ผู้นำเปลี่ยน พฤติกรรมการอ่านก็เปลี่ยน เมื่อทรัมป์ลงจากตำแหน่ง คนจะอ่านการเมืองน้อยลง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การอ่านหนังสือของประชาชนบางส่วนก็สอดคล้องกับการขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศด้วยเหมือนกัน ทั้งเพื่อหาความรู้ ทำความเข้าใจกับบุคลิกลักษณะ วิธีคิดของผู้นำคนนั้นๆ รวมทั้งเพื่อรับมือให้ได้กับผู้นำด้วย เปรียบได้กับการขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาก็ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เช่นกัน

President Donald J. Trump joined by Irish Prime Minister Leo Varadkar signs the guest book Wednesday, June 5, 2019, at the Shannon Airport in Shannon Ireland. (Official White House Photo by Shealah Craighead)

ทั้งนี้ การทำวิจัยตลาดโดย NPD BookScan พบว่า ในรอบสี่ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้คนควานหาซื้อหนังสือไม่ใช่วรรณกรรมหรือนวนิยายมากขึ้น คนเน้นอ่านหนังสือด้านการเมืองเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ยอดขายสิ่งพิมพ์ในช่วงปี 2018 ถล่มทลาย หนังสือด้านการเมือง ด้านรัฐศาสตร์มียอดขายเติบโตขึ้นภายในสี่ปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12%

(*นี่ไม่ใช่บทความอวยทรัมป์ แต่กำลังสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อผู้นำเปลี่ยนไป ประชาชนจึงต้องปรับตัว การขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศของทรัมป์ทำให้ผู้คนบางส่วนเกิดความสับสน สิ้นหวัง จึงต้องทำความเข้าใจศาสตร์ในด้านการเมืองและเรื่องราวเกี่ยวกับทรัมป์ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนผู้นำไทยที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หนังสือแนวการเมืองขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะคนต้องการสร้างความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ตลอดจนสภาวะการเมืองไทยในปัจจุบัน* ในแง่ดีก็คือ หนังสือแนวการเมืองที่อ่านยากและดูไกลตัวกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเมื่อประชาชนได้รับผลกระทบจากระบอบการปกครองที่เป็นอยู่)

ทั้งนี้ ไม่ใช่หนังสือที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์จะขายได้ถล่มทลาย แต่ยังรวมหนังสือที่เขียนโดย Michelle Obama ภรรยาอดีตประธานาธิบดีโอบามา เรื่อง Becoming ก็ขายได้มากกว่า 10 ล้านเล่ม ยอดขายหนังสือพิมพ์ของ The New York Times ที่เป็นหนึ่งในสื่อไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์ก็ขายดีเช่นกัน ขณะที่หนังสือ A Promised Land ที่เขียนโดยโอบามาที่กำลังจะวางจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน ก็อาจจะขายดีด้วยเช่นกัน แต่ช่วงที่โอบามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกก็ดันมีหนังสือที่วางขายเกี่ยวกับเขามากกว่า 500 เล่ม

อย่างไรก็ดี หนังสือประเภทการเมืองถูกขายในสมัยทรัมป์ดำรงตำแหน่งมากที่สุดในบรรดาประธานาธิบดียุคใหม่ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปสมัยปี 2015 ก่อนที่ทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดี ยอดขายหนังสือนั้นค่อนข้างแตกต่างกับตอนนี้ หนังสือที่ทำเงินได้อาจจะขายได้ราวล้านเล่มต่อปี

  • ปี 2017 หนังสือวรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่ขายได้ 141 ล้านเล่ม
  • ปี 2018 ขายได้ 135 ล้านเล่ม
  • ปี 2019 ขายได้ 131 ล้านเล่ม
  • ปี 2020 ขายได้ 134 ล้านเล่ม

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ไม่ได้หมายความว่า หนังสือแนวการเมืองจะหมดหวังที่จะจัดจำหน่ายเมื่อทรัมป์ลงจากตำแหน่ง แต่อาจจะเป็นหนังสือคลาสสิคแนวอื่นที่ขายได้มากขึ้นแทน อาทิ ตัวอย่างหนังสือที่ขายดีมากอย่างเรื่อง Notes on Nationalism ของ George Orwell ขายได้มากกว่า 20,000 เล่ม หรือ Karl Marx’s The Communist Manifesto ก็ขายได้มากถึง 16,000 เล่ม เป็นต้น

ที่มา – Quartz

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Plaa - Brand Inside สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต การเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบสืบค้นข้อมูล ชอบทำคอนเทนต์