รู้จัก “ไวน์บำเรอ” จาก Wine Maker ชาวเยอรมัน ไวน์ของคนรักการทำไวน์ มาตั้งรกรากใหม่ที่เชียงราย

รู้จัก “ไวน์บำเรอ” จาก Wine Maker ชาวเยอรมัน ไวน์ที่แบ่งคนดื่มออกเป็น 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มที่ฟังแค่ชื่อก็ไม่กล้าดื่ม กับกลุ่มที่ฟังชื่อแล้วถูกใจ พร้อมที่เปิดใจดื่มได้ทันที 

เผ่าทอง แข็งขัน หรือกระตั้ว เล่าถึงที่มาของไวน์บำเรอให้ฟังว่า ไวน์บำเรอเริ่มก่อตั้งโดยกระต่าย เล่มเทียน เริธลิ่ง พี่สาวของกระตั้ว และสามีชาวเยอรมัน เควิน เริธลิ่ง ปลุกปั้นไวน์บำเรอ ไวน์รสชาติดีที่มีราคาสัมผัสได้

ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากกระต่าย มีสามีคือเควิน เริธลิ่ง เป็น Wine Maker หรือคนทำไวน์ เป็นชาวเยอรมันที่เรียนจบการทำไวน์มาจากประเทศเยอรมนี จากนั้นก็ไปทำงานที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ก่อนจะมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทย โรงบ่มที่เควินเคยทำงาน มีทั้งที่ Göbel Schleyer Erben เยอรมนี, ที่ Oyster Bay, Marlborough นิวซีแลนด์, ที่ Mcwilliams Hanwood Estate ออสเตรเลีย และ Siam Winery ประเทศไทย

ไวน์บำเรอ
หลังจากที่กระต่ายท้องและคลอดลูกได้สักพัก ก็รู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่โรงงาน ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ จนในที่สุดก็ได้ย้ายไปอยู่บนดอยที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ทั้งสองลาออกงานและมาทำไร่องุ่นกัน จากเดิมที่เริ่มมาที่นี่และช่วยรันธุรกิจให้นักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของไร่องุ่น เจ้าของโรงแรม พอช่วยแล้ว ก็เริ่มอยากทำของตัวเองและเริ่มหาที่ดินและปลูกองุ่น 

ตอนแรกก็ตั้งใจทำไวน์ตั้งแต่ 7-8 ปีก่อน แต่กฎหมายยังไม่เอื้อให้ทำ จึงเปลี่ยนจากองุ่นทำไวน์ มาเป็นองุ่นทานสด ทำเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ในไร่องุ่น ชื่อไร่ Mountain Creek ด้วยความที่ Wine Maker ต้องเรียนทั้งการทำไวน์และเรียนการปลูกองุ่นด้วย จึงเริ่มทำไร่องุ่นของตัวเองขนาด 5 ไร่ ถ้าคนมาอำเภอเชียงแสนจะรู้ว่ามีไร่องุ่น มีร้านกาแฟตรงนี้ แม่สามีกระต่ายทำโฮมเมดเบเกอรี่เก่ง ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องนี้ แต่หลังจากโควิดระบาดก็ทำให้ปิดร้านกาแฟนี้ไป แต่ยังผลิตน้ำองุ่นจากไร่ Mountain Creek ต่อไป

ต่อมา เควินก็ติดตามข่าวตลอดและรู้ว่าเริ่มทำไวน์ได้แล้ว ถ้าเป็นโรงเล็ก ก็เริ่มติดต่อกับสรรพสามิต เริ่มขอคำแนะนำในการทำธุรกิจว่า ทำเป็นโรงเล็ก มีขนาดไม่เกิน 7 แรงม้า คนงานไม่เกิน 7 คน แบบของโรงก็ต้องสร้างตามเขา จึงย้ายมาอีกที่เพื่อสร้างโรงบ่มไวน์และทำไร่องุ่นในพื้นที่ที่กว้างกว่าเดิม หลังจากผลิตไวน์ได้ ผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนรู้จักก่อน รสชาติดี แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการทำตลาดหน่อย แต่พอมีการโปรโมตสุราก้าวไกลที่มีกระแสดีขึ้นก็ทำให้ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด

ไวน์บำเรอเริ่มขายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2023 แรกๆ ขายได้ไม่เยอะ ราว 3-5 ลัง ไม่ถึง 100 ขวด ขายได้ในหมู่คนรู้จักเสียส่วนใหญ่ ก็วิ่งหาเอเย่นตามร้าน เขาก็ไม่รับ เพราะไม่รู้จัก ถึงจะชอบรสชาติแต่เอเย่นก็มองว่าขายยากเพราะไม่มีคนรู้จัก ขายยากจนถึงเดือนมิถุนายน หลังจากที่มีกระแสสุราก้าวไกลได้รับการโปรโมตมากขึ้น จากนั้นก็ขายได้ราว 1,500 ขวดภายใน 2-3 อาทิตย์ ได้เอเย่นมาแบบไม่ได้คาดหมาย พวกเขาติดต่อมาเองเลย 

ไวน์บำเรอ

ไวน์บำเรอต่างจากที่อื่นอย่างไร

หนึ่งเลยคือเรื่องชื่อไวน์บำเรอ เนื่องจากเควินชอบเมืองไทยอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นของไทย พอทำไวน์ ก็ทำให้คนไทย ชื่อก็อยากได้ชื่อภาษาไทย ก็มาคิดเรื่องชื่อ เควินอยากได้คนทำไวน์เป็นคนไทยเหมือนกันเพื่อจะสานต่อ คนที่ร่วมทำไวน์กับเควินคือกระตั้วและชาวอาข่าอีกหนึ่งคนที่มาช่วยทำงานได้ดีมาก ทำไวน์เก่งมาก

เริ่มแรกก็คิดว่าต้องตั้งชื่อแบรนด์ให้ชื่อแปลก ติดหู คนจำได้ เขาจำชื่อเหล้าหมาใจดำได้ เขาชอบและติดหูมาก กระตั้วจึงคิดชื่อนี้มา เควินบอกว่าต้องเป็นไวน์ที่ปรนเปรอความสุข ดื่มแล้วต้องยิ้ม มีความสุข จึงได้ชื่อนี้มา และได้ส่งเรื่องไปสอบถามสรรพสามิตว่าชื่อผ่านไหม ก็ผ่าน ก็ทำให้เมื่อได้ยินชื่อไวน์ จะมีคนสองกลุ่มระหว่างคนที่ฟังชื่อแล้วชอบกับฟังแล้วไม่ชอบเลย 

เดิม ตั้งใจจะตั้งราคาไว้ที่ 300-400 บาท เพื่อไม่ให้คนต้องจ่ายเงินหลักพันก็สามารถได้ไวน์ที่ดื่มง่าย รสชาติดี มีคุณภาพและเอนจอยขณะที่ดื่มได้ คนทั่วไปต้องเข้าถึงได้ เควินบอกว่าที่ยุโรป คุณมีเงินแค่ 200 บาทก็สามารถซื้อไวน์กินได้แล้ว คือซื้อไวน์ได้ราคา 3-5 ยูโรเท่านั้น ทำไมกินไวน์ที่เมืองไทยต้องราคาแพง ตอนนี้ราคาก็เกิน 300-400 บาทจากที่คาดไว้ก็เพราะภาษีแอลกอฮอล์ จึงต้องปรับราคาตามภาษี แต่ก็ไม่ตั้งราคาจนเกินเหตุ ก็เริ่มใจชื้นเมื่อคนใกล้ตัวได้ชิมแล้วบอกว่ารสชาติดี ตอนนี้ราคาปลีกอยู่ที่ 490-550 บาท มีขนาดเดียวคือ 750 ml. 

นอกจากชื่อที่แตกต่างจากคนอื่นแล้ว ก็คือรสชาติ เราสามารถเทียบรสชาติราคาหลักพันได้สบายๆ เลย 

อุปสรรคสำหรับการทำไวน์

ในช่วงที่กระแสแรงๆ และคนติดต่อซื้อเยอะมาก ยังไม่มีเครื่องจักรที่รองรับการสั่งออเดอร์จำนวนมากขนาดนั้น เครื่องปิดฝายังใช้เครื่องปิดมือ อาจจะเจอปัญหาไวน์ซึม แสตมป์เปียก เราก็เคลมให้ลูกค้าให้หลักร้อยขวด มีทั้งขอโทษและให้ส่วนลดจนกระทั่งส่งกลับไปใหม่ แต่ความน่ารักของลูกค้าก็เข้าใจว่าถ้ามันไม่มีผลต่อรสชาติเขาก็เข้าใจและยังกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งการขนส่งก็ยังมีปัญหาเรื่องขวดแตกบ้าง ซึ่งก็ต้องปรับเรื่องการขนส่ง แต่จริงๆ แล้วเราอยากขายให้เอเย่นที่กระจายสินค้าที่ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ในระยะใกล้เคียงลูกค้าได้ สำหรับตอนนี้ปัญหาปิดฝาไม่มีแล้ว เพราะได้ซื้อเครื่องมือเพื่อปิดฝาใหม่และจบปัญหานี้ได้แล้ว 

อนาคตของไวน์บำเรอ

ไวน์บำเรอตามที่แพลนไว้มี 3 สี ไวน์แดงออกตัวแรก ตามด้วยไวน์ขาว และไวน์โรเซ่กำลังหมักบ่มตัวต่อไปจะมีบำเรอสเปเชียล บ่มในถังไม้โอ๊ค บ่มนานหน่อย มีแพลนว่าจะเสนอตามโรงแรมต่างๆ เรามองว่าไวน์ไทยมันน่าสนใจ อยากส่งออกด้วยเหมือนกันกำลังดูช่องทางอยู่ ซึ่งการส่งออกไปยุโรปทำแน่นอน เพราะอยากโชว์ความเป็นไทย ภูมิใจในความเป็นไทย เราคิดว่าเราสู้ได้ คิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสิ้นปี เควินเป็นคนเยอรมันจะมีเครือข่ายที่สามารถทำให้ได้ง่ายขึ้น คาดว่าจะส่งออกไปเยอรมนีและออสเตรียเป็นที่แรกๆ

ไวน์บำเรอ
คุณกระตั้ว เผ่าทอง แข็งขัน กับไวน์บำเรอ

ฝากถึงคนที่ยังไม่ได้ลองไวน์บำเรอ

ไวน์บำเรอเป็นไวน์น้องใหม่ที่อยากให้คนไทยเปิดใจสำหรับไวน์ไทย ไม่ใช่เฉพาะแค่ไวน์บำเรอ มีทั้งที่ปากช่องและจังหวัดต่างๆ ที่เขาตั้งใจทำเหมือนกัน เรามองแล้วคนไทยก็ทำเก่งทั้งไวน์และเหล้าหลายๆ ตัว เราคิดว่าเขาเก่ง สามารถสู้กับต่างชาติได้เลย แม้จะเป็นโรงบ่มขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นที่สุรินทร์ สกลนคร น่าน โคราช รสชาติดีเลย ไม่จำเป็นต้องจำเพาะแค่ไวน์องุ่น ไวน์ผลไม้อื่นๆ ก็รสชาติดี อยากให้เปิดใจให้ไวน์ไทย หลายๆ โรงก็กำลังพัฒนากันมากขึ้น 

อยากให้ได้ลองไวน์บำเรอ บางคนที่ไม่ชอบชื่อ อาจจะลองชิมดูก่อน ไวน์บำเรอสามารถทัชใจหลายๆ คนได้ ส่วนองุ่นที่เราปลูกไว้ทำไวน์คือพันธุ์ชีราส ส่วนองุ่นที่ให้คนเข้ามาเก็บได้คือองุ่นพันธุ์ลูสเพอร์เลท แต่ตอนนี้ก็ปิดสวนไปแล้ว แต่ยังผลิตทั้งน้ำองุ่นและไวน์เช่นเดิม คนก็ติดกับชื่อเดิมไปแล้ว น้ำองุ่นมีลูกค้าประจำ ขายขวด 200 ml และขายเป็นแพค มีทั้งน้ำองุ่นแดง น้ำองุ่นขาวและน้ำองุ่นโรเซ่ ขายเป็นแพค 1 แพคมี 3 ขวด ราคาประมาณ 199 บาท 

ไวน์บำเรอใช้องุ่นพันธุ์ชีลาส ไวน์ขาวใช้องุ่นพันธุ์ชาร์ดอเน ไวน์โรเซ่ใช้องุ่นทั้งสองสายพันธุ์

สำหรับอุปสรรค์ในการทำธุรกิจไวน์

กระตั้วมองว่า เรื่องกฎหมายแอลกอฮอล์ของไทยนั้น ถ้ามีการรวมตัวเหมือนสุราก้าวหน้า สุราก้าวไกล ถ้ามีการรวมกลุ่มกันเป็นชุมชน สามารถรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถสู้ได้ จริงๆ แล้วรัฐบาลก็น่าจะช่วยประชาชน ฟังประชาชน เราเลือกรัฐบาลเพื่อให้ผลประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด คนกลุ่มเล็กๆ สามารถรวมตัวเพื่อผลักดันให้เกิดผลประโยชน์ของประชาชนได้ เราคิดว่าการรวมตัวสามารถสร้างพลังเสียงได้ แอลกอฮอล์ในเมืองไทยถ้าสามารถปรับได้ก็น่าจะไปไกลกว่านี้ได้ เหมือนเหล้าขาวที่ชาวบ้านทำ ทำได้ ทำได้ดี ควรจะมีคนสนับสนุนให้พัฒนาสูตรได้ต่อไป เหล้าขาวของคนไทย ถ้ามีการสนับสนุนได้ดีก็สามารถสู้กับวอดก้าของต่างประเทศได้สบาย

ฝากถึงลูกค้าไวน์บำเรอ

ขอบคุณสำหรับลูกค้าที่เปิดใจ เข้าใจถึงปัญหาที่เราเจอ และกระแสตอบรับเกินคาดมาก ถ้าชอบ ถ้าติดใจก็ขอให้สนับสนุนไปอย่างนี้เรื่อยๆ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณเพจที่เป็นกระบอกเสียงให้สุราแช่ของชุมชน รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ที่โพสต์ครั้งเดียวก็สามารถพลิกชีวิตโรงบ่มเบียร์ได้เลย เช่น เพจประชาชนเบียร์ เป็นต้น เราก็สัมผัสได้ว่าเขาทำจากใจ ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเลย ขอบคุณมากๆ 

ข้อคิดในการทำธุรกิจไวน์

สำหรับคนที่เป็น Wine Maker นั้น ถือเป็นคนกลุ่มน้อยที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่เมื่อได้เรียนรู้กัน ได้คุยกันหลายฝ่าย คนไทยมีความสามารถเรื่องสุราเยอะ อยากให้สนับสนุน ถ้าชอบอยากให้ตั้งใจ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนต่างประเทศก็ได้ เดี๋ยวนี้บนโลกออนไลน์เปิดโอกาสให้คนได้เรียนรู้เยอะมากๆ ก็อยากให้เรียนรู้และทดลอง 

ถ้าใครได้มาเชียงราย ก็ติดต่อทักมาได้ เราก็พร้อมจะต้อนรับ พร้อมให้ความรู้ โรงบ่มไวน์นี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เปิดให้นักศึกษา นักเรียนเข้าไปศึกษาได้ ทางเราเปิดโอกาสให้เขามาฝึกงานด้วย เราพร้อมสนับสนุนคนที่สนใจด้านนี้

*อัพเดต*

ไวน์บำเรอได้รับรางวัลชนะเหรียญเงินระดับ International จากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

เพจไวน์บำเรอ : https://web.facebook.com/profile.php?id=100093297402359

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา