กว่าจะมาเป็น Hotpot Man หมาล่าพันคิวของพ่อเจ-แม่ยุ้ย จากเคยเจ๊งไป 1 สาขา สู่วันที่กระแสหมาล่าซา แต่คนยังแน่น

ท่ามกลางกระแส ‘หมาล่า’ ที่เริ่มซา มันจะมีอยู่เจ้าหนึ่งที่ต่อให้ไปสาขาไหน คิวก็ยังย้าวยาวววว แต่คนก็ยังรออยู่ดี

hotpot man

‘Hotpot Man’ คือร้านหมาล่าบุฟเฟต์ที่เปิดตัวในปี 2017 จากความฝันของ ‘เจ’ หนุ่มชาวจีนที่อยากทำมาหากินสุจริตเพื่อเลี้ยงครอบครัวในไทย โดยเขาและ ‘ยุ้ย’ ผู้เป็นภรรยา ลงทุนทุ่มเงินเก็บกว่า 1 ล้านบาทในการเปิดสาขาแรก จนกลายเป็น ‘พ่อเจ’ กับ ‘แม่ยุ้ย’ ของชาว TikTok

‘แม่ยุ้ย’ เล่าว่า ในตอนนั้นหมาล่ายังไม่เป็นที่นิยมในไทยเลย เรียกได้ว่าคนไทยแทบไม่รู้จัก ทำให้เป็นช่วงที่ยากมากๆ ในการทำธุรกิจ

แม่ยุ้ยบอกว่า เมื่อ 8-9 ปีก่อน หมาล่าในไทยส่วนใหญ่จะขายในรูปแบบปิ้งย่างเป็นไม้ ซึ่งน้อยมากที่ทำในรูปแบบชาบู ขณะที่แบบบุฟเฟต์ก็แทบไม่มีเลย

“คนไทยไม่เข้าใจกับการจ่ายค่าน้ำซุป ซึ่งหมาล่า พอเรามีต้นทุนน้ำซุปที่แพง เราก็ต้องเก็บค่าน้ำซุป แรกๆ ที่เราเปิดร้าน แทบจะไม่มีลูกค้าคนไทยเลย และทำการตลาดก็ไม่ค่อยเป็น ไม่เป็นที่รู้จักเลยด้วยซ้ำ” แม่ยุ้ยกล่าว

เคยเปิดสาขาแล้วเจ๊ง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

Hotpot Man
ภาพจาก Facebook: Hotpot Man

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จุดพลิกผันที่ทำให้ Hotpot Man เริ่มเป็นที่รู้จัก คือการมาของ ‘Haidilao’ แบรนด์หมาล่าระดับโลกที่มาเปิดสาขาในไทย ส่งผลให้คนไทยเข้าใจเมนูนี้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน Hotpot Man สาขาแรกก็ไปได้ดี เพราะแม่ยุ้ยเคยเล่าลงโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ณ ตอนนั้น ลูกค้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเพิ่มจำนวนโต๊ะหน้าร้าน ส่งผลให้พวกเขาตัดสินใจเปิดสาขา 2 ในปี 2019 ด้วยเงินลงทุนอีกล้านกว่าบาทเช่นเคย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะหลังจากเปิดสาขา 2 เพียงสองเดือน โควิดดันระบาดหนัก ทำให้สาขานี้ต้องปิดตัวลง

แน่นอนว่า แม่ยุ้ยและพ่อเจไม่ยอมแพ้ พวกเขาจึงเริ่มขาย Hotpot Man แบบเดลิเวอรีเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์โรคระบาด 

นอกจากนั้น แม่ยุ้ยเผยว่า ยังมีคอมมูนิตี้ใน Facebook ที่ชื่อว่า ‘สมาคมคนรักหม่าล่าแห่งประเทศไทย’ ซึ่งมีสมาชิกหลายคนเข้ามารีวิวร้าน Hotpot Man จนกลายเป็นคำแนะนำแบบปากต่อปาก ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น

หลังจากนั้นมา Hotpot Man ก็เริ่มเป็นที่รู้จักเรื่อยๆ โดยแม่ยุ้ยประเมินว่า น่าจะราวๆ ปี 2022-2023 ที่กระแสหมาล่ามาแรงมาก ทำให้คนเริ่มรู้จักแบรนด์ของเธอจริงๆ

แม่ยุ้ยและพ่อเจจึงเดินหน้าขยายสาขาอีกครั้งตั้งแต่นั้นมา จนปัจจุบัน มีสาขาหน้าร้านถึง 11 แห่ง พร้อมสาขาเดลิเวอรีอีก 4 แห่ง

“สำหรับแม่ยุ้ย แม่ยุ้ยไม่เคยมองว่าหมาล่าเป็นเทรนด์ เพราะเราเปิดมาตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว เราไม่ได้รู้หรอกว่าวันนึงมันจะมีเทรนด์หมาล่า แล้วเราก็ไม่รู้มันจะหายไปเมื่อไร เราแค่ทำหน้าที่ของเราทุกวัน เหมือนเดิมแค่นั้นเอง”

ภาพรวมตลาดตอนนี้ไม่สู้ดี แต่ Hotpot Man อยู่ได้เพราะดวงแข็ง

hotpot man
ภาพจาก Facebook: Hotpot Man

แม่ยุ้ยทราบดีว่า ณ ตอนนี้ ภาพรวมของตลาดหมาล่าในไทยอาจไม่ดีเท่าไร และยิ่งถ้ามามองในภาพของตลาดสุกี้บุฟเฟต์ ยิ่งแข่งกันหนักมาก

แม้ Hotpot Man จะยังมีลูกค้าสนับสนุนมากมาย แต่แม่ยุ้ยยอมรับว่า ในปีนี้ แบรนด์ก็ต้องปรับตัวเยอะเช่นกัน เพราะเจ้าใหญ่หลายรายเริ่มลงมาเล่นในตลาดแล้ว แถมต้นทุนยังสูงขึ้น ทำให้ต้องตรึงราคาไว้ เพื่อไม่ผลักภาระให้ลูกค้า

“แต่ก่อนหมาล่าก็คือร้านหมาล่า ทุกวันนี้ ทุกร้านมีหมาล่า แม้กระทั่งบางร้านไม่ใช่ชาบูด้วยซ้ำ ก็มีหมาล่า เหมือนแบบทุกที่ก็ add หมาล่าเข้าไปแล้ว สำหรับเรา เราก็รู้สึกว่า มันท้าทาย มันก็มีความยากขึ้นมา แต่เราอยู่ในเกมการทำธุรกิจ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคู่แข่ง หรือเป็นไปไม่ได้ที่เราจะสบายชิลล์ๆ ถ้าเราสบายชิลล์ๆ ก็แปลว่า เราอาจจะถอยหลังอยู่ หรืออยู่ที่เดิม”

ถ้าถามว่าแล้ว Hotpot Man ทำอย่างไรถึงยังสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างแข็งแกร่งขนาดนี้? แม่ยุ้ยก็บอกเลยว่า “ดวงแข็งค่ะ” 

แม่ยุ้ยอธิบายว่า Hotpot Man โชคดีที่ลูกค้ารักและสนับสนุน เพราะเอาจริงๆ หมาล่าร้านอื่นก็อร่อยเหมือนกัน แต่พวกเขาบินไปไหว้ขอพรทุกปี เลยอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้านประสบความสำเร็จ

ไม่ใช่แค่นั้น กลยุทธ์ในการเลือกทำเลสาขาของ Hotpot Man ก็มาจาก ‘การดูฮวงจุ้ย’ ว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยต้องมีที่จอดรถและขนาดร้านที่ใหญ่ประมาณ 1,000 ตารางเมตรด้วย เนื่องจากเป็นร้านที่ใช้พื้นที่เยอะ

ขยายสาขา แต่ยังไม่มีแผนขยายแบรนด์

Hotpot Man
ภาพจาก Facebook: Hotpot Man

สำหรับการขยายสาขา แม่ยุ้ยเผยว่า ในปีนี้ จะเปิด 2 สาขาใหม่ที่มีนบุรีกับรังสิต พร้อมสาขาเดลิเวอรีแห่งใหม่ที่สาทร

อย่างไรก็ตาม แม่ยุ้ยกล่าวว่า ไม่มีแผนที่จะขยายแบรนด์ Hotpot Man เลย โดยบอกตรงๆ ว่า ร้านหมาล่าเป็นธุรกิจที่เหนื่อยมาก ความเครียดสูง และต้องบริหารจัดการหลายอย่าง ส่งผลให้อยากโฟกัสในสิ่งที่มีอยู่ให้ดีก่อน

“แม่ยุ้ยคือแม่ค้าธรรมดาคนหนึ่ง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟรนไชส์คืออะไร ระบบแฟรนไชส์คืออะไรบ้าง ถ้าเราไปขาย ก็กลายเป็นว่า เจ๊งไปด้วยกันเลยไหมล่ะ?” แม่ยุ้ยกล่าว 

“ไม่อยากทำอะไรกับหมาล่าแล้ว อยากถูกรางวัลที่ 1 อยากถูกล็อตเตอรีค่ะ”

แม้แม่ยุ้ยจะดูติดตลกขนาดไหน แต่ล่าสุด Hotpot Man ก็เพิ่งคว้ารางวัล ‘ที่สุดของร้าน Dine-in แห่งปี ประเภทร้านบุฟเฟต์’ จาก LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2026 ด้วย ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์อีกครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

Brand Inside มองว่า ความสำเร็จของ Hotpot Man ไม่ได้มาจากกระแสที่มาไวไปไว แต่เป็นจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ของแม่ยุ้ยและพ่อเจที่ไม่ยอมแพ้ต่อความท้าทายใดๆ จนสามารถยืนหยัดในตลาดที่คู่แข่งมากมายมานานขนาดนี้ต่างหาก

บทความหน้า Brand Inside จะมาชวนอ่านความสำเร็จของแบรนด์ไทยเจ้าไหนอีก รอติดตามกันได้เลย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา