แป้กมั้ย? หลัง IHOP เปลี่ยนชื่อเป็น IHOb แต่ลูกค้าไม่ได้เยอะขึ้นแต่อย่างใด

หลังจากการที่แบรนด์ร้านแพนเค้กชื่อดัง IHOP ทำการรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อเป็น IHOb เพื่อเน้นเมนูเบอร์เกอร์เมื่อไม่นานมานี้ แต่ผลลัพธ์กลับไม่สวยอย่างที่คิด มียอดทราฟิกเพิ่มขึ้นไม่มาก

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวฮือฮาถึงเชนร้านแพนเค้กชื่อดังอย่าง IHOP (International House of Pancakes) ได้ทำการรีแบรนด์ใหม่โดยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์ที่ทำตลาดมากว่า 60 ปี เป็น IHOb หรือ International House of Burgers แต่ทางแบรนด์ได้ออกมาเผยว่าจริงๆ เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อชั่วคราวเพื่อต้องการโปรโมทเมนูเบอร์เกอร์ตัวใหม่เท่านั้น

หลังจากที่มีข่าวเรื่องการเปลี่ยนชื่อ IHOb ก็โดนแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหลายแบรนด์กระหน่ำรับน้องกันเต็มที่ มีการแซวถึงประเด็นนี้มากมาย ทั้ง Burger King ได้แซวพร้อมกับเปลี่ยนชื่อว่าเป็น Pancake King และแบรนด์อื่นๆ อย่าง Wendy’s, Whataburger, White Castle, MoonPie และ A&W ต่างจับกระแสทำคอนเทนต์ออนไลน์อย่างเต็มที่

กระแสนี้อาจจะทำให้ IHOb เป็นที่สนใจมากขึ้น มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ แต่ประเด็นสำคัญมากที่สุดคือ แคมเปญนี้ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์อาจจะไม่สวยอย่างที่คิด มีข้อมูลจาก Foursquare เผยว่าการตลาดในครั้งนี้ไม่ได้นำพาให้ลูกค้าเข้าร้านเท่าที่ควร

Foursquare พบว่าโดยรวมแล้วที่ทราฟิกคนเข้าร้าน IHOb ค่อนข้างนิ่งๆ มีลูกค้าผู้ชายเข้าร้านเพิ่มึข้นเพียง 4.6% ในช่วงเวลาหลังจากที่มีการประกาศเปลี่ยนชื่อ ในขณะที่ลูกค้าผู้หญิงเข้าร้านลดลงถึง 2.2% เป็นการวัดผลจากการเข้าร้านโดยแอพพลิเคชั่น รวมถึงแอปของพาร์ทเนอร์ด้วย

ผู้บริหารของ Foursquare บอกว่า เป็นทิศทางของร้าน QSR ที่ต้องการกระตุ้นผู้บริโภคให้เข้าร้านมากขึ้นในช่วงที่ไม่ใช่เวลาไพร์มไทม์ ก่อนหน้านี้ได้เคยเห็นเวลา McDonald’s และ Taco Bell ได้เปิดเมนูอาหารเช้าที่มีตลอดทั้งวัน ก็ได้ผลตอบรับดี

แต่กับกรณีของ IHOb พบว่าไม่ได้กระตุ้นให้มีทราฟิกเพิ่มขึ้นขนาดนั้น กลายเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องกลับไปทำการบ้าน และให้ความสำคัญมากกว่านี้

อย่างไรก็ตามตัวแทนจาก IHOb ได้ออกมาตอบโต้การข้อมูลดังกล่าวของ Foursquare ว่าข้อมูลนี้ไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ของร้านอย่างสมบูรณ์ โดยรวมแล้วรู้สึกพอใจกับการดำเนินงาน และให้ผลตอบรับที่ดีกับเมนู Steakburgers

Source

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา