Home Article คุยกับ อริยะ พนมยงค์ หลังจบงานใหญ่ ทิศทาง LINE ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป?

คุยกับ อริยะ พนมยงค์ หลังจบงานใหญ่ ทิศทาง LINE ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป?

หลังจบงาน LINE CONFERENCE 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น ทิศทางของธุรกิจ LINE ต่อจากนี้น่าติดตามมากขึ้น เพราะพูดเรื่องใหม่ๆ อย่างบล็อกเชน ฟินเทค และ AI

สิ่งที่คนไทยอยากรู้มากที่สุดคือ สินค้าและบริการเหล่านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ที่สำคัญคือจะเข้ามาอย่างไรและเมื่อใด คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์ อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย ด้านล่างนี้

ภาพรวม LINE ประเทศไทย | อริยะ เอาอะไรไปโชว์ให้โลกดู

เริ่มต้นที่ภาพรวมกันก่อน อย่างที่รู้ว่าในปีนี้ บนเวทีใหญ่ของ LINE ได้มีการเปิดโอกาสให้หัวเรือใหญ่ของ 2 ประเทศขึ้นมาพูดบนเวทีเป็นครั้งแรก หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย ส่วนอีกหนึ่งประเทศคือไต้หวัน

  • สำหรับไทย คำถามก็คือ LINE ประเทศไทยเอาอะไรไปโชว์ให้โลกดูบ้าง?

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เริ่มต้นด้วยโชว์ตัวเลขให้ชาวโลกเห็นว่า ตลาดของ LINE ในประเทศไทยนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น มีฐานลูกค้าถึง 45 ล้านคน คิดเป็น 2 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ

  • พูดกันให้ชัดไปเลยก็คือว่า 95% ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เป็นฐานลูกค้าของ LINE ด้วยเช่นกัน คิดเป็นตัวเลขคือ ในประเทศไทยมีคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ 45 ล้านคน ในจำนวนนี้ 42 ล้านคนใช้ LINE

จุดที่เรียกเสียงฮือฮาในงานได้คือ การที่ LINE ประเทศไทยพูดถึงกลยุทธ์การทำตลาดแบบ Hyper Localization พร้อมทั้งได้ยกตัวอย่างการซื้อสติกเกอร์ LINE ผ่านตู้บุญเติม ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยที่ใช้งานแบบ pre-paid และตอบโจทย์ยอดขายสติกเกอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในปัจจุบันตู้บุญเติมพร้อมให้บริการทั่วประเทศแล้วกว่า 170,000 แห่ง

  • นี่คือการเข้าใจตลาดท้องถิ่นแบบลึกซึ้งของ LINE ประเทศไทย

อริยะ ยังได้พูดถึงธุรกิจของ LINE TV ที่ในปัจจุบันได้ขึ้นแท่นเป็นแพลตฟอร์มทีวีรีรันเบอร์ 1 ของโลกแซงเจ้าตลาดหน้าเก่าไปเรียบร้อยแล้ว ส่วน LINE TODAY อริยะ บอกว่า ปัจจุบันได้ขึ้นที่ 1 ของแพลตฟอร์รวบรวมข่าวสารทั่วฟ้าเมืองไทย ครบทุกหมวดหมู่ ครบทุกประเภท ในขณะที่ LINE MAN เติบโตอย่างรวดเร็วกว่า 10 เท่า แซงคู่แข่งในตลาดรายอื่นๆ ในด้านของ LINE TAXI เติบโตอยางต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สำคัญคือบริการของ LINE ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ส่วนสุดท้ายคือ LINE Pay ที่ล่าสุดได้จับมือ AIS และ Rabbit เป็นสัดส่วน 33.33% ก็ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในตลาดไทยที่หาตัวจับได้ยาก

ก้าวต่อไปของ LINE ประเทศไทย

หลังจากได้เห็นภาพรวมของ LINE ประเทศไทย และทิศทางของ LINE ญี่ปุ่นที่กำลังเดินหน้าไป

  • คำถามก็คือ LINE ประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับบริษัทแม่แค่ไหนและอย่างไรบ้าง?

อริยะ เริ่มต้นด้วยการตอบคำถามนี้ว่า “ถ้าถามว่าอะไรที่เกิดที่ญี่ปุ่นจะเข้าไทยบ้าง อันนี้ตอบให้ชัดเจนได้ยาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องดูว่าอันไหนเหมาะสมกับไทย เช่น ฟินเทค, AI หรือแม้กระทั่งบล็อกเชน เท่าที่ตอบได้คือ ครึ่งปีหลัง 2018 จะได้เห็นบริการใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น”

  • แล้วอะไรบ้างที่จะเป็นของใหม่สำหรับ LINE ประเทศไทย?

คำตอบเท่าที่เรียบเรียงได้ก็คือ รูปแบบการโฆษณาแบบใหม่ของ LINE ที่จะเน้นไปที่ธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น อันนี้มาแน่ เพราะเรื่องโฆษณา LINE ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งโลก รวมถึง LINE Quick Game ที่หลายคนอยากให้มาในไทย อริยะ บอกว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเข้ามาในประเทศไทย (รายละเอียดของ LINE เรื่องโฆษณาและเกม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE CONFERENCE 2018)

อริยะ เน้นย้ำถึงเรื่องการนำเอาสินค้าและบริการจากบริษัทแม่เข้ามาในตลาดประเทศไทยว่า หัวใจสำคัญคือการใช้กลยุทธ์แบบ Hyper Localization คือต้องเข้าใจตลาดท้องถิ่นแบบลึกซึ้ง การทำธุรกิจในแต่ละประเทศต้องมีความเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ทำแบบ universal หรือนโยบายเดียวครอบคลุมทุกประเทศ สิ่งเหล่านั้นไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้บริโภคแต่ละประเทศมีพฤติกรรมและความต้องการที่แตกต่างกัน

  • ถ้าถามว่าจุดเด่นของ LINE ณ วันนี้คืออะไร?

อริยะ บอกว่า แน่นอน LINE คือบริษัทเทคโนโลยี ในแง่หนึ่งเราเป็น Social Media แต่เราเป็นแพลตฟอร์มที่แตกต่างจากรายอื่นๆ ในตลาดตรงที่ เราเป็นบริษัทที่ทำให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีจริงๆ “เชื่อว่าผู้สูงอายุในหลายครอบครัว หันมาใช้งานเทคโนโลยี ก็เพราะเล่น LINE” พูดอีกอย่างก็คือ LINE เป็นบริษัทที่ผู้บริโภคยอมให้เรา(เทคโนโลยี)เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิต

อย่างไรก็ตาม อริยะ ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในปีนี้ “คือการที่ประเทศไทยและไต้หวันได้ขึ้นพูดบนเวที เพราะมันหมายความว่า เราสำคัญเพียงพอที่จะขึ้นเป็นตลาดหลัก และยังแสดงให้เห็นว่าตลาดประเทศไทยสำคัญกับ LINE (บริษัทแม่)อย่างไรบ้าง”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา