การท่องเที่ยวไทยแมสมาก จน ‘Ant International’ ฟินเทคต่างชาติยักษ์ใหญ่ลุยลงทุนต่อ

คุณคิดว่า ‘การท่องเที่ยว’ คือโอกาสของธุรกิจอุตสาหกรรมไหนบ้าง?

ant international

แน่ล่ะว่า เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวในไทย ภาคส่วนแรกๆ ที่จะได้ประโยชน์คือ ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม บันเทิง ไปจนถึงสุขภาวะและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย

แต่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมที่กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกบริษัทหนึ่งที่มองว่า ‘ประเทศไทย’ คือตลาดสำคัญของพวกเขา เพราะมีต่างชาติมาเที่ยวเยอะ และเมื่อเดินทางมา ก็ต้องใช้บริการนี้ เพื่อจ่ายเงิน

‘Ant International’ คือบริษัทต่างชาติผู้ให้บริการด้านการเงินดิจิทัลหลายรูปแบบ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ซึ่งแม้ว่าช่วงนี้การท่องเที่ยวบ้านเราอาจจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าไรนัก แต่องค์กรก็บอกว่า ไทยคือหนึ่งในตลาดสำคัญแห่งแรกๆ ที่มีการเติบโต และยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทุกภาคส่วนในเครือ

ว่าแต่ธุรกิจของ Ant International หมายถึงอะไรบ้าง? มาดูกัน

ดูแลการชำระเงินอย่างครบวงจร ภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ

ant international
ภาพจากเว็บไซต์ Ant International

เมื่อพูดถึง Ant International หลายคนอาจรู้สึกไม่คุ้นชื่อเท่าไร แต่ถ้าคุณเคยซื้อของออนไลน์ โดยเฉพาะตามแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คุณอาจได้รับอีเมลยืนยันการชำระเงินจาก ‘2C2P’ ซึ่งนั่นล่ะคือหนึ่งในธุรกิจของเครือนี้ 

หากพูดถึงภาพรวม ‘Douglas Feagin’ ประธาน Ant International ก็บอกว่า เสาหลักของเครือนี้ มีอยู่ 4 ธุรกิจ ได้แก่

  1. Alipay+: กระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ชำระเงินได้ในหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ไทยผ่านการเป็นพันธมิตรกับ TrueMoney โดยปัจจุบัน มีผู้ใช้งานกว่า 1.8 พันล้านบัญชี พร้อมร้านค้าที่รองรับอีก 150 ล้านแห่งทั่วโลก
  1. Antom: ระบบการชำระเงินให้ร้านค้าออนไลน์ที่รองรับวิธีการจ่ายเงินกว่า 300 รูปแบบ ใน 100 สกุลเงิน ซึ่งเป็นบริการที่แบรนด์ดังระดับโลกหลายรายเลือกใช้ อาทิ TikTok, Agoda, Klook, Google, POP MART และ Microsoft โดยมี 2C2P เป็นธุรกิจในเครืออีกที
  1. Bettr: ธุรกิจนี้มีบริการหลักอยู่ 2 บริการคือ 1) บริการปล่อยสินเชื่อ ที่มุ่งเน้นในการให้บริการ MSMEs และ 2) บริการบริหารเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้สามารถโยกย้ายเงินได้จากทุกมุมโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
  1. WorldFirst: แพลตฟอร์มรวบรวมธุรกรรมของเหล่า SME แบบครบจบในที่เดียว เพราะสามารถรับเงินจากลูกค้าทั่วโลก ควบคู่ไปกับการจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ โดยที่ผ่านมา มีการทำธุรกรรมไปแล้วกว่า 1.55 หมื่นล้านบาท

เดินหน้าพัฒนาบริการในไทย เพราะเป็นประเทศท่องเที่ยวชั้นนำ

ถ้าถามว่าแล้ว 4 ธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างไร? Ant International ก็บอกว่า ในฐานะที่ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ฉะนั้น

  • Alipay+ จะยังคงเดินหน้ายกระดับนวัตกรรมการท่องเที่ยว ทั้งภายในบ้านเราและสำหรับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ
  • Antom รวมถึง 2C2P จะขยายทางเลือกในการชำระเงินสำหรับผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคไทยได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
  • Bettr จะช่วยสนับสนุนและให้บริการ SMEs ในไทยที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น
  • WorldFirst จะซัพพอร์ตให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถซื้อขายได้ทั่วโลกอย่างสะดวกสบาย โดยปี 2025 เป็นปีแรกที่ขยายเข้ามาในไทย

นอกจากนี้ ‘วรฉัตร ลักขณาโรจน์’ ประธานกรรมการบริหารของ 2C2P เผยว่า ในปี 2025 Antom มีปริมาณธุรกรรมสำหรับผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับ 2024 โดยส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในหลายประเทศ รวมถึงไทยที่สูงขึ้นราว 37%

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ท่ามกลางสภาวะการท่องเที่ยวของไทยที่ชวนให้ลุ้น บริษัทต่างชาติอย่าง Ant International ยังคงมั่นใจและเห็นเราเป็นตลาดสำคัญที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้

เพราะสุดท้ายแล้ว การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เครื่องยนต์หนึ่งที่ทำให้ไทยเดินไปข้างหน้า แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ฟินเทค อยู่รอดด้วยต่างหาก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา