ศิลปินและผู้จัดระดับโลกอยากมาจัด ‘คอนเสิร์ต’ ที่ไทย แต่คำถามคือ บ้านเราพร้อมหรือเปล่า?

นับตั้งแต่ช่วงโควิดมา เชื่อหรือไม่? การจัดงานมิวสิกเฟสติวัลในไทยเติบโตขึ้นถึง 65% ภายในเวลา 5 ปี โดยมีปี 2024 ที่เติบโตมากที่สุดถึง 29%
หรือถ้ามาดูแค่สถิติของสองปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีงานมิวสิกเฟสติวัล คอนเสิร์ต และแฟนมีตเกิดขึ้นถึง 526 ครั้ง รวมเป็นรายได้กว่า 14,500 ล้านบาท
ถือเป็นข่าวดีที่อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตคึกคักขนาดนี้ แต่ความจริงที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ ประเทศไทยยังมี ‘ข้อจำกัด’ ที่ทำให้อุตสาหกรรมไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร
งานกระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ รองรับผู้ชมได้น้อย

อย่างแรกเลย จำนวนสถานที่จัดงานอีเวนต์ของไทยยังมีไม่พอที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและผู้จัดงาน
จากข้อมูลปี 2024 ราว 91.6% ของมิวสิกเฟสติวัลในไทยจัดขึ้นแค่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น
เอาจริงๆ ก็ไม่แปลกใจเท่าไร เพราะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นเพียงไม่กี่จังหวัดในไทยที่มีสถานที่ที่สามารถรองรับการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ได้
แต่อีกมุมหนึ่งคือ การที่ทุกอย่างกระจุกตัวอยู่แค่ในเมือง ก็เป็นการจำกัดโอกาสในการรองรับคอนเสิร์ตอีกมากมายเช่นกัน โดยเฉพาะศิลปินระดับโลกที่ต้องการจัดงานในสเกลผู้ชมมากกว่าหนึ่งหมื่นคน
ถามว่าตอนนี้ประเทศไทยมีสถานที่ไหนที่สามารถรองรับผู้ชมได้เกินหมื่นคนบ้าง? คำตอบที่ผุดขึ้นมาคงมีอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น ส่งผลให้เมื่อศิลปินระดับโลกต้องการจัด World Tour แต่ไม่มีที่ใดว่างตรงกับตารางงาน พวกเขาก็จะเปลี่ยนใจไปจัดที่ประเทศใกล้เคียงแทน กลายเป็นโอกาสและเม็ดเงินที่หลุดลอยจากไทยแบบไม่รู้ตัว
สิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอต่อผู้ชม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

ขณะเดียวกัน ในมุมของผู้บริโภค คอนเสิร์ตควรเป็นโมเมนต์แห่งความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ชอบ แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นเหมือนการออกไปสู้ชีวิตยังไงอย่างนั้น เพราะทุกอย่างดูเป็นการแข่งขันไปหมด ตั้งแต่
- ห้องน้ำคิวยาวเหยียดและไม่สะอาด
- ที่จอดรถไม่เพียงพอ
- ทางเข้า-ทางออกไม่ชัด
- จราจรติดขัด
- ที่พักรอบงานถูกจองเต็มไปหมด
- ผู้คนเบียดเสียด
- ร้านอาหารไม่เพียงพอ
นี่คือปัญหาที่สายคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรีเข้าใจดี แต่ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ มันยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะสถานที่จัดคอนเสิร์ตในไทยหลายแห่งไม่ใช่พื้นที่ถาวร จึงต้องรื้อแล้วจัดขึ้นใหม่ทุกครั้งที่จัดงาน
ตัน-ภาสกรนทีผุดไอเดีย One Chichan แก้ปัญหาการจัดอีเวนต์ในไทย

จากปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ‘ตัน-ภาสกรนที’ จึงผุดไอเดียสร้าง ‘One Chichan’ (วันชีจรรย์) เพื่อรองรับ pain point ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้จัดงานเจอ
One Chichan ตั้งอยู่บริเวณเขาชีจรรย์-พัทยา จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ โดย ‘คุณตัน’ เผยว่า ต้องการให้ที่นี่เป็น “ทองหล่อของพัทยา” เป็น “เขาใหญ่แห่งชลบุรี” และเป็น “โอโซนของพัทยา” พร้อมปักเป็นหมุดหมายใหม่ในการจัดอีเวนต์ระดับประเทศไปจนถึงระดับโลกที่สามารถรองรับคนได้มากถึง 30,000 คน
คุณตันเสริมว่า การเดินทางมา One Chichan นั้นสะดวกมาก เนื่องจากอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาเพียง 20 นาที, พัทยา 30 นาที, กรุงเทพมหานคร 2 ชั่วโมง แถมในอนาคต จะมีรถไฟความเร็วสูงผ่านบริเวณนี้อีก ทำให้ต่างชาติและคนไทยสามารถมาได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ One Chichan ไม่ใช่แค่ลานโล่งๆ ไว้ให้จัดเทศกาลดนตรี คอนเสิร์ต หรืออีเวนต์เท่านั้น เพราะคุณตันทุ่มงบไปถึง 5,000 ล้านบาท โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วย ได้แก่
- ที่จอดรถมากกว่า 4,000 คัน
- ทางเข้า-ออก 5 ทาง แบบวันเวย์ ป้องกันปัญหารถติด
- ห้องน้ำติดแอร์กว่า 200 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำหญิง 70% ห้องน้ำชาย 30%
- ที่พักหลายรูปแบบ อาทิ โรงแรม เตนท์สำเร็จรูป และลานแคมป์ปิงที่มีไฟฟ้าพร้อมใช้
- ร้านอาหารและคาเฟ่
- ห้องจัดงาน After-party
- ศูนย์เวลเนส เช่น กิจกรรม Ice bath
- ธรรมชาติรายล้อม ตั้งแต่อ่างเก็บน้ำ สัตว์ปีก ยันต้นไม้ที่คุณตันเอามาปลูกเอง
- ระบบจัดการขยะโดย Ichitan ReCircle
- โซนเล่นกับสุนัข
- กิจกรรมอื่นๆ เช่น เก็บผัก เก็บไข่ไก่ และตกปลา
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน One Chichan ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ โดยคุณตันบอกว่า จะเปิดเป็นทางการในช่วงปลายปี 2026 พร้อมอีเวนต์ ‘Wonder Light’ งานจัดแสดงไฟรอบพื้นที่ และคาดว่าโครงการจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายใน 5 ปีข้างหน้า

การพลิกบทบาทของคุณตันในครั้งนี้ เขาไม่ได้มองว่าตนเองคือผู้จัดคอนเสิร์ต แต่เป็น ‘เจ้าของสถานที่’ ที่เปิดโอกาสให้ออร์แกไนเซอร์ต่างๆ มาจัดงาน โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นอีเวนต์เกี่ยวกับดนตรี
เมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2026 คุณตันก็ได้นำร่องจัดอีเวนต์แรกที่ One Chichan ผ่าน ‘Wonder One Music Festival’ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสถานที่แห่งนี้ ทั้งยังบอกว่า เริ่มมีคนติดต่อเข้ามาใช้สถานที่บ้างแล้ว
คุณตันมองว่า One Chichan จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของพัทยา ระยอง และฉะเชิงเทรา เนื่องจากการจัดงานเฟสติวัลโดยเฉลี่ยสามารถเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจมากถึง 3-5 เท่าเลย
“ตรงนี้มีชุมชนเยอะเลยที่มีเจ้าของอยู่ เขาก็จะทำโฮมสเตย์ AirBnB จะเป็นที่จอดรถ ที่พัก ร้านอาหาร หรืออะไรแล้วแต่ เขาจะเป็นคนช่วยกันสร้าง หลังจากผมลงทุนแล้วทำสำเร็จ ผมต้องเป็นคนเสียสละเริ่มต้น” คุณตันกล่าว
ในมุมของ Brand Inside การที่คุณตันเข้ามาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตในประเทศก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เพราะบ้านเรามีแฟนคลับที่หลากหลาย หากสามารถดึงศิลปินต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น นอกจากจะเป็นข่าวดีของแฟนๆ แล้ว คงเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศด้วย
- เงินอยู่ในอากาศ อยู่ที่ว่าจะคว้ามันได้ไหม ถอดบทเรียน ‘วิชาฝ่าวิกฤต’ จากคุณตัน
- ผ่าอาณาจักร “ตัน ภาสกรนที” 10 ปีทำมากกว่าชาเขียว สู่มือฉมังอสังหาริมทรัพย์
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา