เยอรมนีเอาอยู่! เตรียมกลับมาเปิดประเทศใหม่ แต่ขอให้ใช้มาตรการ Social Distancing ต่อไป 

เยอรมนีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จัดการโควิด-19 ได้ดีกว่าหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งช่วงที่โควิดระบาดในประเทศหนักๆ คือช่วง 26 มีนาคม – 3 เมษายนเและเป็นช่วงที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าหลายประเทศในยุโรปเช่น สเปน และอิตาลี ช่วงที่มีการ Lockdown ระยะแรกๆ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนั้น เยอรมนีเร่งตรวจโรคอย่างหนัก หลังจากเวลาผ่านไป 7 สัปดาห์ ก็เริ่มกลับมาเปิดประเทศใหม่ สำหรับตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก

Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ภาพจาก The Federal Government

นอกจากนี้ รัฐบาลยังผ่านกฎหมาย Infection Protection Act ที่เป็นมาตรการเฝ้าระวังก่อนที่ประเทศจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  • ตรวจโรคในศูนย์ดูแลผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้เยอรมนีตรวจไปแล้วนับแสนรายต่อสัปดาห์ (ก่อนหน้านี้มีการระบาดเพิ่มขึ้น พบว่ามีการแพร่เชื้อในศูนย์ดูแลผู้ป่วยและโรงงาน)
  • เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขต้องบันทึกข้อมูลคนที่ตรวจและมีผลลบด้วย (negative test) ประชาชนจะได้พิจารณาเรื่องการดูแลรักษา และรัฐบาลจะได้จัดการไวรัสได้ต่อไป
  • พยาบาลและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจะได้รับโบนัสเพิ่ม 1,000 ยูโร หรือ 1,080 เหรียญสหรัฐ (34,354 บาท) ซึ่งก่อนวิกฤตโควิด-19 จะเกิดขึ้น แรงงานด้านนี้ได้รับค่าแรงต่ำมาก กำลังคนก็ไม่เพียงพอด้วย
  • ประกันสุขภาพต้องจ่ายค่าตรวจหาแอนตี้บอดี้ให้ลูกค้า ถ้าหากว่าพวกเขาไม่มีอาการป่วย
  • ประกันสุขภาพต้องมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน
Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ภาพจาก Bundesrigierung.de

นอกจากนี้ ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เยอรมนีตรวจโรคผู้คนเป็นจำนวนมาก ใครที่มีผลบวก จะได้รับการดูแล ซึ่งอยู่ในระดับที่จัดการได้ดี คนที่มีอาการหนักที่ต้องรักษาตัวในห้อง ICU มีไม่มากนัก เพราะเร่งทำการตรวจวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ขณะนี้ เยอรมนีมีศักยภาพที่จะสามารถตรวจโควิด-19 ได้ราว 838,000 ต่อสัปดาห์

Drosten ผู้อำนวยการสถาบันเบอร์ลินด้านไวรัสวิทยา (Berlin’s Institute of Virology) ระบุว่า มาตรการ Lockdown นั้น ช่วงแรกเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะผู้คนประท้วงทั่วเยอรมนี ไม่เห็นด้วยกับการ Lockdown และไม่เข้าใจความอันตรายของไวรัส ขณะเดียวกันก็สนับสนุนที่จะใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่เมื่อยอมรับมาตรการปิดเมืองได้ ก็ทำให้ชาวเยอรมันพบว่ารัฐบาลไม่ได้ทำลายเศรษฐกิจ

4 ปัจจัยที่ทำให้เยอรมนีประสบความสำเร็จในการจัดการโควิด-19 

  • การตรวจโรคในเดือนมีนาคม ผู้คนได้รับการตรวจโรคราว 1.2 แสน ถึง 5 แสนรายต่อสัปดาห์
  • การเตรียมพร้อม เยอรมนีใช้เงินทุ่มเทกับด้านสาธารณสุขมากกว่าชาติใดๆ ในยุโรป
  • การ Lockdown เยอรมนีสั่งปิดเมืองทั่วประเทศตั้งแต่ 22 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังระบาดในเยอรมนีช่วงแรกๆ
  • ความโชคดี คนที่ติดเชื้อโควิด-19 ในเยอรมนีส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 46 ปี ซึ่งในอิตาลี ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 63 ปี ดังนั้น คนอายุมากกว่า คนสูงวัยจึงมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสและเสียชีวิตมากกว่า
Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ภาพจาก The Federal Government

เยอรมนี เริ่มกลับมาเปิดโรงเรียนและอนุญาตให้ธุรกิจ และศาสนสถานกลับมาเปิดดำเนินการได้ นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนที่จะเปิดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ขณะที่บางรัฐ เริ่มเปิดพิพิธภัณฑ์และร้านอาหารมากว่าสัปดาห์แล้ว ด้านศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมันก็กลับมาเปิดให้มีฟาดแข้งกันแล้ว แต่ยังคงแบนสนามไม่ให้มีแฟนบอลเข้าไป และยังแบนไม่ให้ทีมจับมือทักทายกันด้วย

ด้าน Angela Merkel ก็ขอให้ประชาชนใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากาก และเคารพซึ่งกันและกันต่อไปแม้ว่าจะหยุดคำสั่ง Lockdown แล้ว ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้น เยอรมนีเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยในทางเทคนิคตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว เศรษฐกิจหดตัวอยู่ที่ 2.2% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020

เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อรวม 176,551 คน เสียชีวิต 8,003 คน รักษาหาย 155, 041 คน

ที่มา – Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Plaa - Brand Inside สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต การเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบสืบค้นข้อมูล ชอบทำคอนเทนต์