Nike กับข่าวลือเรื่องยกเลิกสัญญา Maria Sharapova และการลงทุนดิจิทัลเพื่อยกระดับการทำตลาด

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในแวดวงกีฬาทันทีหลังเกิดข่าวลือออกมาว่า Nike จะยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับ Maria Sharapova แต่ยังคงสัญญากับ Colin Kaepernick ไว้ แถมยังเดินหน้าแคมเปญดิจิทัลนี้ต่อเนื่อง

Maria Sharapova // ภาพจาก Flickr ของ Tatiana

แม้จะปฏิเสธ แต่เรื่องนี้ยังต้องติดตาม

ข่าวลือดังกล่าวหลุดออกมาในวันอาทิตย์โดย The Sun ของอังกฤษได้รายงานว่า Nike เตรียมยกเลิกสัญญากับนักเทนนิสหญิง Maria Sharapova ที่ทำไว้ตั้งแต่เธออายุ 11 ปี ถือเป็นหนึ่งในการยกเลิกสัญญาครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัท เนื่องจากทุ่มทุนกับนักกีฬาคนนี้ไปมาก แถมยังปั้นให้เธอเป็นนักกีฬาหญิงที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในโลกด้วย

อย่างไรก็ตามเพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น Max Eisenbud ตัวแทนของนักเทนนิสสาวก็ออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่าสัญญาที่ทำกับ Nike เป็นสัญญาตลอดชีพ และยังไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด หลังเพิ่งเซ็นสัญญาครั้งล่าสุดด้วยมูลค่าปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 327 ล้านบาท) เมื่อปี 2553

Maria Sharapova // ภาพโดย Misty, Sydney, Australia [CC BY-SA 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0)], via Wikimedia Commons
ทั้งนี้ Sharapova เพิ่งกลับมาลงแข่งเทนนิสได้ไม่นานหลังถูกห้ามแข่งเพราะตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่านเมื่อปี 2559 ซึ่งช่วงนั้น Nike ก็หยุดทำการสนับสนุนเธอไปเหมือนกัน แต่ไม่นานก็กลับมาทำตลาดร่วมกันใหม่ โดยนอกจาก Sharapova จะมีรายได้จากสัญญานี้แล้ว ยังเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์หรูต่างๆ และมีแบรนด์ขนมของตัวเองด้วย

ลุยดิจิทัล และความสำเร็จของแคมเปญเลือกข้าง

ในทางกลับกันถึง Sharapova จะกลับมาแข่งเทนนิส และครองมือวางอันดับที่ 29 ของโลกแล้ว แต่ข่าวแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่นักกีฬาภายใต้สัญญาอีกคนของ Nike อย่าง Colin Kaepernick กลับไม่มีข่าวลือแบบนี้ แถมล่าสุดยังได้เป็นตัวนำในแคมเปญทำตลาดฉลองครบรอบ 30 ปี ของ Just do it ด้วย

แคมเปญการตลาดครบรอบ 30 ปี Just do it ของ Nike

แสดงให้เห็นถึง Nike ที่น่าจะให้ความสำคัญกับนักกีฬาที่สื่อความหมายของ Just do it ได้ชัดเจนที่สุด มากกว่าการเกาะกระแสนักกีฬาคนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้ด้วยความสำคัญของดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทางแบรนด์ตัดสินใจบุกตลาดนี้เต็มที่ ทั้งในแง่กลยุทธ์ และการลงทุน

ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับลูกค้า, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการผลิต แถมผู้บริหารระดับสูงยังลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย จึงไม่แปลกที่หลายฝ่ายเริ่มมองว่า Nike น่าจะเดินถูกทาง ทั้งการตลาดแบบเลือกข้าง (การเมือง) และการลงทุนดิจิทัล สังเกตที่ราคาหุ้นของ Nike ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ราคาหุ้นของ Nike // ภาพจาก Yahoo Finance

ตลาดอุปกรณ์กีฬาที่น่าจะทรงๆ ไปหลังจากนี้

ในทางกลับกัน Brian Nagel นักวิเคราะห์จาก Oppenheimer มองว่า ตลาดอุปกรณ์กีฬาในระดับโลกนั้นเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างช้าๆ ในอีกไม่กี่ปีจากนี้ เพราะตลาดในประเทศจีน, เอเชียแปซิฟิค และลาตินอเมริกาเริ่มอิ่มตัว ดังนั้นการพยายามทำตลาดเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และหาทางใกล้ชิดกับผู้บริโภคที่สุดจึงจำเป็น

“ตอนนี้เราเห็นว่า Nike เริ่มจริงจังกับช่องทางดิจิทัลมากขึ้น และมันน่าจะเป็นข้อดีในการทำให้ Nike กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง หลังไม่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ระยะหนึ่ง นอกจากนี้เมื่อ Nike ใกล้ชิดผู้บริโภคทั่วโลกมากขึ้น ก็อาจช่วยแก้ปัญหามีรายได้จากต่างประเทศถึง 55% ได้ด้วยเหมือนกัน”

Nike React สีน้ำเงิน พื้นขาว Hero Blue
Nike React

ขณะเดียวกันบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนยังมองว่าราคาหุ้นของ Nike น่าจะปรับตัวขึ้นไปถึง 90 ดอลลาร์/หุ้น (ราว 3,000 บาท) ได้ด้วยเหมือนกัน จากปัจจุบันที่อยู่ราว 76 ดอลลาร์ เพราะความชัดเจนในการทำตลาด รวมถึงการทำให้ตัวเองแข่งขันในตลาดนี้ได้มากขึ้นกว่าเดิม

สรุป

Nike ไม่ได้จะยกเลิกสัญญากับนักกีฬาคนไหนง่ายๆ สังเกตจากกรณีของคนเก่าอย่าง Tiger Woods และแม้จะเสีย Roger Federer ไปเมื่อไม่นานนี้ แต่ Nike ก็ยังมีพาร์ทเนอร์นักกีฬาจำนวนมากในมือ ดังนั้นเชื่อว่าการเดินหน้ารุกดิจิทัล และการวางแผนใช้นักกีฬาเป็นอย่างดี ก็น่าจะทำให้ Nike ยังโลดแล่นอยู่ในธุรกิจนี้ได้อีกนาน

อ้างอิง // RT, Metro, CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา