Home Article ปิดฉาก ‘มหกรรมหนังสือฯ’ ซื้อกันสะพัด 439 ล้าน คนเดิน 1.4 ล้านคน ปีหน้าขยายฮอลล์แน่

ปิดฉาก ‘มหกรรมหนังสือฯ’ ซื้อกันสะพัด 439 ล้าน คนเดิน 1.4 ล้านคน ปีหน้าขยายฮอลล์แน่

จบแล้วกับ 11 วันเต็มๆ ของงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29’ ที่ดึงดูดมิตรรักนักอ่านทั่วไทยมาเที่ยวกัน โดย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ระบุว่า มีนักอ่านร่วมงานมากกว่า 1.4 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัด 438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%

ที่สำคัญงานรอบนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เพราะแค่วันที่ 19 ตุลาคม 2567 เพียงวันเดียว มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 236,686 คน สูงสุดเท่าที่เคยมีมา (สถิติเดิมสูงสุด 162,135 คน)

และคาดว่าภายในวันที่ 19 วันเดียวมีเงินสะพัดมากกว่า 100 ล้านบาท มากที่สุดตั้งแต่จัดงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติมาหลังจากโควิดระบาด

ที่มาความสำเร็จ = ธีมงานชัด คนรุ่นใหม่แชร์ หนังสือคุณภาพ

สุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) อธิบายว่า ความสำเร็จมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1) การจัดงานภายใต้ธีม ‘อ่านกันยันโลกหน้า’ แปลกใหม่และชัดเจน ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ดึงดูดผู้อ่านและผู้สนใจเข้าร่วมงาน

2) กระแสตอบรับดี โดยเฉพาะใน ‘กลุ่มคนรุ่นใหม่’ เข้ามาเลือกซื้อหนังสือและร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่มีมากกว่า 100 กิจกรรม พร้อม ‘แชร์ผ่านโลกโซเชียล’ สร้างกระแสของงานในวงกว้าง

โดยผู้อ่านที่เข้ามาร่วมงานเป็นคนในช่วงอายุ 12-35 ปี มาถึง 69% และกลุ่มนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากเดิมมากถึง 20% และเมื่อเจาะลงมาจะพบช่วงอายุ 23-28 ปี จำนวนสูงถึง 23%

3) การปรับตัวของสำนักพิมพ์และผู้ผลิตหนังสือ ตอบต่อความต้องการของนักอ่านมากขึ้น พัฒนารูปแบบหนังสือและเนื้อหา ทำให้หนังสือมีคุณภาพมากขึ้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และดึงดูดให้นักอ่านกลับมาเลือกซื้อต่อเนื่อง

โดยพบว่า สำนักพิมพ์ที่ ‘เปิดตัวหนังสือปกใหม่’ ได้รับความสนใจมาก ทั้งจากนักอ่านที่ชอบซื้ออ่านและชอบซื้อสะสม รวมถึง ‘นักเขียนต่างชาติ’ ก็ได้รับความสนใจจากผู้อ่านสูงเช่นกัน

ซื้อเฉลี่ยคนละ 600 บาท ขายดีสุด คือ การ์ตูน-นิยาย โปรยอดฮิตคือ บุฟเฟ่ต์

หมวดหนังสือขายดี TOP 3 ในงาน ได้แก่
อันดับ 1 การ์ตูน 40%
อันดับ 2 นิยาย 30%
อันดับ 3 จิตวิทยา/ฮีลใจ 20%
และอื่นๆ รวม 10%

อีกหนึ่งความสำเร็จที่นายก PUBAT กล่าวถึง คือ ‘การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย’ ของสำนักพิมพ์อย่างการจัดโปรโมชันลดกระหน่ำ การแจกไอเทมพรีเมี่ยม และการจัดกิจกรรมหยิบฟรีไม่อั้น ‘บุฟเฟ่ต์เต็มถุง’ ในราคา 199 บาท, 579 บาท และ 699 บาท หรือชั่งกิโลขายขีดละ 10 บาท

กิจกรรมส่งเสริมการขายเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เห็นได้จากยอดจองคิวผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าบูธ ช่วยดึงดูดให้นักอ่านเข้ามาร่วมงานมากขึ้น

โดยในการจัดงานครั้งนี้พบว่า มียอดการซื้อหนังสือเฉลี่ย 600 บาทต่อคน ขณะเดียวกันพบว่ามีนักอ่านและผู้สนใจจำนวนมากที่มาร่วมงานมากกว่า 1 ครั้งด้วย

 

ครั้งหน้าเตรียมขยาย ‘ฮอลล์’ เพิ่มอีก

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มฟื้นตัว ขณะที่หลายคนมองว่าหนังสือไม่ใช่ปัจจัย 4 แต่งานครั้งนี้ทำให้เห็นว่า นักอ่านจำนวนมากยังชื่นชอบการอ่านหนังสือ ยังต้องการเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรด ต้องการมาร่วมกิจกรรมพบกับนักเขียนคนโปรด และรับไอเทมพิเศษภายในงาน

นอกจากนั้น กระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมหนังสือเมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นด้วย และส่งผลให้คนไทยมีสถิติการอ่านที่สูงขึ้น (จากงานวิจัยล่าสุด ในปัจจุบันที่พบว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน)

เพื่อต่อยอดความสำเร็จ สมาคมมีแนวคิดในการขยายพื้นที่จัดงานในครั้งต่อไป โดยจะขยายเพิ่มอีก 1 ฮอลล์ หรือประมาณ 5,000 ตร.ม. ส่งผลให้มีพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 ตร.ม. จากเดิมที่มีอยู่ราว 20,000 ตร.ม.

ทำให้สำนักพิมพ์ต่างๆ สามารถเข้าร่วมออกบูธได้มากขึ้น และมีหนังสือออกวางจำหน่ายเพิ่มขึ้น มีกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น สร้างโอกาสให้ผู้อ่านและผู้สนใจสามารถมาเดินเลือกซื้อหนังสือที่ตัวเองชื่นชอบและร่วมกิจกรรม

ข่าวเกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา