อีคอมเมิร์ซบูม คนเดินช้อปปิ้งน้อยลง เป็นเหตุให้สินทรัพย์ของ Donald Trump ในนิวยอร์คมูลค่าร่วงหนัก

ปัจจุบัน การเติบโตของอีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ในสหรัฐฯ ก็ทำให้ค้าปลีกตามยุคเดิมต้องซบเซาลง และแน่นอนมันส่งผลกระทบถึงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในเมืองนิวยอร์คที่ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีสินทรัพย์จำนวนมาก

Trump Tower ภาพจากเว็บไซต์ trumptowerny.com

จากรายงานใน Forbes 400 List เผยว่า สินทรัพย์โดยรวมของประธานาธิบดี Trump ในปีนี้มีมูลค่าลดลงมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ในเมืองนิวยอร์คซิตี้ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

Forbes รายงานว่า สินทรัพย์สุทธิของประธานาธิบดีนั้นอยู่ที่ 3,100 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่ 3,700 ล้านดอลลาร์ลงมาก ทำให้อันดับความมั่งคั่งของเขาลดลงไปอยู่ที่อันดับ 248 จากเดิมที่อันดับ 156 ซึ่งทางนิตยสารได้กล่าวว่า มูลค่าของสินทรัพย์ในแมนฮัตตันของ Trump โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่อยู่ในหรืออยู่ใกล้ ๆ ย่าน Fifth Avenue ได้มีมูลค่าลดลงมาก คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์

Kerry Dolan จากนิตยสาร Forbes ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าว CNN ว่าส่วนใหญ่มูลค่าสินทรัพย์ที่ลดนั้นมีต้นเหตุจาก Amazon โดยอ้างอิงจากสัญญาเช่า Niketown และอาคาร Trump Tower ซึ่ง Dolan บอกว่าธุรกิจค้าปลีกกำลังซบเซาแม้จะเป็นฝั่งสินค้าไฮเอนด์ก็ตาม

ทั้งนี้ การที่ยังไม่มีรายงานข้อมูลโดยตรงออกมาจากประธานาธิบดี Trump ก็เป็นเรื่องยากที่จะเห็นรายละเอียดทั้งหมดของสินทรัพย์ แต่ Dolan ก็ค่อนข้างมั่นใจในข้อมูลของ Forbes เนื่องจากการทำรายงานนั้นได้สัมภาษณ์โบรกเกอร์ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีความคุ้นเคยเกี่ยวกับสินทรัพย์เป็นอย่างดีจำนวนมาก โดยเฉพาะในแมนฮัตตัน

นอกจากพื้นที่ค้าปลีกและในนิวยอร์คแล้ว อสังหาริมทรัพย์ที่ Donald Trump ถือครองอยู่ยังมี Trump International Hotel ซึ่งจากการหาข้อมูลจากที่ปรึกษาทางการเงินของ Trump พบว่าโรงแรมนี้ได้ปรับปรุงโดยกู้เงิน 170 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นแม้ว่าโรงแรมจะสามารถไปได้ด้วยดี แต่สินทรัพย์โดยรวมก็ยังคงร่วงลงอยู่ดี

ส่วนผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากค้าปลีกสหรัฐฯ ที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตก็คือ Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ซึ่งปัจจุบันครองอันดับสองของผู้ร่ำรวยที่สุดในนิตยสาร Forbes ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 81,500 ล้านดอลลาร์

ที่มา – Fortune

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments