เจ้าสัวธนินท์เผย “CP พร้อมทำนาแทนชาวนา ช่วยเหลือร้านโชว์ห่วย” เน้น Logistics มากขึ้น

เจ้าสัวธนินท์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไทยในขณะที่เดินทางไปที่ประเทศจีนถึงเรื่องเกษตรกรรม ค้าปลีก รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนกลุ่ม CP ที่จะเน้นเรื่อง Logistics มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของกลุ่ม CP อีกด้วย

ภาพโดย Stefen Chow/Fortune Global Forum (CC BY-NC-ND 2.0)

ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศไทย โดยขณะนี้เจ้าสัวธนินท์กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศจีน ซึ่งประเด็นการให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำนา แนวความคิดเรื่องการลดพื้นที่ปลูกข้าว การช่วยเหลือร้านโชว์ห่วย รวมไปถึงเรื่องของการปรับตัวของกลุ่ม CP เอง

เรื่องการเกษตร

การเกษตรเป็นเรื่องสำคัญในช่วงที่ผ่านมาเพราะว่าถึงแม้ว่า GDP ไทยจะเติบโตในช่วงที่ผ่านมาสูงถึง 4.6% แต่รายได้ของเกษตรกรนั้นแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยในช่วงที่ผ่านมา โดยเจ้าสัวธนินท์ได้ให้แนวความคิดเกี่ยวกับการทำนาไว้ 2 เรื่อง

  1. ประเทศไทยควรลดพื้นที่ปลูกข้าว เจ้าสัวธนินท์มองว่าขณะนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวมากเกินไป คือ 105 ล้านไร่ ควรที่จะลดพื้นที่เหล่านี้ลงแล้วนำมาปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่เช่น ภาคกลางควรจะปลูกผลไม้เหตุผลที่สำคัญอีกประการคือประเทศอื่นๆ เริ่มหันมาปลูกข้าวเยอะขึ้น เช่น จีน อินเดีย รวมไปถึงพม่า ซึ่งเคยปลูกข้าวได้มาก ก็หันกลับมาปลูกข้าวอีกรอบ 
  2. การทำนาที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง โดยขณะนี้ CP กำลังทดลองการทำนาวิธีนี้ที่จังหวัดกำแพงเพชร วิธีการคือต้องขุดคันนาให้สูงประมาณ 1.5 เมตร ปรับดินด้านล่างของพื้นที่นาให้เป็นดินเหนียวเพื่อป้องกันน้ำซึมออกจากนา แล้วค่อยลงดินปกติ ประมาณ 50-60 เซ็นติเมตร สำหรับการฆ่าแมลงที่มากินข้าวในนาคือจะใช้วิธีปล่อยน้ำให้ท่วมมิดข้าว ซึ่งต้นข้าวทนน้ำได้นานถึง 8 ชั่วโมง ส่วนแมลงนั้นทนน้ำได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วค่อยระบายน้ำออกมา ซึ่งปกติแล้วแมลงจะมาแค่ 2 ช่วงคือ ช่วงต้นอ่อนกับช่วงออกดอก

นอกจากนี้เจ้าสัวธนินท์มองว่าถ้าหากชาวนาปัจจุบันไม่พร้อมที่จะทำนา กลุ่ม CP ก็พร้อมที่จะเช่าที่นาทำนาแทน โดยให้ผลตอบแทนมากกว่าเดิมอีก 10%

ภาพ pixabay.com

พร้อมช่วยโชว์ห่วย

ปัจจุบันร้านโชว์ห่วยในประเทศไทยมีมากถึง 6 แสนร้าน ส่วน 7-Eleven ปัจจุบันมีประมาณ 11,000 สาขา สำหรับมุมมองของเจ้าสัวธนินท์มองว่าสำหรับ 7-Eleven เปิดได้อย่างมากไม่เกิน 20,000 ร้าน แต่ปัญหาใหญ่คือถ้าร้านโชว์ห่วยมีมากเกินไปก็จะแย่งกันจนไม่มีใครได้กำไร

สำหรับวิธีแก้ไขร้านโชว์ห่วยคือควรจะมีของสดขาย ซึ่ง CP พร้อมที่จะช่วยเหลือตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอบรม การลงตู้แช่ของสด จัดการเรื่องการขนส่งสินค้ามาที่ร้าน จัดหน้าร้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ CP ยังมีแผนที่จะเปิดร้านอาหาร-ภัตตาคาร เพิ่มอีก 50,000 จุด โดยเป็นแฟรนไชส์ เน้นการซื้อสินค้าจากร้านโชว์ห่วยเหล่านี้ อาหารที่ผลิตจากร้านเหล่านี้จะมีความหลากหลาย พร้อมทั้งมีบริการส่งตามบ้าน ในรัศมี 1 กิโลเมตร รวมไปถึงในอนาคต 7-Eleven มีแผนที่จะส่งสินค้าด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังปรับตัวอยู่

ภาพจาก Shutterstock

เน้นเรื่อง Logistics มากขึ้น

สำหรับแผนการปรับตัวของกลุ่ม CP เองจะเน้นที่เรื่อง Logistics มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันกลุ่ม CP มีรถขนส่งเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย อาหารสัตว์ และรวมไปถึงรถขนส่งของ 7-Eleven อยู่ประมาณ 18,000 คัน แต่จะปรับแผนใหม่จะนำมารวมเป็นหน่วยเดียว โดยบริหารองค์ความรู้เรื่อง Logistics ใหม่

นอกจากนี้เจ้าสัวยังมีมุมมองถึงเรื่องการขนส่งว่าถ้าหากถนนเส้นหนึ่งมีฟาร์ม และโรงงานแปรรูปอาหาร ก็จะส่งสินค้าในเส้นทางให้แก่ร้านโชว์ห่วย รวมไปถึงภัตตาคาร เพื่อที่ต้นทุนการขนส่งจะได้ต่ำลงและมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

ที่มาหนังสือพิมพ์มติชน

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ