แคตตาล็อคฟรีของ Ikea คือสุดยอดกลยุทธ์การจูงใจ แถมปีนี้ยังมียอดพิมพ์เท่า Harry Potter และ Bible

ถ้าให้นึกถึงหนังสือประเภทที่มียอดพิมพ์สูงๆ และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ก็คงไม่พ้นคำภีร์ของศาสนาต่างๆ และนิยายเยาวชน แต่รู้หรือไม่ว่าแคตตาล็อค Ikea ก็ติดหนึ่งในนั้นด้วย ผ่านยอดพิมพ์กว่า 203 ล้านเล่ม

ภาพจาก Ikea

แผนการตลาดที่แข็งแกร่ง กับยอดพิมพ์ 203 ล้านเล่ม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คำภีร์ศาสนาทั้งไบเบิล และอัลกุรอาน ต่างก็เป็นหนังสือที่มียอดพิมพ์จำนวนมาก และกระจายไปทุกภาษาทั่วโลก เช่นกันกับนิยายเยาวชน Harry Potter ก็พิมพ์ และกระจายในลักษณะเดียวกัน แต่ถ้าทั้งสองประเภทนี้ติดกลุ่มหนังสือที่ได้รับความนิยม ดังนั้นแคตตาล็อค Ikea ที่มียอดพิมพ์ปีนี้ถึง 203 ล้านเล่มก็ต้องติดด้วย

อ่านไม่ผิดแน่ๆ เพราะตั้งแต่ปี 2494 หรือ 66 ปีมาแล้วที่ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนตีพิมพ์แคตตาล็อคประจำปีออกมา และมันก็ต่อเนื่องมาทุกปี จนเล่มปี 2560 ที่มี 374 หน้า จะเริ่มกระจายไปตามครัวเรือน 72 ประเทศที่ทำตลาดอยู่ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. เป็นต้นไป และยอดพิมพ์ 203 ล้านเล่ม ก็เทียบเท่าคำภีร์ศาสนา และ Harry Potter

สำหรับเหตุผลหลักของ Ikea ที่ตีพิมพ์แคตตาล็อคมากขนาดนี้ เพราะต้องการทำความเข้าใจพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภค โดยในแต่ละประเทศจะมีทีมวิจัยความต้องการโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของครัวเรือน, วัฒนธรรม และพฤติกรรมในประเทศนั้นๆ เพื่อทำตลาดได้ตรงใจ และสร้างยอดขายได้มากที่สุด

แม้จะอิงผู้บริโภคสุดๆ แต่บางเรื่องก็เกินไป

ตัวอย่างเช่นหน้าที่แสดงห้องตัวอย่างของแคตตาล็อคที่แจกในประเทศจีนจะจำลองห้องให้มีขนาดเล็กกว่าเล่มที่แจกในสหรัฐอเมริกา เพราะผู้บริโภคที่จีนมีความต้องการซื้อที่พักอาศัยเล็กๆ และมีราคาถูกมากกว่า และยยิ่ง Ikea ชูเรื่องสินค้าราคาสมเหตุผลด้วยแล้ว การจริงจังกับเรื่องนี้จึงจำเป็น

ในทางกลับกัน การอิงผู้บริโภคนั้นบางเรื่องก็สุดโต่งจนเกินไป เช่นแคตตาล็อคที่แจกในประเทศซาอุดิอาราเบีย รวมถึงในอิสราเอล ก็จะไม่มีผู้หญิงอยู่ในเล่มเลย เพราะโดนตัดแต่งภาพที่มีผู้หญิงออกไปทั้งหมด เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้ชายที่อยู่บ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ Ikea ในบ้านเป็นอย่างไร รับกับผู้ตัดสินใจหลักคือผู้ชายในทั้งสองประเทศ

สรุป

การเดินหน้าใช้กลยุทธ์แจกแคตตาล็อคฟรีนั้นช่วยให้ผู้บริโภครับรู้ถึงตัวสินค้า และทางแบรนด์ก็น่าจะจูงใจให้มาซื้อได้อย่างตรงจุด แต่การอิงผู้บริโภคสุดโต่งไปอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ก็อาจแสดงถึงความเอนเอียงทางเพศ ที่อาจจะส่งผลต่อแบรนด์ในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา