กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์จากฝรั่งเศส และเยอรมนีได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลของทั้งสองประเทศดำเนินนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนในภาคขนส่งทางถนน โดยเสนอให้มุ่งเน้นไปที่การใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Battery Electric Trucks: BET) แทนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Fuel-Cell ที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง
รถบรรทุกยังจำเป็นในการขนส่งสินค้า
Electrek รายงานว่า ฝรั่งเศส และเยอรมนีเป็นสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป ทั้งสองประเทศเผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกันในด้านการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการขนส่งข้ามพรมแดนที่มีปริมาณสูง แม้อุตสาหกรรมหลายภาคส่วนในยุโรปจะสามารถลดการปล่อยมลพิษลงได้ แต่ภาคการขนส่งยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยมลพิษที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะการขนส่งทางถนนซึ่งยังคงพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก
แม้ว่าการขนส่งทางรางจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความสม่ำเสมอ และต้องเดินทางระยะไกล แต่ข้อเท็จจริงชี้ให้เห็นว่า การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ในยุโรปกระจุกตัวอยู่ในระยะทางที่ไม่เกิน 200 กม. และมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุดไม่เกิน 30 ตัน ซึ่งในกรณีเหล่านี้ การใช้รถไฟแทนรถบรรทุกนั้นทำได้ยากหรือไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การขนส่งทางรถบรรทุกจึงยังสำคัญอยู่
ตามรายงานของ Franco-German Council of Economic Experts (FGCEE) ระบุว่า แม้จะพิจารณาสินค้าที่ปัจจุบันขนส่งผ่านระบบรางข้ามระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตรแล้วก็ตาม โอกาสที่จะเปลี่ยนระบบขนส่งจากรถบรรทุกไปสู่รถไฟในเยอรมนีอยู่ที่เพียง 6% และในฝรั่งเศสไม่ถึง 2% เพราะรถบรรทุกยังค่อนข้างตอบโจทย์กว่า แต่ยังต้องพิจารณาในเรื่องการปล่อยมลพิษเช่นกัน
นักเศรษฐศาสตร์มองรถบรรทุกไฟฟ้าล้วนตอบโจทย์กว่า
ปัจจุบันรัฐบาลของหลายประเทศให้การสนับสนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานของรถบรรทุกไฮโดรเจน หรือ FCEV และแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือ BEV ควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม รายงานของ FGCEE ชี้ชัดว่าการขนส่งทางถนนควรมุ่งไปที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้ามากกว่า โดยมีชื่อย่อว่า BET หรือ Battery Electric Truck
“นโยบายควรมุ่งเน้นไปที่รถบรรทุกไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BET) เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีความพร้อมทางการตลาดมากที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าทางถนน” ข้อความในแถลงการณ์ของ FGCEE ระบุ “ดังนั้น เพื่อเร่งการใช้งาน BET ควรใช้เงินทุนภาครัฐในการสนับสนุนเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบรวดเร็วตามเส้นทางหลักและในคลังสินค้าของเอกชน”
แถลงการณ์ดังกล่าวลงนามโดยบุคคลสำคัญจากฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยฝั่งเยอรมนีนำโดย Monika Schnitzer ประธานสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของเยอรมนี ขณะที่ฝรั่งเศสมี Camille Landais เป็นผู้ร่วมลงนาม อย่างไรก็ตาม ในฝั่งเยอรมนี ผู้เชี่ยวชาญ 4 ใน 5 คนลงนามในแถลงการณ์นี้ ยกเว้น Veronika Grimm นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานจากมหาวิทยาลัยนูเรมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกของสภาไฮโดรเจนแห่งชาติของเยอรมนี (National Hydrogen Council) และมีบทบาทในการส่งเสริมเทคโนโลยีไฮโดรเจนสำหรับภาคขนส่ง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา