ดึงกลุ่ม Millennial เข้าถึงตลาดหุ้นด้วย Robo Advisor ช่องทางการลงทุนที่ง่ายกว่าเดิม

ไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์ Financial Time ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “Fintech lures Millennial Investors away from Asset Manager” หรือแปลง่ายๆ ว่า ฟินเทค คือเครื่องมือนำพาคนรุ่นใหม่กลุ่ม Millennial ออกจากการลงทุนรูปแบบดั้งเดิมที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุน ซึ่งตรงกับแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่จะสนใจการลงทุนผ่าน Robo Advisor มากขึ้น

ภาพจาก pixabay.com

Robo Advisor เทคโนโลยีการลงทุนของคนรุ่นใหม่

ความหมายของกลุ่ม Millennial คือคนที่เกิดระหว่างปีคศ. 1980-2000 พูดง่ายๆคือเป็นรุ่นลูกของคนยุค Baby Boomer นั่นเอง คนรุ่นเก่าเหล่านี้ยังคงเชื่อใจในรูปแบบการนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนรวมรูปแบบเดิมผ่านสถาบันการเงิน ขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังสนใจเรื่องของเทคโนโลยีการเงินอย่างเช่น Robo Advisor

ทั้งนี้มีบทวิจัยสนับสนุนโดย Legg Mason Global Asset Management ที่สำรวจนักลงทุนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-39 ปี จำนวน 1,000 คนทั่วสหราชอาณาจักร พบว่า 85% ให้ความสนใจที่จะลงทุนผ่าน Robo Advisor ขณะที่คนอายุ 40-75 ปี เพียง 37% เท่านั้นที่จะสนใจลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์

ภาพจาก pixabay.com

สอดคล้องกับงานวิจัย BI Intelligence ระบุว่าภายในปี 2020 จะมีการนำเงินมาลงทุนผ่าน Robo Advisor ถึง 8 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับเม็ดเงินปัจจุบันที่ Blackrock บริษัทจัดการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งบริหารเงินลงทุน 5 ล้านล้านเหรียญ แสดงถึงอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม  Robo Advisor ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

บทสรุปคือ Robo Advisor กำลังเป็นช่องทางสำคัญที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าถึงการลงทุนในตลาดหุ้น โดยสาเหตุหลักที่คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจการลงทุนออนไลน์ เพราะความ “ง่าย” ในการเข้าถึง โดยเฉพาะคนกลุ่มนี้เกิดและเติบโตมากับอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยุคเริ่มต้น (ยุคฟองสบู่ดอทคอมรุ่นแรก หรือประเทศไทยก็ยุคเดินห้างพันทิพย์) จนถึงยุคโซเชียลมีเดียในปัจจุบั

คนกลุ่มนี้พร้อมจะให้ความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ขอเพียงสร้างสินค้าให้โดนใจพวกเขา โอกาสที่คนกลุ่มนี้จะเข้าถึงตลาดทุนก็มีมากขึ้น เพราะทัศนคติของคนทั่วไปมักมองว่าตลาดหุ้นเป็นเรื่องยากและไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงได้ แต่เทคโนโลยีจะทำให้กำแพงเหล่านี้หมดไป

ภาพจาก pixabay.com

เปลี่ยนแปลงกฎหมายลงทุน หนุนการเกิด Robo Advisor ในไทย

ส่วนของประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สมาคมฟินเทคประเทศไทย หรือหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงาน กลต. ได้มีความพยายามผลักดันให้ Robo Advisor แจ้งเกิดขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของผู้ให้คำแนะนำการลงทุนอิสระที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน ซึ่งจะมีความเป็น “กลาง” ในการแนะนำการลงทุน เนื่องจากไม่มีคำว่าต้นสังกัดและคู่แข่งมาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ มีโอกาสอย่างยิ่งที่จะเกิด Robo Advisor ขึ้นในประเทศไทย ขอเพียงมีความชำนาญในการลงทุนเป็นอย่างดีและรู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการต่อยอด ภายใต้เงื่อนไขว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องให้การสนับสนุนด้วย เพราะ Robo Advisor จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายการลงทุนเดิมๆ เช่น อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอย่าง บริษัทหลักทรัพย์สามารถลงทุนในตลาดหุ้นได้ ฯลฯ

ภาพจาก pixabay.com

3 ปัจจัยบวก Robo Advisor ต่อการลงทุน

หนึ่ง..ไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะแบบสถาบันการเงินดั้งเดิม การจัดตั้งบริษัทจัดการกองทุนแบบดั้งเดิม ต้องมีทั้งผู้จัดการกองทุน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน (CIO) นักวิจัย นักเศรษฐศาสตร์ ฯลฯ แต่ฟินเทค สามารถเปิดทางให้สามารถบริหารเงินของผู้ถือหน่วยได้โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญ โดยมีคนสร้างระบบเพียงไม่กี่คนเท่านั้น การวิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนก็ใช้หลักการของ Quant เป็นหลัก

สอง..เทคโนโลยีช่วยทำให้เข้าถึงง่าย เพียงแค่สร้างแอปพลิเคชั่นขึ้นมาและใช้การตลาดออนไลน์ ก็สามารถดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้บริการได้ ต่างจากการหาลูกค้ารูปแบบเดิมที่ต้องเดินไปที่สาขาธนาคารและให้คำแนะนำด้วยบุคคล ซึ่งจะต้องลงทุนเรื่องของสาขา

สาม..ลูกค้าใช้เงินลงทุนน้อย หากจะมีคนช่วยลงทุนแทนเราทั้งหมด ถ้าเป็นสถาบันการเงินรูปแบบเดิมจะต้องมีเงินหลักล้านบาทขึ้นไป แต่หากเป็น Robo Advisor ลูกค้าใช้เงินจำนวนน้อยหลักพันบาทก็สามารถใช้บริการได้ ทำให้มีฐานลูกค้ามากมหาศาล

สรุป

อย่างไรก็ตาม Robo Advisor ถือเป็นนวัตรกรรมที่ค่อนข้าง Disrupt ธุรกิจการเงินแบบดั้งเดิมพอสมควร โอกาสที่จะเกิดในประเทศไทยคงต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการที่มีความสามารถ หน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องเข้ามาสนับสนุน เชื่อได้ว่า คนไทย 100% มีโอกาสเข้าถึงการลงทุนได้ด้วย Robo Advisor ครับ

 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments

mm

อดีตนักข่าวสายการเงินและตลาดหุ้นประจำสื่อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง สนใจเรื่องทฤษฎีสมคบคิดในโลกการเงินเป็นพิเศษ ปัจจุบันเป็น Head Creative ที่ Super Trader และ COO ที่ Stock Quadrant ฟินเทคด้านการวิเคราะห์หุ้น มีอะไรคุยกันได้ที่เพจ Monkey Money และ @Nares_SPT