Home Article News บ้านมือสองในญี่ปุ่นซื้อขายไม่คล่อง เพราะประเมินกันไม่ได้ เลยส่ง AI มาช่วยจัดการด้วย Big Data

บ้านมือสองในญี่ปุ่นซื้อขายไม่คล่อง เพราะประเมินกันไม่ได้ เลยส่ง AI มาช่วยจัดการด้วย Big Data

ในวงการอสังหาฯ ญี่ปุ่น ประสบปัญหากับ “บ้านมือสอง” มาสักพัก เนื่องจากคนขายไม่กล้าขาย คนซื้อก็ไม่กล้าซื้อ เพราะไม่รู้ราคาจริง ประเมินกันไม่ถูก ช่วงหลังมานี้เลยเกิดบริษัท Retech กันมากขึ้น เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์

Photo: Pixabay

AI ช่วยประเมินราคาบ้านมือสองในญี่ปุ่น

คล้ายๆ กับในหลายวงการที่ต้องเอาเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ในวงการอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น มีหนึ่งปัญหาหนึ่งที่ค้างคามานาน นั่นคือ “การประเมินราคาบ้านมือสอง” นับเป็นตัวเลขก็ประมาณ 8.2 ล้านยูนิต หรือสูงกว่า 10% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในญี่ปุ่น และยังคาดว่าในปี 2030 ตัวเลขบ้านมือสองจะสูงขึ้นไปถึง 30% เลยด้วยซ้ำ

ประเด็นคือ บ้านมือสองเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่คนไม่กล้าซื้อ ไม่กล้าขายกันอย่างเต็มที่ เพราะประเมินราคากันไม่ได้

ในวงการที่เรียกกันว่า Retech หรือ real estate technology คือการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นจึงเกิดบริษัทขึ้นมากว่า 50 – 60 แห่งในช่วงนี้ หลักๆ ก็เพื่อมาแก้ปัญหาในจุดนี้ ด้วยการใช้ AI เก็บ Big Data เพื่อช่วยประเมินราคาบ้านมือสองทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้แม่นยำมากขึ้น

Photo: Pixabay

Collabit เป็นหนึ่งใน Retech ที่นำโดย Tsuyoshi Asami ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ที่เริ่มต้นสร้างแพลตฟอร์มประเมินราคาบ้านมือสองจากความหงุดหงิดส่วนตัว

เรื่องมีอยู่ว่า 5 ปีที่แล้ว Asami ต้องการขายบ้านในย่านชานเมืองของ Yokohama เพื่อย้ายตามบริษัทไปทำงานในโตเกียว แต่เขาไม่กล้าขาย เพราะไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ ตั้งแต่วันนั้นมาเขาเลยเริ่มศึกษาและสร้างวิธีประเมินราคาบ้านมือสอง โดยเริ่มจากใช้ AI เก็บข้อมูลการทำธุรกรรม ซื้อขายบ้านในบริเวณใกล้เคียง ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เพราะจากการประเมินราคาบ้านด้วย AI ตัวนี้แล้ว ราคาบ้านที่เขาจะขายจริงสูงกว่าที่เขาคาดไว้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เขาเรียกโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาใช้งานในตอนแรกว่า Chome

นอกจากนั้นยังมี Retech อีกหลายราย เช่น Renoveru ที่มุ่งเน้นในการช่วยผู้บริโภคติดต่อซื้อขายห้องว่างมือสองเก่าๆ เช่น สร้างมาได้ 20 ปีแล้ว ตามคอนโดต่างๆ ในญี่ปุ่น ธุรกิจถือว่าไปได้ดี เพราะการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารทำผ่านสื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์ต่างๆ อย่างหลากหลาย

Tomohiro Yamashita ประธานของ Renoveru พูดถึงธุรกิจของตัวเองว่า “เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับของมือสอง” แล้วเอาเข้าจริง ต้องนับว่าเป็นการเพิ่มความโปร่งใสในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย เพราะการเปิดราคาที่ผ่านการประเมินอย่างหลากหลาย นอกจากจะเป็นผลดีต่อการซื้อขายแล้ว ยังจะทำให้การผูกขาดราคาในวงการนี้เกิดขึ้นได้ยากขึ้นตามไปด้วย

ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะทั้ง Collabit และ Renoveru ต่างก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาในช่วยทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นดูมีความหวังขึ้น หลังจากมีแนวโน้มลดลงมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา

สำหรับในไทยเองก็มีบริษัทสตาร์ทอัพแนวนี้ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานชื่อว่า Baania ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา