ในรัศมี 1 ไมล์จะเจอ Starbucks ในสหรัฐอเมริกาถึง 4 ร้าน และนี่คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ยอดขายซบ

ใช่ว่าการมีสาขาเยอะจะดีเสมอไป เพราะ Starbucks ในสหรัฐอเมริกานั้นเปิดสาขาติดๆ กันจนเกินไป หรือโดยเฉลี่ยจากสาขาหนึ่งในรัศมี 1 ไมล์จะเจอคู่แข่งถึง 4 สาขา และนั่นกลายเป็นปัญหาที่เชนกาแฟยักษ์ใหญ่นั้นเดินเกมผิด

Starbucks Roastery photographed on March 10, 2016. (Joshua Trujillo, Starbucks)

ติดกันเกินไป แทนที่จะดี กลายเป็นแข่งขันกันเอง

ภาพรวมรายได้ของ Starbucks ทั่วโลกยังดีอยู่ เพราะสิ้นปี 2559 ปิดที่ 21,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ 11.29% แต่ในตลาดสหรัฐอเมริกานั้นกลับเติบโตลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผ่านยอดขาย Same-Store ที่เพิ่มขึ้นเพียง 4% และทยอยลดลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี

Andrew Strelzik นักวิเคราะห์ของ BMO Capital Markets มองว่า การที่ยอดขายในสหรัฐอเมริกาของ Starbucks เติบโตลดลง เพราะการเปิดสาขาใหม่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสาขาเดิมมากเกินไป หรือถ้านับจากรัศมี 1 ไมล์ของ Starbucks สาขาหนึ่ง จะเจอคู่แข่งที่เป็นสาขาอื่นๆ ถึง 4 ร้าน

“จริงๆ แล้วการขยายสาขาเยอะเหมือนจะดี แต่นั่นไม่ใช่กับ Starbucks ที่เดินหมากผิด และขยายสาขาใหม่ไปในพื้นที่ใกล้ๆ กันจนเยอะเกินไป ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างสาขาด้วยกันเอง แถมบางทียังเป็นการลงทุนซ้ำซ้อน เพราะบางสาขาก็รองรับลูกค้าจำนวนมากได้ ไม่จำเป็นต้องมีสาขาใกล้ๆ กันมาเพิ่ม”

สำหรับสาขา Starbucks ในสหรัฐอเมริกานั้นมีกว่า 13,000 แห่ง และการทับซ้อนของสาขาดังที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเกิดขึ้นใน California, Pacific Northwest และ New York มากที่สุด ผ่านอัตรา 62% ของสาขาในพื้นที่เหล่านี้จะต้องแข่งขันกับสาขาอื่นในรัศมี 1 ไมล์อย่างน้อย 1 สาขา

ความเห็นส่วนตัวมองว่า การเปิดสาขาใกล้กันเกินไป ถ้าไม่มีผู้ใช้บริการมากจริงๆ ก็คงไม่เกิดประโยชน์ และเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยเร็วๆ นี้แน่ๆ แม้จะมีอยู่ 300 สาขา และถึงบางสาขาจะอยู่ใกล้กันมาก เช่นตามห้างสรรพสินค้า หรือโซน CBD แต่สาขาเหล่านั้นก็แทบจะตอบรับความต้องการของผู้ซื้อไม่ทัน

อ้างอิง // Quartz

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา