
แม้ผลประกอบการปี 2568 ของ ‘แอร์เอเชีย’ จะมีรายได้รวม 45,690 ล้านบาท แต่ก็น่ากังวลเพราะถ้าเทียบกับปีก่อน ถือว่าลดลงถึงร้อยละ 8
สาเหตุสำคัญคือรายได้จากค่าโดยสารเฉลี่ยร่วงลงร้อยละ 9 จากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน แม้ไตรมาส 4 ที่กวาดผู้โดยสารได้ถึง 59 ล้านคน และทำกำไรไปได้ 1,088 ล้านบาท แต่นั่นคือการกัดฟันสู้ในช่วง High Season เพื่อประคองตัวเลขทั้งปีที่ถูกกดดันอย่างหนักมาตั้งแต่ช่วงกลางปี
ภายใต้ความกดดันนี้ ‘ไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร’ CEO คนใหม่ ต้องแบกรับภารกิจ ‘The Next Chapter’ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ : Quality Growth, Operational Excellence และ Future-Ready Infrastructure
เป้าหมายคือการรักษาความเป็นเบอร์ 1 ในประเทศด้วยมาร์เก็ตแชร์ 41% และ EBITDA Margin ร้อยละ 20 ด้วยการขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
นอกจากนี้ ยังแผนจะขยายเส้นทางบินในยุโรปด้วย Airbus A321XLR เครื่องบิน Xtra Long Range ที่บินได้ไกลถึง 8,700 กิโลเมตร หรือเกือบ 9 ชั่วโมง
โจทย์ของจริง คือปี 2569
‘แอร์เอเชีย’ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 สามารถกวาดรายได้รวม 14,259.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,609.5 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 351 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม สายการบินต้องเผชิญกับ ‘โจทย์ใหญ่’ หลาย ๆ เรื่อง เช่น จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังร้อนแรง
เพราะสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวลังเลที่จะเที่ยวกันมากขึ้น และจะดันน้ำมันราคาขึ้นสูงทำให้ต้นทุนของสายการบินปรับขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ แม้แอร์เอเชียจะเริ่มต้นปี 2569 ด้วยความคึกคักในตลาดจีนที่ Load Factor กระโดดจาก 80% ในปีก่อนมาเป็น 95% ในช่วงตรุษจีน แต่นี่คือโจทย์ที่ผู้บริหารต้องลุ้นจนตัวโก่งว่านักท่องเที่ยวจากจีนจะเดินทางกันเต็มสูบได้ตลอดทั้งปีหรือไม่
เป้าหมายหลังจากนี้คือโตแม้เจอวิกฤต
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องลุ้นรายวัน ‘ไพรัชล์’ ยังคงเชื่อมั่น และตั้งเป้ารายได้เติบโตร้อยละ 7-9 พร้อมขนส่งผู้โดยสารให้ถึง 235 ล้านคน
แอร์เอเชียได้เปิดจุดบริการศุลกากร (CIQ) ในเมืองรองอย่างขอนแก่น และอุดรธานี และที่ภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากอินเดียและจีนให้บินตรงสู่ใจกลางภาคอีสาน และภาคใต้ได้ทันที เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว
ในตลาดระหว่างประเทศ แอร์เอเชียปรับลดปริมาณที่นั่งลงร้อยละ 5 เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเดินทาง
แต่เส้นทางในตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และเส้นทางเสรีภาพทางอากาศข้อที่ 5 (เที่ยวบินที่มีการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง) เช่น ดอนเมือง-ไทเป-โอกินาวา และดอนเมือง-หลวงพระบาง-ฮานอย ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นและได้รับการตอบรับที่ดี
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา