรก ไปจนถึง ‘เติ้ง เสี่ยวผิง’ ‘เจียง เจ๋อหมิน’ ‘หู จิ่นเทา’ และ ‘สี จิ้นผิง’ ผู้นำจีนทั้ง 5 รุ่น ต่างใช้ HONGQI เป็นรถประจำตำแหน่ง โดยแต่ละรุ่นยังถูกพัฒนาให้เหมาะกับภารกิจของผู้นำ เช่น รุ่นเปิดประทุนที่ใช้ตรวจแถวทหารบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน
แต่บทบาทของ HONGQI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับใช้ผู้นำจีนเท่านั้น รถยนต์แบรนด์นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ทางการทูตครั้งสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีจากหลายประเทศ
รวมถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในปี 1972 เมื่อประธานาธิบดี ‘ริชาร์ด นิกสัน’ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และทำให้คนทั่วโลกได้เห็น HONGQI ในฐานะรถประจำพิธีการของรัฐบาลจีนเป็นครั้งแรก
ต่อมา HONGQI ยังถูกใช้เป็นรถรับรองผู้นำในการประชุมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น APEC, G20 รวมถึงพิธีต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นหนึ่งในภาพแทนของประเทศจีนบนเวทีโลก
ด้วยเหตุนี้ HONGQI จึงถูกยกให้เป็น ‘เพชรยอดมงกุฎ’ ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เพราะเป็นแบรนด์ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ความพรีเมียม และความเอ็กซ์คลูซีฟสูง โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รถยนต์ของ HONGQI แทบไม่ถูกผลิตเพื่อจำหน่ายในวงกว้าง และไม่เคยมีการผลิตรุ่นพวงมาลัยขวามาก่อน จนกระทั่งการเปิดตลาดในประเทศไทยครั้งนี้
บทบาทใหม่ของ HONGQI ในไทยที่ไม่ได้มาง่ายๆ
การนำ HONGQI เข้ามาทำตลาดในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะประเทศไทยเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ของอาเซียน แต่ยังเป็นผลจากความร่วมมือที่ใช้เวลาสร้างความไว้วางใจกันหลายปีระหว่าง ‘FAW Group’ กับ ‘เมโทร กรุ๊ป’
‘จาง จื้อกัง’ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ China FAW Group และประธาน China FAW Group Import & Export มองว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ HONGQI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยบริษัทเตรียมทั้งผลิตภัณฑ์ เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขายไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งวางแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่น และนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับแฟลกชิปเข้ามาทำตลาดในอนาคต เพื่อรองรับทั้งตลาดซีดาน SUV และ MPV ระดับลักชัวรี
ด้าน ‘บดินทร์ บุญวิสุทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมโทร กรุ๊ป เล่าว่า เขารู้จัก HONGQI มาตั้งแต่เด็ก แต่การจะได้สิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาพิสูจน์ศักยภาพกับ FAW หลายปี ผ่านการเดินทางไปพบผู้บริหารที่ประเทศจีน พูดคุย และสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน จนสุดท้ายได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
เขามองว่า HONGQI ไม่ใช่เพียงรถยนต์แบรนด์ใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในไทย แต่เป็นแบรนด์ระดับตำนานของจีนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จึงเป็นทั้งความรับผิดชอบและความภาคภูมิใจของ เมโทร กรุ๊ป ที่จะเป็นผู้พาแบรนด์นี้เข้าสู่ตลาดไทย
ในด้านการตลาด ‘เมโทร กรุ๊ป’ วางตำแหน่ง HONGQI ภายใต้แนวคิด “Heritage Leading to Tomorrow” เพื่อสื่อถึงแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ยังมุ่งสู่อนาคต พร้อมใช้งบทำตลาดทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ผ่านกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมของลูกค้า มากกว่าการสื่อสารเฉพาะตัวรถเพียงอย่างเดียว
HONGQI E-HS9 รถพวงมาลัยขวาคันแรก
รถยนต์รุ่นแรกที่ HONGQI เลือกนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยคือ ‘HONGQI E-HS9’ รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้าระดับเรือธง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกของโลกที่ได้รับรถรุ่น ‘พวงมาลัยขวา’ หลังจากก่อนหน้านี้ HONGQI ไม่เคยผลิตรถพวงมาลัยขวาสำหรับตลาดต่างประเทศมาก่อน
‘เมโทร กรุ๊ป’ ประเดิมการทำตลาดไทยด้วย E-HS9 ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้าระดับเรือธงของแบรนด์ และสะท้อนภาพลักษณ์ของ HONGQI ทั้งในด้านความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะที่สามารถแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีจากยุโรปได้
ตัวรถเป็นผลงานการออกแบบของ Giles Taylor อดีตนักออกแบบ Rolls-Royce ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับเส้นสายสมัยใหม่ ภายในห้องโดยสารมาในรูปแบบ 6 ที่นั่ง เน้นความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมระบบเครื่องเสียง BOSE 16 ลำโพง และการตกแต่งที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งนักธุรกิจ ผู้บริหาร และครอบครัวยุคใหม่ มากกว่าจะเป็นรถ SUV ที่เน้นการขับขี่เพียงอย่างเดียว

![]()
ด้านสมรรถนะ E-HS9 ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 362 กิโลวัตต์ หรือ 493 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 606 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 5.5 วินาที แบตเตอรี่ Ternary Lithium ความจุ 120 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 760 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC สูงสุด 140 กิโลวัตต์ พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน
HONGQI E-HS9 เปิดตัวราคาที่ 2,990,000 บาท โดยจำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้จอง 400 คันแรกเท่านั้น
วางเครือข่ายแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่ ‘เมโทร กรุ๊ป’ เลือกวางกลยุทธ์การขยายเครือข่ายแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้แทนจำหน่ายมากกว่าจำนวนสาขา
‘เอกอธิ รัตนอารี’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เมโทร กรุ๊ป เล่าว่า ในช่วง 3 ปีแรก บริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเป็นประมาณ 10 แห่ง โดยกรุงเทพมหานครจะมีราว 5 แห่ง ส่วนต่างจังหวัดจะเลือกหัวเมืองสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรองรับทั้งการขาย และบริการหลังการขายได้อย่างทั่วถึง
ปัจจุบัน HONGQI มีโชว์รูมแล้วที่ HONGQI Mansion ถนนพระราม 2 และเปิด HONGQI Showroom ภายใน One Bangkok เพื่อให้ลูกค้าในใจกลางเมืองสามารถเข้ามาสัมผัสรถ และทดลองขับได้ง่ายขึ้น ขณะที่การขยายเครือข่ายในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการตอบรับของตลาด หากความต้องการเติบโตเร็วกว่าคาด บริษัทก็พร้อมเพิ่มจำนวนโชว์รูม และผู้แทนจำหน่ายเพิ่มเติม
อีกประเด็นที่ผู้บริหารย้ำคือ การบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นคำถามสำคัญของผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ใหม่
‘เอกอธิ’ ระบุว่า บริษัทเตรียมอะไหล่สำรองสำหรับ HONGQI E-HS9 ไว้พร้อมแล้วตั้งแต่เริ่มเปิดตัว พร้อมกำหนดราคาอะไหล่โดยอ้างอิงกับรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในตลาด เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอยู่ในระดับแข่งขันได้
ในด้านบุคลากร ‘เมโทร กรุ๊ป’ ได้ส่งช่างเทคนิคเดินทางไปอบรมและรับการรับรองจากศูนย์ฝึกของ HONGQI ที่เมืองฉางชุน ประเทศจีน เพื่อให้สามารถดูแลรถได้ตามมาตรฐานเดียวกับโรงงานผู้ผลิต ขณะเดียวกัน บริษัทก็ใช้เกณฑ์การคัดเลือกผู้แทนจำหน่ายที่เข้มงวด เพราะมองว่าการรักษามาตรฐานการบริการมีความสำคัญไม่แพ้คุณภาพของตัวรถเอง
บทพิสูจน์ของ HONGQI ในตลาดไทย
การเข้ามาของ HONGQI จึงอาจไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือกใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม แต่ยังเป็นการพาแบรนด์ที่เคยถูกจดจำในฐานะ ‘รถของผู้นำจีน’ ก้าวออกจากบทบาทเชิงสัญลักษณ์ มาสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดผู้บริโภคอย่างเต็มรูปแบบ
ความสำเร็จของ HONGQI ในประเทศไทยจึงอาจไม่ได้วัดเพียงยอดขาย แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า แบรนด์ที่เติบโตจากการเป็นรถประจำตำแหน่งของผู้นำจีน จะสามารถสร้างตัวตนใหม่ในฐานะแบรนด์รถยนต์พรีเมียมระดับโลกได้
- Volvo แบรนด์รถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก สรุปแล้วเป็นของสวีเดนหรือจีน?
- Xpeng คาดว่าจะเริ่มส่งมอบ ‘รถยนต์บินได้’ ในปี 2570 ตอนนี้ได้รับคำสั่งซื้อมากกว่า 7,000 รายการ
- Geely โตแรง ยอดรถยนต์พลังงานใหม่แตะ 1.7 ล้านคัน ดันสนาม EV แข่งเดือดทั่วโลก
ที่มา: งานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ HONGQI
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา