เรื่องที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับการเลือกตั้งอินเดีย การเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ต้องจับตามอง

Brand Inside สรุปประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่คุณต้องรู้ในการเลือกตั้งในประเทศอินเดียมาฝาก ซึ่งอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดที่ทั่วโลกต้องจับตามอง รวมไปถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

การเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนกับประชามติว่าชาวอินเดียยังนิยม นเรนทรา โมดี หรือไม่? – ภาพจาก Shutterstock

การเลือกตั้งในประเทศอินเดียได้เริ่มต้นแล้ว ถือเป็นการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเนื่องจากประชาชนอินเดียต่างออกมารอที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างล้นหลาม ข้อมูลจาก BBC สำหรับการเลือกตั้งของอินเดียครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากถึง 900 ล้านคน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก 85 ล้านคน แน่นอนว่าการเลือกตั้งอินเดียครั้งนี้จะถือเป็นการวัดใจประชาชนชาวอินเดียว่าจะยังเลือกให้ นเรนทรา โมดี ผู้นำคนปัจจุบันจาก พรรคบีเจพี จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียต่ออีกสมัยหรือไม่

การเลือกตั้งครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ 11 เมษายน ยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นวันนับคะแนน Brand Inside สรุปสิ่งที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้มาฝาก

ความท้าทายของอินเดีย

แม้ว่าอินเดียจะเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจดีมากๆ เฉลี่ยแล้ว GDP เติบโตมากกว่า 6% ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของ นเรนทรา โมดี จะพยายามที่ปฏิรูปประเทศผ่านด้านนโยบายหลายๆ ด้าน เช่น การปฏิรูปโครงสร้างภาษี หรือแม้แต่การเปลี่ยนธนบัตรใหม่เพื่อปราบปรามเรื่องคอร์รัปชั่น ฯลฯ

แต่อินเดียก็ยังมีปัญหาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นประชากรของอินเดียในปัจจุบันยังประสบปัญหาว่างงานเป็นจำนวนมาก แม้ว่าอินเดียจะผ่านเรื่องของความยากจนมาแล้วก็ตาม ปัญหาอื่นๆ เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ และรวมไปถึงราคาพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งกระทบถึงเงินเฟ้อในอินเดียด้วย ขณะเดียวกัน

นอกจากนี้นโยบายของผู้นำอินเดียคนปัจจุบันกำลังอาจสร้างปัญหาในอนาคตขึ้นมาคือการสนับสนุนชาวฮินดู ทำให้คนกลุ่มน้อยไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐเท่าทีควรเหมือนกับชาวฮินดู

ใครสู้กับใครครั้งนี้?

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการสู้ระหว่าง นเรนทรา โมดี ที่พยายามจะเป็นผู้นำอีกสมัยจากพรรคบีเจพี กับ ราหุล คานธี จากพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นหลานของอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีหญิงของอินเดียหลายสมัย ซึ่งประชาชนส่วนน้อยหวังว่าเขาจะเป็นที่พึ่งได้ จากสาเหตุที่ผู้นำคนปัจจุบันสนับสนุนชาวฮินดู

ไม่เพียงแค่นั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการแย่งชิงของพรรคขนาดเล็กซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญของการเลือกตั้งในประเทศอินเดียเฉกเช่นการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เช่นในปี 2009 อย่างไรก็ดีถ้าหากใครได้ครองเก้าอี้ในสภาเกิน 272 ที่นั่งไปแล้วก็ถือว่ามีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลทันที เหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2014 ที่พรรคบีเจพีมีที่นั่งในสภา 282 เสียง

พรรคบีเจพีจะยังครองเสียงข้างมากได้หรือไม่? – ภาพจาก Shutterstock

จุดชี้ขาดผู้ชนะ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มองกันว่ารัฐที่ชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งนี้คือ รัฐอุตรประเทศ มีประชากรมากถึง 20 ล้านคน อย่างไรก็ดีอย่าประมาทพลังชาวบ้านทั่วไปที่กระจายไปทั่วประเทศอีกกว่า 70 ล้านคน เช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอินเดียไปตลอดกาลคือ โครงสร้างพื้นฐานในด้านโทรคมนาคม ทำให้ประชาชนอินเดียเข้าถึง Social Media ได้มากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันที่สูงมากขึ้น ราคาถูกลง เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พรรคต่างๆ ชักชวนให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง ทำให้คาดว่าประชาชนจะออกมาเลือกตั้งกันเกินกว่า 60% ของผู้มีสิทธิ์

ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในปี 2014 พรรคบีเจพีครองเสียง 17 จาก 29 รัฐทั้งหมด โดยได้คะแนนจากรัฐอุตรประเทศ รวมไปถึงรัฐมหาราษฏระ (ซึ่งมีเมืองใหญ่อย่างมุมไบ) อีกด้วย

นักลงทุนอาจต้องระวังความผันผวน

อย่างไรก็ดีสำหรับผู้ที่ลงทุนในหุ้นของประเทศอินเดีย หรือแม้แต่ผู้ที่ซื้อกองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศอินเดีย โดย Credit Suisse ได้ออกบทวิเคราะห์ว่านักลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่สูงของตลาดหุ้นอินเดียในช่วงเลือกตั้งลากยาวไปถึงการประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งกินเวลา 20-35 วัน นอกจากนี้ถ้าหาก นเรนทรา โมดี แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

ท้ายที่สุดนักลงทุนอาจต้องรับกับความผันผวนช่วงการเลือกตั้งของอินเดียในระยะนี้

เรื่องอื่นๆ ที่คุณควรรู้

  1. การเลือกตั้งของอินเดียจะมีทั้งหมด 7 เฟสด้วยกัน เวียนไปตามรัฐต่างๆ
  2. อินเดียจะมีการนับคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 23 พฤษภาคม ใช้เวลานับคะแนนเพียงแค่ 1 วัน เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งโดยใช้เครื่องนับคะแนน ซึ่งทำได้รวดเร็วมาก
  3. ว่ากันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหมือนประชามติว่าชาวอินเดียยังนิยม นเรนทรา โมดี หรือไม่
  4. ความสัมพันธ์กับปากีสถานและเรื่องของมหาเศรษฐีที่เบี้ยวหนี้ธนาคารที่หนีไปต่างประเทศหลายคนทำให้พรรคบีเจพีใช้เป็นประเด็นในการเลือกตั้งด้วย
  5. ในสภาอินเดียมีสัดส่วน ส.ส. หญิงประมาณ 11% ขณะที่ผู้ใช้สิทธิ์ที่เป็นผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 48%

ที่มาNew York Times, Bloomberg, BBC, The Guardian

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ