Seniority ไม่ใช่ปัญหา เมื่อ Limitless Opportunities สามารถถึง และพัฒนา Gen Y คุณภาพให้ ThaiBev ได้

หลังจากทราบ Vision 2020 และกลยุทธ์การทำตลาดโซดา Rock Mountain กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงตอนนี้สุดท้ายของซีรีส์ ThaiBev ที่เกี่ยวกับการบริหารคนภายใต้องค์กรเก่าแก่, มีบุคลากรกว่า 40,000 คน และกำลังจะควบรวมกับ F&N ที่เป็นองค์กรสิงคโปร์เสร็จสิ้นในต้นปีหน้า ว่า ThaiBev ต้องปรับอะไรบ้างถึงได้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ภาพ pixabay.com
ภาพ pixabay.com

Limitless Opportunities คือแกนในการสร้างคน

เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล ThaiBev เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ Generation Y กลายเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนองค์กร เพราะกลุ่ม Generation X และ Baby Boomer กลายเป็นระดับบริหารกันทั้งหมด ดังนั้นการจะดึง และพัฒนา Generation Y ไว้กับบริษัทจึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งตอนนี้ทางกลุ่มทรัพยากรบุคคลได้ใช้กลยุทธ์ Limitless Opportunities หรือโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด เพราะความท้าทาย และการเติบโตอย่างรวดเร็วคือเรื่องที่ตอบโจทย์ Generation Y ได้ นอกจากนี้วิสัยทัศน์ของผู้บริหารก็เป็นอีกส่วนที่ Generation Y ตัดสินใจร่วมงานกับบริษัทด้วย

“คำว่า Limitless Opportunities กลายเป็นคำตอบหลักเมื่อทีมสัมภาษณ์ถามว่าทำไมถึงมาร่วมงานกับ ThaiBev เพราะความท้าทาย แต่ก็มั่นคง และยั่งยืน ยังเป็นแกนหลักในการตัดสินใจเข้าร่วมงานของ Generation Y จนตอนนี้บริษัทมีบุคลากรกลุ่มนี้อยู่ถึง 45% รองลงมาเป็น Baby Boomer 40% และที่เหลือเป็น Generation X ซึ่งจุดนี้เองทำให้บริษัทค่อนข้างมีความ Seniority สูง แต่เมื่อพิสูจน์แล้ว มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่ Generation Y จะทำงานไม่ได้ เพราะเราสื่อสารไปให้เขารู้ว่าการทำงานกับผู้ใหญ่เป็นอย่างไร และการให้เกียรติผู้อื่นก่อน คนอื่นก็จะให้เกียรติเราด้วย ทำให้ Generation Y ของบริษัทมีความนอบน้อม”

hr
เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล ThaiBev

Spring Steam, River หรือ Ocean คุณเลือกได้

ขณะเดียวกัน ThaiBev ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะเป็น Spring Stream หรือน้ำผุด ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย, River หรือแม่น้ำ ที่เริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กร และอาจจะเป็น Ocean หรือมหาสมุทร ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ผ่านแนวคิดแบบใหม่ ซึ่งในแต่ละระดับก็จะมีโครงการอบรมของตนเอง ผ่านงบประมาณหลัก 100 ล้านบาท/ปี และโครงการเหล่านี้ก็ผลิตผู้นำรุ่นใหม่ให้กับ ThaiBev จำนวนมาก โดยกลุ่มนี้ก็มีโอกาสทำงานทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อสร้างอาณาจักรของบริษัทให้กลายเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะในเรื่อง Marketing ที่ ThaiBev ค่อนข้างเก่ง ประกอบกับการให้ความชัดเจนเรื่องงานของแต่ละฝ่าย ทำให้คนรุ่นใหม่ก็อยากมาร่วมงานกับบริษัท แต่ถึงจะให้ความสำคัญกับ Generation Y บริษัทก็ไม่ได้ลดบทบาทของ Generation X และ Baby Boomer แต่อย่างใด เพราะทั้งสองกลุ่มต่างเคยเป็นกำลังหลักของบริษัท และมีประสบการณ์ในเรื่องธุรกิจอย่างโชกโชน แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขาสามารถทำงานร่วมกับ Generation Y ได้ บริษัทจึงมีการอบรมเรื่องภาวะผู้นำ และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับ Generation Y อย่างต่อเนื่อง

สรุป

ThaiBev ถือเป็นองค์กรเก่าแก่ เดินเกมผ่านคนรุ่น Baby Boomer มานาน ถึงยุคนี้ Generation Y ก็มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัท แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้ดี จนทั้งสองกลุ่มช่วยกันขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมี Market Cap กว่า 1.4 แสนล้านบาท ดังนั้นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาธุรกิจเต็มที่ พร้อมกับสอนเรื่องความให้เกียรติผู้ใหญ่ ยังเป็นแนวคิดที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อีกไกล

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา