บล. กสิกรไทย คาดยกเลิก LTF หลังจากมีกองทุนทดแทนแล้ว มองหุ้นไทยรีบาวด์ได้

นักวิเคราะห์จาก บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด มีมุมมองถึงเรื่อง LTF ถ้าหากทางกระทรวงการคลังยกเลิก แต่ท้ายที่สุดแล้วคาดว่าจะมีกองทุนใหม่ทดแทน ส่วนทางด้านหุ้นไทยคาดว่าจะกลับมารีบาวด์ได้ และรวมไปถึงเดือนหน้าที่ประเด็นหลายๆ เรื่องดูคลี่คลายลง

ภาพจาก Shutterstock

ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงเรื่อง LTF ที่กำลังจะหมดอายุสิทธิทางภาษีในปลายปี 2562 โดยมีมุมมองว่าเหตุผลหลักคือเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล ซึ่งถ้าหากยกเลิกแล้วรัฐจะมีรายได้ทันที 10,000 ล้านบาท / ปี และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมลง แต่อย่างไรก็ดี สภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เตรียมที่จะเสนอกองทุนใหม่ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีน้อยลงกว่าเดิม

LTF ใหญ่กว่า 3.8 แสนล้าน

ปัจจุบันมูลค่าของ LTF อยู่ที่ 380,000 ล้านบาท ถ้าหากยกเลิก LTF ไปเลยจะทำให้เม็ดเงินหายไปจากตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 60,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้เม็ดเงินไหลเข้า LTF ไปแล้วประมาณ 26,000 ล้านบาท คาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายจะมีเม็ดเงินไหลเข้าอีกประมาณไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

ประกิต ยังมองว่า ประเด็นการยกเลิก LTF นั้นจะมีก็ต่อเมื่อมีกองทุนใหม่เข้ามาทดแทน LTF แล้ว คาดว่าเงื่อนไขของกองทุนใหม่จะต้องมีสิทธิการถือครองบางอย่าง เช่น การถือครองที่ยาวขึ้น เพื่อสิทธิทางภาษีที่มากขึ้น สามารถให้ประชาชนทั่วไปลงทุนได้มากขึ้นจากเงินลงทุนขั้นต่ำที่ลดลง เป็นต้น

ภาพจาก Shutterstock

ถ้าไม่มี LTF เม็ดเงินไหลออกมหาศาล

ประกิต ยังได้เสริมอีกว่าถ้าหากไม่มีกองทุนทดแทน LTF ก็จะเกิดเหตุการณ์เม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นไทยมหาศาล โดยปี 2562 เงินไหลออก 140,000 ล้านบาท ปี 2563-2564 ไหลออกประมาณ 150,000 ล้านบาท และก้อนสุดท้ายที่จะไหลออกในปี 2567-68 อีกประมาณ 90,000 ล้านบาท

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วคาดว่าน่าจะมีกองทุนใหม่ออกมาทดแทน LTF เพราะว่าไม่งั้นแล้วจะกลายเป็นว่าไม่มีเม็ดเงินเข้ามาพยุงตลาดหุ้นไทย

ภาพจาก Shutterstock

SET กลับไปเกิน 1,680 อีกครั้ง

สำหรับมุมมองของหุ้นไทย ประกิต คาดว่าปลายสัปดาห์นี้ SET Index จะเกิด Technical Rebound กลับไปเกิน 1,680 อีกครั้ง ส่วนพอร์ตการลงทุน บล. กสิกรไทย ยังไม่รีบให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้น ซึ่งปัจจุบันให้ถือหุ้น 60% เงินสด 40% โดย บล. กสิกรไทย ขอให้ดูสถานการณ์ปลายๆ ที่มีสัญญาณที่ดีก่อนจะตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง

ภาพรวมสำหรับเดือนหน้านั้นคาดว่าปัจจัยหลายๆ เรื่องจะคลี่คลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นต่างๆ เช่น

  • เงินเฟ้อมีแนวโน้มบรรเทามากขึ้น
  • มองว่าซาอุน่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
  • ประธานธนาคารกลางสหรัฐมีท่าทีคลี่คลายลง หลังจากประกาศว่าจะขึ้นดอกเบี้ยตลอด ทำให้ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังโดนประธานาธิบดีทรัมป์โจมตีในเรื่องนี้ด้วย
  • สงครามทางการค้าสหรัฐ-จีน น่าจะมีข้อคลี่คลายมากขึ้น
  • ต่างชาติขายหุ้นไทยลดลง โดยในปีนี้ต่างชาติขายหุ้นไทยไปแล้วกว่า 250,000 ล้านบาท
  • ยังมีแรงซื้อหนุนจาก LTF และรวมไปถึง RMF

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ บล. กสิกรไทย แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนคือ ธนาคาร อสังหา สื่อสาร ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ