ไม่ใช่แค่ Huawei สหรัฐเตรียมแบนบริษัทจีนเพิ่ม หนึ่งในนั้นมี Hikvision ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่

ล่าสุด Huawei อาจไม่ใช่บริษัทจีนบริษัทเดียวที่สหรัฐแบน แต่ผู้ผลิตกล้อง CCTV ในจีน 5 แห่ง ซึ่งมี Hikvision ซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกก็กำลังจะโดนแบนไปด้วย

Hikvision CCTV
ภาพจาก Shutterstock

หนังสือพิมพ์ New York Times ได้รายงานว่าสหรัฐฯ อาจออกคำสั่งบริหารอีกครั้งเพื่อที่จะจำกัดบริษัทจีนที่ผลิตกล้องเพื่อใช้ในการสอดแนม 5 บริษัท โดยหนึ่งในนั้นมี Hikvsion ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีของบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลถึงความมั่นคง ส่งผลทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ ของสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด โดยกรณีล่าสุดเรื่องนี้อาจไม่ใช่มีเพียงแค่ Huawei เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้

สำหรับ Hikvision เติบโตมากจากการขายกล้อง CCTV ให้กับผู้ใช้ทั่วไป รวมไปถึงรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรัฐบาลจีนซึ่งใช้สำหรับสอดส่องประชาชนในประเทศ โดยเทคโนโลยีล่าสุดของกล้อง CCTV ของบริษัทสามารถดูท่าทางของร่างกาย ลักษณะมนุษย์ รวมไปถึงแยกแยะผู้คนจำนวนมากได้ละเอียดมากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น รัฐบาลจีนยังใช้งาน CCTV ของ Hikvision ร่วมกับระบบจดจำใบหน้าอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ชัดสุดจากกรณีในมณฑลซินเจียงที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก 5 บริษัทนี้ ซึ่งกรณีนี้สหรัฐฯ ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษย์ โดยเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามที่จะบีบจีนในกรณีนี้ แต่กลัวว่าจะทำให้เรื่องการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศล้มเหลว

ความตั้งใจของรัฐบาลจีน คืออยากให้ Hikvision เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านผลิตภัณฑ์ CCTV โดยความตั้งใจดังกล่าวนี้ทำให้จีนกลายเป็นผู้ส่งออกระบบสอดส่องเหล่านี้ไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เอกวาดอร์ ปากีสถาน อุซเบกิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซิมบับเว ฯลฯ แม้ว่าที่ผ่านมาตัวแทนของบริษัทจะยืนยันว่า “บริษัทมีความจริงจังในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก” ก็ตาม

ในปีที่ผ่านมา Hikvision มีรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 228,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 52,000 ล้านบาท มูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.11 ล้านล้านบาท นอกจากนี้หุ้นของ Hikvision ยังเป็นส่วนหนึ่งในดัชนี MSCI Asia Pacific โดยราคาหุ้นของบริษัทล่าสุดลดลง 5.54% จากข่าวนี้

คาดว่าคำสั่งนี้จะออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มาNew York Times, Yahoo News, Reuters

 

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ