ชาตินิยมอย่างเดียวเอาไม่อยู่ จีนกังวลประสิทธิภาพ เตรียมนำเข้าวัคซีนประเทศอื่นเพิ่ม

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดจีนกำลังเตรียมหาวัคซีนมาใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น หลังจากที่ประสิทธิภาพของวัคซีนเริ่มสร้างความกังวล

Sinovac China Vaccine

วัคซีนจีนมีหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน ดังนี้

  • Sinovac หรือ CoronaVac เป็นวัคซีนที่พัฒนาที่ปักกิ่ง ผลิตโดยบริษัท Sinovac
  • Sinopharm หรือ BBIBP-CorV ผลิตโดยวิสาหกิจจีน มีการพัฒนาวัคซีนจาก 2 แห่งคือที่ปักกิ่งและที่อู่ฮั่น
  • CanSino วัคซีนต้าน COVID นี้พัฒนาโดย CanSinoBIO ใช้ฉีดเพียง 1 โดสเท่านั้น ใช้ adenovirus ของมนุษย์เป็นตัวนำสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลส์มนุษย์เพื่อให้สร้างโปรตีนต่อ ซึ่งวัคซีนชนิดนี้ของจีนมีการทำงานแบบเดียวกับวัคซีนของรัสเซีย Sputnik V
  • Anhui Zhifei Logcom & Chinese Academy of Sciences หรือ ZG2001

วัคซีนจีนประสิทธิภาพต่ำ หัวหน้าศูนย์ป้องกันโรคระบาดในจีนยังเป็นกังวล

SCMP เผยว่า ผลการทดลองในบราซิลพบว่าวัคซีน Sinovac นั้นมีประสิทธิภาพ 50.4% ขณะที่ตุรกีมีประสิทธิภาพ 83.5% ซึ่งก่อนหน้านี้องค์การสหประชาชาติเคยระบุไว้ว่าวัคซีนควรมีประสิทธิภาพราว 50%

ในเรื่องของการเตรียมนำวัคซีนประเทศอื่นมาใช้นี้ สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า Gao Fu หัวหน้าศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดจีนกล่าวไว้ในที่ประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กำลังพิจารณาที่จะแก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพของวัควีนที่ใช้อยู่ เนื่องจากยังมีประสิทธิภาพไม่สูงนัก ดังนั้นการแก้ปัญหาคือการจัดหาวัคซีนต้าน COVID ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นไปได้ว่าจีนน่าจะจัดหาวัคซีนเพิ่มผ่านกรอบการทูตแบบทวิภาคีหรือการทูตสองฝ่ายหรือที่เรียกว่า การทูตวัคซีนนั่นเอง

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนจัดหาวัคซีนให้หลายประเทศทั่วโลกราว 40 ล้านโดส มีทั้งบราซิล เซอร์เบียร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้านสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรก็จัดหาวัคซีน Johnson & Jonson ไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วราว 1 พันล้านโดส

Sinovac Biotech วัคซีน จีน
(Photo by Andressa Anholete/Getty Images)

อย่างไรก็ดี FT รายงานว่า ชิลีก็ต้องพึ่งพาวัคซีน Sinovac จากจีนเช่นกัน ซึ่งการศึกษาชิ้นล่าสุดพบว่า ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนของชิลีแค่เพียง 1 โดส มีประสิทธิภาพเพียง 3% เท่านั้น เมื่อเทียบกับ 2 โดสถึงจะได้ 56% แต่ทางผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขท้องถิ่นไม่ได้มองว่ามีความเชื่อมโยงใดๆ กับประสิทธิภาพของวัคซีนล่าสุด

ทั้งนี้ ในโซเชียลมีเดียก็มีก็โพสต์ข้อความจาก Yanzhong Huang นักวิจัยอาวุโสด้านสาธารณสุขโลกจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) ซึ่งก็เป็นข้อความที่ถูกเซ็นเซอร์ด้วย โดย Huang ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลออกมายอมรับอย่างเปิดเผย ถึงความกังวลที่มีต่อการฉีดวัคซีน ซึ่งกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนฉีดวัคซีนไปแล้วราว 65 ล้านโดส

ผลการทดลองทางคลินิกระยะ 3 ยังไม่เปิดเผย หลายประเทศวิจารณ์หนัก

การผลิตวัคซีนของผู้ผลิตจากจีนไม่ได้เปิดเผยการทดลองระยะที่ 3 ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าประสิทธิภาพของวัคซีนนั้นขาดความโปร่งใส ด้าน Sinopharm อ้างว่าประสิทธิภาพของวัคซีนสูงราว 79% สูงพอๆ กับวัคซีนของ AstraZeneca ด้าน AstraZeneca เองก็ปรับแก้ไขประสิทธิภาพให้มีอัตราลดลงหลังจากเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ทาง Sinopharm ก็ไม่ได้เปิดเผยการทดลองระยะ 3 แต่อย่างใด

Xi Jinping สี จิ้นผิง ประธานาธิบดี จีน
Xi Jinping ภาพจาก Shutterstock

ด้าน Peter English อดีตที่ปรึกษาศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ สาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่า เรื่องที่จีนไม่เผยแพร่ผลการทดลองระยะที่ 3 เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก ด้านผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกงระบุว่า CoronaVac หรือวัคซีน Sinovac นี้มีประสิทธิภาพอยู่ที่ 51% สำหรับคนที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี ซึ่งก็มีการเปิดเผยผลการทดลองแค่เพียงระยะ 1 และ 2

CGTN สื่อจีนที่ถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน เผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีการสัมภาษณ์ Yin Weidong ผู้ที่เป็น CEO เป็นดั่งหัวเรือใหญ่ขับเคลื่อนบริษัท Sinovac Biotech ระบุว่าภารกิจของ Sinovac ยังไม่สมบูรณ์ ยังมีสิ่งที่ต้องทำต่อ นั่นก็คือการควบคุมโรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ

Sinovac มั่นใจ พัฒนาและวิจัยวัคซีนดีแล้ว ผลทดลองระยะ 3 ศึกษาจากประเทศพันธมิตร

Yin ของ Sinovac ระบุว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นแค่การเริ่มต้น เพราะ COVID-19 เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เหมือนกับมนุษย์กำลังพบเจอกับศัตรูที่เข้ามาโจมตี ศัตรูย่อมไม่บอกเราอยู่แล้วว่าจะโจมตีเราอย่างไร มันมีแต่ความท้าทายและความไม่แน่นอนในการผลิตวัคซีน

ส่วนกรณีคำถามเรื่องการทดลองระยะ 3 ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอยู่นั้น Yin ระบุว่า เขาพอใจมากกับข้อมูลที่มีอยู่ สาเหตุที่เขาพอใจ เขาบอกว่าเพราะอัตราการติดเชื้อ COVID ในจีนอยู่ในระดับต่ำ เราไม่สามารถทำการศึกษาทดลองระยะ 3 ในจีนได้ นี่เป็นความจริง หรือเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ในอดีต วัคซีนจีนและบริษัทจีนมีน้อยมาก ซึ่งการทดลองระยะ 3 เราต้องประเมินการศึกษานอกประเทศจีน ส่วนเรื่องที่เราจะประเมินการทดลองระยะ 3 จากนอกประเทศจีนได้อย่างไร นี่เป็นคำถามที่ยาก แต่ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือโรคระบาดเกิดขึ้นในจีนและเกิดในหลายประเทศ

เงื่อนไขสำคัญในการทดลองประกอบด้วย 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ประเทศนั้นมีการแพร่ระบาดของโรคอย่างหนักและโรคมีความรุนแรง เรื่องที่สองคือ ประชากรจำนวนมากต้องการวัคซีน (Yin ถามผู้สัมภาษณ์กลับด้วยว่า อยู่เฉยๆ คุณจะอยากฉีดวัคซีนเหรอ หมายความว่า อาจหาอาสาสมัครที่สมัครใจจะทดลองวัคซีนได้ลำบาก เว้นแต่คนที่ได้รับผลกระทบหรือป่วยแล้ว อาจจะสมัครใจที่จะรับการทดลองนั้นๆ) เรื่องที่สามคือ ประเทศหุ้นส่วนของเรามีการวิจัยและพัฒนาที่ค่อนข้างอ่อนแอ ต้องการความช่วยเหลือ

China COVID-19 Face Masks
ภาพจาก Shutterstock

ตอนนี้จีนมีการทดลองทางคลินิกในหลายประเทศ ทั้งบราซิล อินโดนีเซีย ตุรกี และชิลี ตอนนี้ผลการทดลองระยะ 3 เปิดเผยแล้ว จีนเริ่มทดลองที่บราซิลที่ถือว่ามีการติด COVID มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (ข้อมูลจาก JHU ระบุว่า บราซิลมีการติดเชื้อ​ COVID-19 เป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและอินเดีย มีผู้ติดเชื้อรวม 13,482,023 คน รักษาหาย 11,878,958 คน เสียชีวิต 353,137 คน/ ทั่วโลกเสียชีวิตจาก COVID-19 ไปแล้ว 2,938,439 คน รักษาหาย 77,516,666 คน ติดเชื้อรวม 136,157,645 คน)

นอกจากประสิทธิภาพวัคซีนจะต่ำจนทำให้สาธารณสุขจีนเองยังเป็นกังวลแถมยังไม่เปิดเผยข้อมูลการทดลองระยะ 3 แต่จีนก็ยังตั้งเป้าผลิตวัคซีนต้านโควิดภายในปี 2022 ให้ได้ 5,000 ล้านโดส โดยหัวหน้าสมาคมวัคซีนแห่งประเทศจีนเผย ประเทศจีนตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพในการผลิตวัควีนต้าน COVID-19 ให้ได้ 5,000 ล้านโดสภายในปีหน้าหรือปี 2022 โดยตอนนี้จีนกำลังเร่งฉีดวัคซีนภายในประเทศมากขึ้น

Feng Duojia เผยเป้าหมายดังกล่าวในงานประชุมของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยจีนเตรียมเพิ่มการผลิตวัคซีนต้าน COVID ราว 20 เท่าจากการผลิตเดิมหรือที่ส่งวัคซีนไปยังต่างประเทศด้วย ซึ่งจีนเริ่มรณรงค์สร้างภูมิคุ้มก้ันโรค COVID อย่างช้าๆ เนื่องจากขาดแคลนกำลังการผลิตที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการฉีดวัคซีนได้ ปัจจุบันจีนฉีดวัคซีนไปแล้วราว 130 ล้านโดส ส่งออกไปแล้วกว่า 100 ล้านโดส ราว 100 ประเทศ

สรุป

ซีอีโอจาก Sinovac ใช้วิธีทดลองและศึกษาระยะ 3 กับประเทศที่ระบุเงื่อนไขไว้ดังนี้ เป็นประเทศที่มีการติด COVID-19 อย่างหนัก มีอาการของโรคและแพร่เชื้อรุนแรง และเป็นประเทศพันธมิตรที่มีการวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่ยังไม่แข็งแกร่งนัก ต้องการความช่วยเหลือ ในจีนมีการควบคุมโรคได้ดีแล้วจึงทำการทดลองได้ยาก จึงเลือกทดลองจากคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ข้างต้น ส่วนผลลัพธ์เป็นที่พอใจสำหรับ Sinovac แต่ยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ ส่วนใครที่ต้องการค้นหาคำตอบจากการทดลองทางเทคนิคระยะ 3 ลองสืบค้นการติดเชื้อ การแพร่กระจายเชื้อ การควบคุมโรคจากประเทศเหล่านี้เพิ่มเติม บราซิล อินโดนีเซีย ตุรกี และชิลี

ที่มา – Caixing Global, Financial Times (1), (2)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Plaa - Brand Inside สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต การเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบสืบค้นข้อมูล ชอบทำคอนเทนต์