คนไต้หวันกว่าครึ่งหันไปลงทุนในตลาดหุ้น ตอบรับเศรษฐกิจดี ผลตอบแทนดึงดูด

taiwan stock

ตลาดหุ้นไต้หวันผลตอบแทนดึงดูด ประชากรกว่าครึ่งเข้าไปลงทุน

ปีที่ผ่านมา คนไต้หวันเปิดบัญชีสำหรับซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 670,000 บัญชี ทำให้ตอนนี้ตลาดหุ้นไต้หวันมีจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นกว่า 11.24 ล้านบัญชีแล้ว

อธิบายให้เห็นภาพคือ ตอนนี้ประชากรไต้หวันเกือบครึ่งหันมาลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว ที่สำคัญคือในจำนวนบัญชีเปิดใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา กว่า 42% คือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

คำถามคือ อะไรทำให้ไต้หวันมาถึงจุดที่คนกว่าครึ่งหันมาลงทุนเพิ่มมูลค่าในสินทรัพย์ของตัวเอง

ไต้หวันผู้ชนะในโควิด เศรษฐกิจฟื้นเร็ว ตลาดหุ้นดีดตัวตาม

คำตอบของคำถามนี้คือ เศรษฐกิจไต้หวันดีมากถึงขั้นที่ว่า “คนทั่วไปก็สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า”

ส่วนตลาดหุ้นก็อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงดึงดูดคนให้เข้าไปลงทุนจำนวนมาก

ไต้หวันเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างอยู่หมัด เริ่มเร่งเครื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ก่อนใคร สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2.98% ในปี 2020 ทำให้ไต้หวันมีอัตราเร่งทางเศรษฐกิจเร็วกว่าจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ส่วนเศรษฐกิจไตรมาสล่าสุด GDP ไต้หวันเติบโต 8.16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจในภาพรวมทำให้ตลาดหุ้นโตตามไปด้วย ที่สำคัญ การล็อคดาวน์ทำให้ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น ไต้หวันในฐานะที่เป็นผู้นำในการผลิตชิปจึงได้รับผลประโยชน์จากจุดนี้ โดยเฉพาะ TSMC ผู้ผลิตชิประดับแนวหน้าของโลกที่มี market cap คิดเป็น 30% ของหุ้นไต้หวันทั้งตลาด

หุ้นหลักๆ ของไต้หวันมีการเติบโตจากปีที่ผ่านมา ดังนี้

  • TSMC ผู้ผลิตชิป หุ้นโต 2 เท่า
  • United Microelectronics ผู้ผลิตชิปรายย่อย หุ้นโต 4 เท่า
  • Nanya Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ หุ้นโต 1.4 เท่า
  • MediaTek ผู้ออกแบบชิปโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันดับ 2 หุ้นโต 1.85 เท่า
  • China Steel  ผู้ผลิตเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน หุ้นโต 2 เท่า
  • Evergreen Marine บริษัทขนส่งทางเรืออับดับ 1 ของไต้หวัน หุ้นโต 7 เท่า
  • Yang Ming Marine Transport บริษัทขนส่งทางเรืออับดับ 2 ของไต้หวัน หุ้นโต 11.5 เท่า

ที่มา – Nikkei Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Rachata Sanit, Content Creator at Brand Inside. Interested in Social (in)justice, International Development, and Creative Economy.