LINE TV ผนึก TV Thunder ปั้นออริจินัล คอนเทนต์ด้วย AR

LINE TV เดินหน้าเติมพันธมิตรในการผลิตคอนเทนต์ ล่าสุดจับมือกับ TV Thunder ในการผลิต Original Content ทั้งรายการวาไรตี้ และซีรีส์ ไฮไลท์อยู่ที่นำเทคโนโลยี AR มาใช้ในการถ่ายรายการเป็นครั้งแรกในเอเชีย

เอา AR มาใช้ครั้งแรก

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้เห็นการเคลื่อนไหวของ LINE TV อย่างหนักหน่วงมาก มีการเดินหน้าจับมือคว้าพันธมิตรมาเติมคอนเทนต์ต่อเนื่องแบบถี่ยิบ เพราะด้วย LINE TV เองได้วางจุดยืนเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ด้วยเอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์จากทางพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่ User Generated Content เหมือนกับ YouTube ที่มีคอนเทนต์จากคนทั่วไปคอยป้อนตลอด

LINE TV จึงสร้างจุดเด่นของด้วยเองด้วย Original Content และจับมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ ในการป้อนคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงแค่ช่องทางเดียว ในปีนี้ LINE TV ได้จับมือกับ TV Thunder แบบจัดหนัก เตรียมผลิต 4 รายการ ได้แก่ Together With Me The Next Chapter, Take Guy Out Thailand ซีซั่นที่ 3, Ghost Town เกมซ่อนผี และ Dance Dance Dance Thailand

โดยในปี 2016 ทั้งคู่เคยร่วมสร้างรายการ Take Guy Out Thailand รวม 2 ซีซั่นมากแล้ว ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มียอดวิวรวมมากกว่า 105 ล้านวิว และในปี 2017 ก็ได้สร้าง Together With Me The Series เป็นการนำนำนิยายออนไลน์ชื่อดังมาสร้างเป็นซีรีส์ จนมีฐานแฟนคลับจำนวนกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

พิรัฐ เย็นสุดใจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาการลงทุน TV Thunder เปิดเผยว่า

“ทาง ทีวี ธันเดอร์ได้เห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการเติบโตของอุตสหกรรมดิจิตอล ซึ่งใน 3 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้ออนไลน์ของเราเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงกว่า 120% มีผู้ชมคอนเทนต์ผ่านทุกช่องทางออนไลน์มากกว่า 800 ล้านวิว ในปีนี้คาดว่าจะมีตัวเลขเติบโตสูงขึ้นกว่า 30% และพร้อมจะผลิตคอนเทนต์สำหรับผู้ชมในทุกช่องทาง”

ซึ่งรายการใหญ่ของปีนี้ก็คือ Dance Dance Dance Thailand ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากบริษัท Talpa ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีไฮไลท์ที่ได้ร่วมกับบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศนำเอาเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Augmented Reality) เข้ามาใช้ถ่ายทำในรายการเป็นครั้งแรกของเอเชีย เป็นเทคโนโลยีเดียวกับการถ่ายทอดสดระดับโลกอย่าง การประกาศรางวัลออสการ์ การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีค

โดยเทคโนโลยีนี้จะสามารถจำลองสถานที่หรือฉากต่างๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรายการได้อย่างเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับแบรนด์ต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมและปรากฏอยู่บนรายการ มากกว่าแค่โลโก้ทั่วไป แต่เป็นการสร้างแบรนด์ให้ปรากฏโดยใช้เทคโนโลยี งบลงทุนในครั้งนี้เรียกว่าเทียบเท่ากับรายการ Primetime ในช่องฟรีทีวีได้เลย

สรุป

การร่วมมือกันครั้งนี้ยังเป้นการช่วยกันขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้นด้วย TV Thunder ก็ได้เพิ่มผู้ชมทางด้านออนไลน์ ส่วนทาง LINE TV อาศัยฐานจากผู้ติดตามคอนเทนต์ของ TV Thunder ด้วย โดยการนำ AR เข้ามาก็ยิ่งช่วยเพิ่มมิติในการหารายได้เข้าแพลตฟอร์มได้อีก

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Ratinun Chaiwiboolvech | Content Editor | Marketing | Retail | Media | Liverpool ratinun.tk@gmail.com