นำเข้า ‘ร้านอาหาร’ ยังไง ให้ได้รายได้ 1,000 ล้าน? เปิดอาณาจักร Meation Group ตั้งแต่ยุค Saemaeul จนถึง TruffleBakery

หมดยุคบินไปต่อคิวยาวถึงญี่ปุ่น เพราะปีนี้ Tsujihan, Tonkatsu Hajime และ TruffleBakery เตรียมมาเสิร์ฟให้คนไทยถึงที่แล้ว!

Meation Group

Tsujihan, Tonkatsu Hajime และ TruffleBakery คือสามแบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว รวมถึงคนในพื้นที่ ซึ่ง ‘Meation Group’ (มีทชั่นกรุ๊ป) ผู้นำเข้าทั้งสามแบรนด์เผยว่า แต่ละแบรนด์ก็มีความโดดเด่นต่างกันไป โดย

  • Tsujihan (เปิดกรกฎาคม 2026 ที่ Dusit Central Park): ข้าวด้งสไตล์พรีเมียมที่ชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นยอมรอคิวนาน 2-3 ชั่วโมง 
  • Tonkatsu Hajime (เปิดกรกฎาคม 2026 ที่ Central World): หมูทอดทงคัตสึที่มาพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ จนลูกค้าต้องต่อคิวรอกันไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในญี่ปุ่น 
  • TruffleBakery (เปิดกันยายน 2026 ที่ Central World): เบเกอรีเจ้าดังที่อยากให้ทรัฟเฟิลกลายเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ด้วยสาขากว่า 20 แห่งทั่วทุกภูมิภาคในญี่ปุ่น 

ใครที่เป็นแฟนคลับทั้งสามแบรนด์ ให้เตรียมท้องรอไว้เลย แต่ก่อนอื่น วันนี้ Brand Inside ขอพาทุกคนไปไขข้อสงสัยว่า แบรนด์ร้านอาหารต่างชาติที่เข้ามาเปิดในไทยนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างไร? จะเป็นแค่กระแสชั่วคราวไหม? มาดูกัน

นำเข้าโดยบริษัทคนไทยที่เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจอาหารต่างชาติ

Saemaeul Meation Group

หากพูดชื่อ Meation Group บางคนอาจไม่คุ้นเคยเท่าไร แต่ถ้าพูดถึงแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเครือนี้ เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักแน่ๆ เพราะจริงๆ แล้ว นี่คือธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของคนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการนำเข้าแบรนด์ต่างประเทศมานานเกือบ 10 ปี 

‘ธนวัฒน์ ทองเจริญเกียรติ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Meation Group เล่าว่า Meation Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 จากการเปิดแบรนด์ชานมไข่มุกเป็นของตนเอง ในชื่อว่า ‘ATM TEA Bar’ แต่เมื่อเจอวิกฤติโควิด ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดขายหน้าร้านหรือขยายสาขาต่อได้

ในปี 2021 ธนวัฒน์และผู้ร่วมก่อตั้งอีกสองท่านจึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเข้า ‘Saemaeul Sikdang’ แบรนด์ปิ้งย่างจากเกาหลีแทน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนบริษัทแม่ยกให้เป็น ‘มาสเตอร์แฟรนไชส์’ เจ้าแรกของโลก

หลังจากนั้น Meation Group ก็เปิดสาขา Saemaeul Sikdang เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นโมเดลใหม่อย่าง ‘Saemaeul Express’ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทานปิ้งย่างแบบง่ายๆ และสะดวกสบายในรูปแบบเซ็ต

จากความสำเร็จในการเปิดแบรนด์ Saemaeul ในไทย Meation Group จึงได้รับความไว้วางใจจาก ‘BHC Chicken’ และ ‘SOLSOT’ สองแบรนด์ดังจากเกาหลีใต้ให้เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทดูแลธุรกิจทั้งหมด 8 แบรนด์ พร้อมสาขากว่า 50 แห่งภายในสิ้นปี 2026 ประกอบด้วย

  • แบรนด์เกาหลี: Saemaeul Sikdang (14 สาขา), Saemaeul Express (6 สาขา), BHC Chicken (16 สาขา) และ Solsot (12 สาขา)
  • แบรนด์ญี่ปุ่น: Tsujihan (1 สาขา), Tonkatsu Hajime (1 สาขา) และ TruffleBakery (1 สาขา)
  • แบรนด์ไทย: ATM Tea Bar (2 สาขา)

นำเข้าแบรนด์ต่างชาติมา ก็ต้องรู้จักปรับตัวด้วย

BHC Meation Group

สังเกตได้ว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ของ Meation Group นั้นจะเป็นการนำเข้ามากกว่าสร้างแบรนด์ขึ้นมาเอง ซึ่งธนวัฒน์เผยว่า การนำเข้าแบรนด์กับการทำแบรนด์เองก็มีความท้าทายต่างกัน

ธนวัฒน์อธิบายว่า ข้อดีของการนำเข้าแบรนด์ต่างประเทศคือชื่อเสียงที่คนไทยรู้จักในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แถมมีเมนูพร้อม ไม่ต้องคิดใหม่เอง โดยเกณฑ์ในการคัดเลือกแบรนด์ของ Meation Group คือ 1. คาแรกเตอร์ชัดเจน 2. สินค้าไม่เหมือนใคร และ 3. ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในไทย

ทั้งนี้ ธนวัฒน์มองว่า การนำเข้าแบรนด์ต้องรักษารสชาติและมาตรฐานการบริการให้อยู่ในระดับเดียวกับประเทศต้นทางด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ ‘Localize’ หรือปรับธุรกิจให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย เช่น 

  • Saemaeul Sikdang ที่มีพนักงานมาปิ้งให้ตั้งแต่ต้นจนจบ เนื่องจากคนไทยชอบบริการที่ครบเบ็ดเสร็จ ต่างจากเกาหลีใต้ ที่พนักงานอาจเดินมาช่วยย่างเป็นครั้งคราวเท่านั้น
  • BHC Chicken ของไทยมีขนาดร้านเล็กกว่าเกาหลีใต้ เนื่องจากที่เกาหลี คนนิยมมาสังสรรค์แล้วทานไก่ทอดคู่กับเบียร์ แต่คนไทยชอบสั่งเดลิเวอรีมากกว่า และไม่นิยมทานแอลกอฮอล์ในห้างสรรพสินค้าด้วย

“สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการดูว่า สินค้านั้นจะเข้ามาเติบโตในประเทศไทยได้จริงหรือไม่ และแบรนด์เหล่านั้นสามารถเปิดและพร้อมเดินไปกับเราในการ localize มากน้อยแค่ไหน” ธนวัฒน์กล่าว 

“บางแบรนด์เข้ามาในประเทศไทย แต่ถ้าบริษัทแม่เคร่งมาก ไม่สามารถให้เราปรับตัวอะไรได้เลย ก็จะมีปัญหาตรงที่ว่า ไม่สามารถเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยได้”

ตั้งเป้ารายได้ 1,200 ล้าน อยากเป็นบริษัทที่มอบประสบการณ์อาหารนานาชาติให้คนไทย

Meation Group
TruffleBakery, Tonkatsu Hajime และ Tsujihan สามแบรนด์ใหม่ในเครือ Meation Group

จากแผนการขยายสาขาและเปิดแบรนด์ใหม่ Meation Group ตั้งเป้าว่าในปี 2026 จะสามารถทำรายได้ถึง 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ที่ 990 ล้านบาท ราวๆ 21%

แม้เศรษฐกิจปัจจุบันจะไม่สู้ดีเท่าไร แต่ธนวัฒน์เชื่อว่า ร้านอาหารเป็นสิ่งที่ลูกค้ายอมจ่าย ถ้าส่งมอบคุณภาพกับประสบการณ์ที่ดี และคุ้มค่ากับราคา

ในมุมมองของธนวัฒน์ หากแบรนด์ไหนสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า สิ่งที่จ่ายไปกับสิ่งที่ได้รับ มันสอดคล้องกัน ธุรกิจนั้นจะไม่เป็นแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ Meation Group ต้องการ

นอกจากนี้ ในอนาคต Meation Group จะไม่หยุดอยู่ที่การนำเข้าแบรนด์เกาหลีหรือญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะทางบริษัทต้องการเป็น ‘International Dining Brands’ เพื่อให้คนไทยได้ทานแบรนด์ระดับโลกจากนานาประเทศในหลายๆ หมวดยิ่งขึ้น

“เราจะมุ่งมั่นในการนำแบรนด์เข้ามา นอกจากการนำเข้ามาเปิดเป็นสาขาแรกแล้ว เราจะสร้างรากฐานและทำให้แบรนด์ที่เราเลือกเข้ามาสามารถขยายได้อย่างยั่งยืน สร้างความเติบโตไม่เพียงเฉพาะจำนวนแบรนด์เท่านั้น เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จำนวนแบรนด์ ผมคิดว่า ความสำเร็จในอนาคต 3-5 ปี คือการบริหารแบรนด์เหล่านั้นอย่างไรให้อยู่รอด ประสบความสำเร็จ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย” 

จากกรณีศึกษาของ Meation Group ทำให้เห็นว่า แม้จะเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในต่างประเทศขนาดไหน หากอยากขยายเข้ามาในไทย ก็ต้องรู้จักปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยด้วย มิเช่นนั้น อาจกลายเป็นแค่หนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารที่ดังชั่วข้ามคืน แล้วดับไปในที่สุด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา