ลาก่อนผู้จัดการ สวัสดีสุดยอดอภิมหาซูเปอร์เมก้าผู้จัดการ

สำหรับใครที่คิดว่าตนเองไม่ใช่จูเนียร์แล้ว คงรอดเงื้อมมือการแทนที่ของ AI ขอบอกเลยว่า คิดใหม่เถอะ เพราะตอนนี้ ตำแหน่งที่เสี่ยงโดนเลย์ออฟมากที่สุดคือ ‘ผู้จัดการ’ (Manager)
ในยุคที่บริษัทต่างๆ พากันเลย์ออฟพนักงานเป็นว่าเล่น เชื่อไหมว่า สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาให้เห็นคือ การบอกลาเหล่า ‘ผู้จัดการระดับกลาง’ (Middle Manager) ในวงการเทค เพราะพวกเขากลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ถูกตัดออก โดยคนที่เหลืออยู่ก็ต้องผันตัวมาเป็น ‘Mega Manager’ หรือสุดยอดอภิมหาผู้จัดการที่ต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม
หมดยุคของผู้จัดการมานั่งชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว

หลักๆ แล้ว ผู้จัดการที่เสี่ยงโดนเลย์ออฟมากที่สุดคือกลุ่มที่ “วันๆ ไม่ทำอะไรเลย” เพราะอย่างเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัท ‘Coinbase’ ผู้รันวงการคริปโตก็ออกมาประกาศว่า จะตัดกำลังคนออกไปถึง 14% โดยคนที่เหลือรอดต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งและกระตือรือร้นเท่านั้น
อ่านแค่นี้อาจคิดว่า แน่สิ พวกหัวหน้าที่วันๆ ไม่ทำอะไร ก็สมควรโดนเลย์ออฟแล้ว แต่ความจริงคือ นิยามของการไม่ทำอะไรเลยสำหรับหลายๆ บริษัท คือการไม่ลงมาร่วมปฏิบัติการหน้างานเหมือนลูกน้องต่างหาก
‘Josh Bersin’ ที่ปรึกษาและนักวิเคราะห์ด้านทรัพยากรบุคคล เผยว่า จริงๆ แล้ว หากย้อนไปในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม หน้าที่ของผู้จัดการคือการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น โดยไม่ต้องไปลงมือทำงานเอง แค่คอยกำกับเบื้องหลังก็พอ
ทั้งนี้ Bersin กล่าวว่า เมื่อ AI เริ่มมีบทบาทมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าหลายๆ งานสามารถสั่งให้เทคโนโลยีทำได้แบบอัตโนมัติ แถมพนักงานทุกคนก็มีปัญญาประดิษฐ์เป็นเสมือนเอเจนต์คู่ใจในการทำงานอีก
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราจะมีผู้จัดการไปทำไมใช่ไหมล่ะ? สุดท้าย หลายบริษัทจึงเลือกเลย์ออฟตำแหน่งนี้ออกไป ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ต้องหันมาทำงานหนักมากขึ้นแทน
ผู้จัดการยุคใหม่ต้องลงมาทำงานกับลูกน้องด้วย

นอกจากนั้น ผลสำรวจโดย Gallup ยังพบว่า ในปี 2025 ผู้จัดการคนหนึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตลูกน้องเฉลี่ย 12.1 คน มากกว่าปี 2024 ที่ดูแลราวๆ 10.9 คน แถม 97% ของพวกเขาต้องมาทำงานในระดับปฏิบัติการที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการเป็นผู้นำด้วย
Bersin แนะนำว่า ถ้าอยากให้ชีวิตการเป็นผู้จัดการของคุณอยู่รอดจนจบปี 2026 สิ่งที่ต้องทำคือ การริเริ่มและลงมือทำโปรเจกต์ใหม่ๆ เป็นของตนเอง
ขณะเดียวกัน ‘Richard Lachman’ ศาสตราจารย์ด้านสื่อดิจิทัลประจำ Toronto Metropolitan University เผยว่า ตอนนี้ ผู้จัดการต้องยกระดับมาตรฐานของตนเองยิ่งขึ้นไปอีก ภายใต้ความคาดหวังที่ว่าพวกเขาต้องลงมาหน้างานและทำงานในหลายๆ แผนกได้
หลักๆ แล้ว Lachman มองว่า ผู้จัดการยุคใหม่ต้องมีความรู้หรือทักษะพื้นฐาน และสามารถปฏิบัติงานได้ไม่ต่างจากพนักงานในปกครองของตนเองเลย
Brand Inside ก็ไม่อาจทราบได้ว่า การเลย์ออฟพนักงานตำแหน่งผู้จัดการออกไปแบบนี้ จะส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาวจริงหรือไม่ แต่ถ้าอยากอยู่รอดในยุคปัจจุบัน การพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
- วันนี้เลย์ออฟ วันหน้าอย่ามาง้อแล้วกัน! ผู้เชี่ยวชาญเผย ในอีก 5 ปี บริษัทที่เอา AI มาแทน จะรู้สึกเสียดายแน่ๆ
- “เลย์ออฟเพราะ AI” เป็นเรื่องจริง หรือวาทกรรมเพื่อปรับโครงสร้างองค์กร?
ที่มา: Business Insider
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา