มีคาว แล้วจะไม่มีหวานได้ไง?

หลังจากทำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมมานานหลายปี วันนี้ ‘Maguro Group’ ได้ประกาศเดินหน้ารุกตลาดกลุ่ม Snack and Dessert ผ่านการนำแบรนด์ ‘Age.3’ (อาเกะซัง) มาเปิดในไทยอย่างเป็นทางการ
Age.3 เป็นร้านแซนด์วิชทอดชื่อดังจากโตเกียว ที่ผู้บริโภคยอมไปต่อคิวยาวหลายชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีสาขาใน 5 ประเทศทั่วโลกได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ล่าสุด ประเทศไทยก็จะมี Age.3 เป็นของตนเองแล้ว โดยพร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2026 ที่ชั้น G Dusit Central Park
ผู้บุกเบิกแซนด์วิชทอด ที่มีเทคนิคการทำไม่เหมือนใคร

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย Age.3 เป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดใน ‘กินซ่า’ ย่านยอดนิยมของโตเกียว โดยมาจากคำว่า ‘Ageru’ ที่แปลว่าทอดในภาษาญี่ปุ่น รวมกับคำย่อของแซนด์วิชอย่าง ‘Sand’ ซึ่งพ้องกับเสียงของเลข 3
Age.3 ยังเป็นผู้บุกเบิกตลาดแซนด์วิชทอด จนเรียกว่าเป็นต้นแบบเลยก็ว่าได้ ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากร้านอื่นคือ เทคนิคการทอดขนมปังสูตรพิเศษ ที่ต้องอาศัยอุณหภูมิและเวลาที่แม่นยำ ทำให้เกิดเป็นเนื้อสัมผัสสีเหลืองทองกรอบบางทั่วชิ้นแบบไม่อมน้ำมัน
ในส่วนของไส้วิปครีม Age.3 เลือกใช้นวัตกรรมเพื่อสุขภาพอย่าง ‘Lakanto’ ซึ่งเป็นสารให้ความหวานธรรมชาติจากหล่อฮังก๊วยแทนน้ำตาลทราย ทำให้เกิดเป็นวัตถุดิบที่ให้ความหวานแบบไม่มีแคลอรี แถมยังนำไปแช่เย็นจัด จนเกิดเป็นเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน
Maguro Group เผยว่า Age.3 ไม่ใช่แค่ของหวาน แต่ยังสามารถตอบโจทย์ทั้งมื้อเช้า มื้อบ่าย และมื้อทานเล่นได้อย่างลงตัว ผ่านเมนูกว่า 30 รายการ อาทิ
- ไส้ Banana Brûlée
- ไส้ Matcha & Pistachio
- ไส้สลัดไข่
- ไส้ Beef Short Rib Yakiniku
- ไส้ยากิโซบะ
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการรุกตลาดของหวานของ Maguro Group

การนำ Age.3 มาเปิดที่ไทยครั้งนี้ ‘จักรกฤติ สายสมบูรณ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Maguro Group มองว่า เป็นหมากเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทเห็นถึงโอกาสของธุรกิจขนมหวานและอาหารว่างอย่างชัดเจน
Maguro Group เชื่อว่า ตลาดนี้มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความแปลกใหม่ รวมถึงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ถี่ขึ้นด้วย
ทั้งนี้ จักรกฤติมองว่า ตลาดขนมหวานและอาหารว่างในไทยยังขาดแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องแซนด์วิชทอด จึงตัดสินใจนำ Age.3 เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมขยายโอกาสในการรับประทาน โดยจะรุกกลุ่ม Accessible Premium ในราคา 80 – 200 บาทต่อชิ้น
Age.3 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดของหวานและอาหารว่างเท่านั้น เพราะ Maguro Group ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับธุรกิจอื่นๆ ในตลาดนี้มานานแล้ว
“Age.3 เป็นแบรนด์แรกที่เราเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกลุ่มนี้ แต่ไม่ใช่แบรนด์สุดท้าย ปัจจุบัน เรามีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเจรจาเพิ่มเติมอีกหลายแบรนด์ และคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนของโครงการใหม่ๆ ภายในช่วงปี 2026-2027” จักรกฤติกล่าว
ในปี 2026 Maguro Group ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และหวังว่า Age.3 จะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 12 แบรนด์ พร้อมร้านอาหารในเครือถึง 54 สาขา
ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่อยากลอง Age.3 ซึ่งในอนาคต Maguro Group จะขยายแบรนด์นี้ไปที่ไหนอีกบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป
- คอนเฟิร์มแล้ว! Maguro Group พา Kaiten Sushi Ginza Onodera เปิด ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ กลางปีนี้
- Maguro Group เตรียมเปิดตัว KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กคิวยาวจากฟูกูโอกะ 4 กันยา นี้ ที่ เซ็นทรัล พาร์ค
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา