วิเคราะห์ ความท้าทายครั้งใหม่ของกลุ่ม King Power ยุคใหม่หลังเจ้าสัววิชัย

Brand Inside วิเคราะห์ถึงความท้าทายครั้งใหม่ของกลุ่ม King Power หลังไร้หัวเรือใหญ่อย่างเจ้าสัววิชัย รวมไปถึงเกมที่แพ้ไม่ได้ของอาณาจักรนี้ ซึ่งเดิมพันนี้สูงถึงหลักแสนล้านบาทเลยทีเดียว

ภาพจาก Shutterstock

หลังจากที่เจ้าสัววิชัย วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้เสียชีวิตกระทันหันจากเหตุการณ์อุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณที่จอดรถข้างๆ สนามของ Leicester City สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ตระกูล ศรีวัฒนประภา ซึ่งได้สร้าง King Power มาถึง 30 ปี

โดยอาณาจักรมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งสร้างใหญ่เจ้าสัววิชัยกลายเป็น 1 ใน 5 สุดยอดมหาเศรษฐีไทยได้กำลังพบกับความท้าทายครั้งใหม่อีกครั้ง

อนาคตที่ขึ้นอยู่กับ 4 พี่น้อง

หลังจากการเสียชีวิตของเจ้าสัววิชัย กลายเป็นว่าอนาคตของอาณาจักร King Power ต้องขึ้นอยู่กับ 4 พี่น้อง ศรีวัฒนประภา ทันทีแบบไม่ได้ตั้งตัว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าสัววิชัยจะได้เริ่มให้เหล่าลูกๆ แต่ละรายดูแลกิจการในแต่ละด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็น

  • อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
  • วรมาศ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานพาณิชย์ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์
  • อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
  • อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์

อย่างไรก็ดีการเสียชีวิตของเจ้าสัววิชัย ผู้ซึ่งมีบารมีและรวมไปถึง Connection มากมายขนาดนี้นั้น หลังจากนี้แล้วพี่น้องทั้ง 4 คนจะสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ อนาคตเป็นคำตอบสำหรับเรื่องนี้

ภาพจาก Shutterstock

คู่แข่งเยอะมาก

สำหรับศึกสงครามการประมูลพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิรอบใหม่ที่กำลังจะถึงในปลายปีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ King Power ที่จะเข้าร่วมประมูลพื้นที่นี้เท่านั้น แต่ยังมีคู่แข่งสำคัญๆ ที่ประกาศว่าสนใจมานานแล้วอย่าง Lotte Duty Free จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ประกาศตัวว่าต้องการเข้ามารุกในตลาดในไทย และยังไม่นับรวมถึงวันที่เกิดการประมูลแล้วมีคู่แข่งต่างชาติรายอื่นๆ สนใจเข้ามาอีก

นอกจากนี้ยังมีคู่แข่งในประเทศที่สนใจอย่างมากไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มเดอะมอลล์ ฯลฯ ซึ่งสนใจ ทำให้แรงกดดันหลังจากนี้เพิ่มขึ้นแก่ King Power มหาศาล

สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกอบไปด้วย

  1. Dufry ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่ม HNA 
  2. Lotte Duty Free จากประเทศเกาหลีใต้ อยู่ภายใต้กลุ่ม Lotte
  3. DFS Group เป็นบริษัทลูกของ LVMH
  4. Lagardère Travel Retail จากประเทศฝรั่งเศส
  5. The Shilla Duty Free จากประเทศเกาหลีใต้ อยู่ภายใต้กลุ่ม Samsung

สำหรับกลุ่ม King Power นั้นใหญ่อันดับที่ 7 ของโลก โดยรายได้รวมของกลุ่มประมาณ 1 แสนล้านบาท

ภาพจาก Shutterstock

เกมที่ถอยไม่ได้

สำหรับรายได้หลักๆ ของ King Power คือร้านค้าปลอดภาษีในประเทศไทย ซึ่งเป็นรายได้ของกลุ่ม แต่คำถามที่น่าสนใจว่า ถ้าหลังจากนี้ King Power เกิดแพ้การประมูลพื้นที่ในสนามบินสุวรรณภูมิ จะเกิดอะไรขึ้น? ซึ่งเกมนี้อาจทำให้กลุ่ม King Power ถึงขั้นไปไม่ถูกเลย เพราะว่าธุรกิจใหญ่ในต่างประเทศมีเพียงแค่สโมสรฟุตบอล Leicester City และ OH Leuven เพียงเท่านั้น

ส่วนธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีของกลุ่มนั้นการขยายไปในต่างประเทศโฟกัสเพียงแค่ในกลุ่มอาเซียน โดยในปี 2017 บริษัทกำลังเจรจาในประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศพม่าก็กำลังรอรัฐบาลอนุมติในเรื่องนี้ สำหรับทวีปอื่นๆ King Power มองว่าราคาสินค้าระหว่างร้านค้าปลอดภาษีกับร้านค้าปกติแทบไม่ต่างกันเลย

ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ของ King Power สำหรับการประมูลพื้นที่ร้านค้าในสนามบินสุวรรณภูมิรอบต่อไปนั้น “เป็นเกมที่แพ้ไม่ได้เลย” 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ